thansettakij
thansettakij
KGEN  จับมือค่ายยักษ์จีน รับธุรกิจ EV หนุนกำลังผลิตทะลุ 5 หมื่นคัน

KGEN จับมือค่ายยักษ์จีน รับธุรกิจ EV หนุนกำลังผลิตทะลุ 5 หมื่นคัน

01 มิ.ย. 69 | 03:05 น.
อัปเดตล่าสุด :01 มิ.ย. 69 | 03:05 น.

KGEN ลุยธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกเต็มตัว หลังจับมือ Chery ค่ายยักษ์ใหญ่จากจีนเปิดโรงงานระยอง หลังกระแสตอบรับดี ดันยอดความต้องการรถ EV ทะลุ 5 หมื่น คันต่อปี

KEY

POINTS

  • KGEN ร่วมมือกับ Chery ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย
  • โรงงานแห่งใหม่มีกำลังการผลิตเริ่มต้น 50,000 คันต่อปี เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่สูงขึ้น
  • มีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 80,000 คันต่อปีภายใน 5 ปีข้างหน้า (2569-2573)

นายนวพร เกียรติขจรวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน KGEN กำลังเปลี่ยนผ่านการดำเนินการธุรกิจแบบเดิม ด้วยการปรับมุ่งสู่ธุรกิจการผลิตและจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก โดยมีจุดแข็งคือการเป็นพันธมิตรกับ Chery ในการเปิดโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

นอกจากนี้ KGEN กำลังปรับโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจมุ่งสู่ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก จะส่งเสริมโอกาสในการเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานของทั้งคู่ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ จ.ระยอง หลังเปิดอย่างเป็นทางการและเดินหน้าเข้าสู่การผลิตอย่างเต็มตัว

ทั้งนี้ส่งผลให้บริษัทมีความพร้อมในการทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ทันความกำหนดการ โดยมีกำลังการผลิต 50,000 คันต่อปี

ขณะที่ยอดความต้องการรถ EV ทะลุ 50,000 คันแล้ว และในแผนระยะ 5 ปี (2569-2573) เป้ากำลังการผลิตจะอยู่ที่ 80,000 คันต่อปี ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของภูมิภาค

นายนวพร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เข้าถือหุ้น บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN ในสัดส่วนประมาณ 4% นั้นทางบริษัทได้รับทราบจากผู้ถือหุ้นว่าได้มีการขายหุ้นให้กับกลุ่ม BTS จริง เนื่องจากเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสัมพันธ์และรู้จักกันมาอย่างยาวนาน

"การเข้ามาถือหุ้นใน KGEN ส่วนตัวรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะ BTS เป็นบริษัทพันธมิตรที่มีศักยภาพ และมีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงระบบการขนส่ง" นายนวพร กล่าว

ขณะเดียวกันการซื้อหุ้นดังกล่าวยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ต้องถือเกิน 5% ขึ้นไป

 

นายนวพร เกียรติขจรวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN

ทั้งนี้บริษัทมองว่าการเข้ามาของ BTS สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายใหญ่ที่มองเห็นโอกาสการเติบโตของบริษัทในระยะยาว เนื่องจากบริษัทอยู่ในช่วงที่เรียกว่า J Curve investment Phase คือผ่านการลงทุนหนักในช่วงแรก และจะเข้าสู่ช่วงของการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

นายมงคล พ่วงเภตรา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่ BTS เข้ามาถือหุ้น KGEN ในสัดส่วนประมาณ 4% เป็นการเข้าลงทุนเพื่อดูทิศทางธุรกิจในระยะแรก โดย BTS มักลงทุนในธุรกิจหลากหลายตัวที่มีศักยภาพ

ขณะที่ KGEN มีลักษณะคล้ายกับ Startup ที่มีธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจอย่างการผลิต EV เข้ามา และต้องติดตาม BTS จะเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นอีกหรือไม่ ซึ่งหากผลประกอบการเริ่มพลิกกลับมาเป็นกำไรดีตามที่คาดการณ์ อาจเป็นแรงจูงใจให้กลุ่ม BTS พิจารณาเพิ่มสัดส่วนการลงทุนได้อีก

ที่ผ่านมา KGEN มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เป็นหุ้นในกลุ่มสื่อ (เดิมชื่อหุ้น NBC) ปัจจุบันได้ตัดธุรกิจเดิมที่เคยเป็นภาระออกไปจนเกือบหมด และหันมาเริ่มต้นใหม่ในอุตสาหกรรมที่มีอนาคตอย่างโลจิสติกส์และยานยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ดีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา KGEN เริ่มมีรายได้ที่มั่นคงจากธุรกิจของ มนตรี ทรานสปอร์ต ซึ่งเป็นบริการขนส่ง และล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาได้มีความชัดเจนในการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นโครงการร่วมทุนกับ Chery ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งจะทำให้บริษัทเริ่มมีรายได้จากการลงทุนในส่วนนี้อย่างเป็นทางการ

สำหรับโรงงานผลิตรถยนต์ของ KGEN ในปัจจุบันได้รองรับและมีแบรนด์ในมือที่น่าสนใจ ทั้ง แบรนด์ Chery แบรนด์ OMODA และ JAECOO รวมถึงแบรนด์ FARIZON ภายใต้ค่าย GEELY แม้จะมีความท้าทายด้านการแข่งขัน แต่ KGEN มีจุดเด่นเหนือคู่แข่งหลายประการ ทั้งการร่วมทุนกับ Chery ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีอันดับต้นๆ ในจีนและมีประสบการณ์การส่งออกสูง

 

โรงงานผลิตรถยนต์ของ บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN

ขณะเดียวกันโรงงานของ KGEN จะได้รับคำสั่งซื้อจาก Chery เพื่อผลิตรถยนต์สำหรับการส่งออกและจำหน่ายในประเทศอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในการหาลูกค้าใหม่เองทั้ง 100% ด้านฝั่งพันธมิตรอย่าง Chery ยังอาจเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหลักบางส่วน ทำให้ฐานการเงินของ KGEN ยังคงแข็งแกร่งและมีความเสี่ยงต่ำในการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต ซึ่งในงาน Motor Show ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายทุกแบรนด์มากกว่า 2 หมื่นคัน

นอกจากนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน KGEN เป็นหุ้นที่น่าจับตามอง จากปัจจัยบวกจากการที่ธุรกิจเดิมเริ่มอยู่ตัวและมีธุรกิจใหม่ EV เข้ามาเสริมทัพ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานมีโอกาสพลิกกลับมาเป็นกำไรในอนาคต