thansettakij
thansettakij
Lexus ES350e Premium

โฉมใหม่ Lexus ES นำเข้าญี่ปุ่น ขายไฮบริด เสริมอีวี ราคา 3.29 ล้านบาท 

13 ส.ค. 69 | 09:55 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ส.ค. 69 | 09:55 น.

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัว All-New Lexus ES ซีดานรุ่นขายดีที่สุดของแบรนด์ กับโฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 8 มาพร้อมขุมพลังไฮบริด และครั้งแรกกับ ES พลังงานไฟฟ้า 100% 

KEY

POINTS

  • Lexus ES โฉมใหม่ นำเข้าจากญี่ปุ่นเปิดตัว 2 ทางเลือกขุมพลัง คือ ไฮบริด ES350h และไฟฟ้าล้วน ES350e ราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท
  • รุ่นไฮบริด ES350h ใช้เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 247 แรงม้า อัตราสิ้นเปลือง 22.72 กม./ลิตร ส่วนรุ่นไฟฟ้า ES350e วิ่งได้ไกล 620 กม. ต่อการชาร์จ
  • ปรับดีไซน์ใหม่ด้วยแนวคิด Spindle Body บนแพลตฟอร์ม GA-K ตัวรถใหญ่ขึ้น พร้อมระบบความปลอดภัย Lexus Safety System+ 4.0

All-New Lexus ES ราคาดังนี้ 

  • Lexus ES350e Premium (EV) ราคา 3,290,000 บาท
  • Lexus ES350h Grand Luxury (Hybrid) ราคา 3,890,000 บาท

Lexus ES เจเนอเรชันที่ 8 เปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์ม GA-K (Global Architecture-K) ตัวรถมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ด้วยความยาว 5,140 มม. (+165 มม.) กว้าง 1,920 มม. (+55 มม.) สูง 1,555-1,560 มม. (+110-115 มม.) รองรับทั้งขุมพลังฟูลไฮบริด และ EV ช่วงล่างหน้า MacPherson Strut ด้านหลัง Multi-link พร้อมเหล็กกันโคลง ปรับจูนช่วงล่างใหม่

สำหรับ ES350h ใช้เครื่องยนต์เบนซิน-ไฮบริด A25A-FXS ขนาด 2.5 ลิตร เจเนอเรชันที่ 6 ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 247 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ไฮบริดแบบลิเธียมไอออน และมีอัตราสิ้นเปลืองตามข้อมูล ECO Sticker ที่ 22.72 กม./ลิตร 

Lexus ES350h Grand Luxury Lexus ES350h Grand Luxury

ส่วน ES350e ใช้มอเตอร์ 2XM ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 224 แรงม้า ใช้แบตเตอรี่ความจุ 76.96 kWh ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งวิ่งได้ระยะทาง 620 กม./ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 22 kW และ DC สูงสุด 150 kW

ด้านการออกแบบภายนอกถือเป็นจุดเปลี่ยนที่เห็นได้ชัด โดย Lexus นำแนวคิด Spindle Body มาใช้กับ ES รุ่นใหม่ พร้อมมือเปิดประตูแบบ Semi-Flush, ไฟหน้า Twin L Signature Lamp และไฟท้ายแบบ Slim Light Bar ที่วางโลโก้ “LEXUS” ไว้บริเวณชุดไฟท้าย ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมฝาครอบ Twin Fin Shape หลังคากระจก Panoramic Roof

ภายในห้องโดยสารใช้เบาะคู่หน้าแบบ Slim Profile พร้อมไฟ Ambient Lighting แบบ Dynamic Color ที่สามารถปรับได้ถึง 50 สี และ 14 ธีม มีวัสดุตกแต่งคอนโซลแบบ Micro Geometric และแผงประตูหนังสังเคราะห์ปั๊มลาย ขณะที่พวงมาลัยเป็นแบบ 3-Spoke และใช้สวิตช์แบบ Responsive Hidden Switches ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ช่วยให้ห้องโดยสารมีความทันสมัยมากขึ้น 

ภายใน Lexus ES350e Premium

หน้าจอ MID แบบ Full Digital ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อม Head-Up Display และหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 14 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย เครื่องเสียง Mark Levinson Surround Sound System 17 ตำแหน่ง

ความปลอดภัย Lexus Safety System+ 4.0 (LSS+4.0) 

  • ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัจฉริยะ All-Speed Adaptive Cruise Control
  • ระบบป้องกันก่อนการชน PCS
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน LDA
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LTA 

ขณะที่ฟังก์ชันใหม่คือ Emergency Steering Assist with Active Support (ESA) ซึ่งช่วยบังคับเลี้ยวในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ Road Sign Assist (RSA) สำหรับแจ้งเตือนป้ายจราจร และ Traffic Movement Notification (TMN) สำหรับแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวของการจราจร 

สำหรับรุ่น ES350e Premium ซึ่งเป็น BEV จะมีอุปกรณ์เหนือกว่า ES350h Grand Luxury ในหลายจุด เช่น High-Definition LED พร้อม Adaptive High-beam System แบบ High Definition, กระจก Acoustic Glass ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงแผงประตูตกแต่งลายไม้ Bamboo Layering พร้อม Surface Emitting Ornamentation และประตู Soft Close 

ภายในใช้เบาะหุ้มวัสดุ Semi-Aniline เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารด้านหน้ามีระบบจดจำตำแหน่ง 3 ตำแหน่ง และมีระบบดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง นอกจากนี้ยังให้แท่นชาร์จไร้สาย 2 ตำแหน่ง และช่วงล่างแบบแปรผัน AVS (Adaptive Variable Suspension) ซึ่งช่วยเพิ่มความหรูหราและความสามารถในการปรับบุคลิกช่วงล่างให้กับรุ่นไฟฟ้า

Lexus ES350e Premium

Lexus ES350e Premium เริ่มส่งมอบทันที ส่วน ES350h Grand Luxury  พร้อมส่งมอบเดือนกันยายนนี้