
EVAT - ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย ร้องรัฐบาลจำกัดโควตานำเข้า ขึ้นภาษี EV จีน 32%
EVAT และกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย ยื่นข้อเสนอฉุกเฉินแก่รัฐบาล ให้ปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต EV นำเข้าจากจีน เพิ่มเป็น 32% พร้อมจำกัดโควตานำเข้า ส่วน EV ประกอบในประเทศ ให้เพิ่ม Local Content 80%
KEY
POINTS
- สมาคมยานยนต์ไฟฟ้า EVAT และกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เสนอให้รัฐบาลขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ EV จีน ที่นำเข้าทั้งคัน (CBU) เป็น 32% เพื่อสร้างความต่างด้านราคากับรถที่ผลิตในประเทศ
- เรียกร้องให้มีมาตรการจำกัดโควตานำเข้ารถยนต์ EV สำเร็จรูป โดยผูกกับการลงทุนผลิตจริงในประเทศ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการที่ตั้งฐานการผลิตในไทย
- เสนอให้ยกระดับข้อบังคับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ให้มีสัดส่วนอย่างน้อย 80% เพื่อปกป้องผู้ผลิตชิ้นส่วนและห่วงโซ่อุปทานของไทย
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และพันธมิตรรวม 10 สมาคมเตรียมยืนข้อเสนอฉุกเฉินให้ภาครัฐ เพื่อออกมาตรการรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ไทย โดยมุ่งไปที่บริษัทรถยนต์จีน ทั้งรูปแบบ EV นำเข้า และประกอบในประเทศ
โดยกลุ่มภาคีดังกล่าว ย้ำว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมกำลังเผชิญภาวะวิกฤตสูงสุด และเสี่ยงต่อการล่มสลายจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า EV ซึ่งรายละเอียดของข้อเสนอฉุกเฉินมีดังนี้
- เพิ่มภาษีสรรพสามิต EV นำเข้า 32%
ประเด็นหลักที่กลุ่มผู้ประกอบการเรียกร้องคือการ ปฏิรูปโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยเสนอให้ปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าแบบสำเร็จรูป (CBU) ให้สูงกว่ารถที่ผลิตในประเทศ โดยให้ปรับภาษีรถ EV นำเข้าขึ้นเป็นอย่างน้อย 32% เพื่อให้เกิดส่วนต่าง 30% เมื่อเทียบกับรถที่ผลิตในประเทศที่เสียภาษี 2%
มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ชดเชยส่วนต่างต้นทุนการผลิต ซึ่งการผลิตในไทยมีต้นทุนสูงกว่าการนำเข้าจากจีนประมาณ 30-40% และเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นเพียง ตลาดบริโภครถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกของต่างชาติ
นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังแสดงความกังวลต่อภาวะ "หน้าผาอุตสาหกรรมในปี 2027" ซึ่งเป็นช่วงที่มาตรการสนับสนุน EV 3.5 จะสิ้นสุดลง โดยไม่มีเงื่อนไขผูกพันการผลิตชดเชยที่เข้มงวดพอ หากรัฐบาลไม่มีมาตรการใหม่ออกมารองรับ ค่ายรถยนต์ที่มีฐานการผลิตในจีนมีแนวโน้มจะกลับไปนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป 100% และยุติการผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานและผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยต้องสูญเสียคำสั่งซื้ออย่างรุนแรง
- เสนอระบบโควตานำเข้า-คุมเข้มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ
เสนอให้มีระบบโควตานำเข้าผูกพันการผลิต โดยให้สิทธินำเข้ารถ CBU ในอัตราภาษีสรรพสามิตต่ำ 10%(ตามเดิม) เฉพาะบริษัทที่มีการลงทุนผลิตจริงในไทย โดยจำกัดโควตาไม่เกิน 10% ของยอดผลิต
ตลอดจนยกระดับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) โดยบังคับให้มีสัดส่วนอย่างน้อย 80% ของมูลค่ารถยนต์ และปรับปรุงวิธีการคำนวณเพื่อปิดช่องโหว่การนำกำไรหรือค่าแรงมารวมเพื่อเลี่ยงบาลี
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ BOI ปิดรับการส่งเสริมการลงทุนในชิ้นส่วนที่ผู้ประกอบการไทยผลิตได้เองอยู่แล้ว หากจะส่งเสริมต้องเป็นการร่วมทุน (Joint Venture) โดยไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51% เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีจริง
ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าข้อเสนอเหล่านี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพยายาม ปกป้องอธิปไตยทางเศรษฐกิจของชาติ และความอยู่รอดของแรงงานไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินเยียวยา
โดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และพันธมิตรรวม 10 สมาคม ที่เป็นตัวแทนผู้ประกอบการกว่า 1,500 ราย เตรียมแถลงข่าวและยื่นข้อเสนอให้แก่รัฐบาลในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้







