
Honda e:N2 ราคากว่า 1.4 ล้านบาท EV นำเข้าจีน เริ่มส่งมอบ เม.ย.2026
ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย เตรียมเปิดตัว Honda e:N2 ราคากว่า 1.4 ล้านบาท วันที่ 23 มีนาคมนี้ โดย EV นำเข้าจีนรุ่นนี้พร้อมส่งมอบเดือนเมษายน 2026 ทันที
KEY
POINTS
- Honda e:N2 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า EV รุ่นใหม่ นำเข้าจากประเทศจีนเพื่อทำตลาดในประเทศไทย
- เปิดตัวด้วยราคาคาดการณ์กว่า 1.4 ล้านบาท โดยจะมีเพียงรุ่นย่อยเดียว
- Honda e:N2 เริ่มส่งมอบรถยนต์ในเดือนเมษายน 2026
ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย เดินหน้าทำตลาด EV นำเข้าจากจีน Honda e:N2 หลังจากรุ่นแรก Honda e:N1 หมดสต๊อกไป พร้อมเปิดตัวประกาศราคา Honda e:N2 วันที่ 23 มีนาคมนี้
Honda e:N2 หรือ Honda e:NS2 ในจีนผลิตโดยตงฟง พัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ e:N Architecture F ขนาดใหญ่กว่า e:N1 ทุกมิติ ด้วยความยาว 4,788 มม. กว้าง 1,838 มม. สูง 1,570 มม. และระยะฐานล้อ 2,733 มม.
มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้ากำลัง 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน NMC ความจุ 68.8 kWhชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งวิ่งได้ระยะทาง 530 กิโลเมตร โดยฮอนด้าเตรียมประกาศราคา Honda e:N2 อย่างเป็นทางการในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2026 (วันที่ 23 มี.ค.) มีเพียงรุ่นย่อยเดียว ราคากว่า 1.4 ล้านบาท พร้อมส่งมอบรถในเดือนเมษายนนี้
Honda e:N2 ฟีเจอร์เด่น
- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS)
- เครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง
- หน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touchรองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย
- ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display:HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว น
- น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) แคปซูลน้ำหอมที่กระจายกลิ่นผ่านช่องปรับอากาศ
- เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่
- (Driver Memory Seat) พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น - ลงรถ (Easy Entry / Exit)
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
- ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
- พอร์ตชาร์จแบตเตอรี่ด้านข้าง
- มือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน
- กระจกด้านหลังแบบ Privacy
ความปลอดภัย Honda SENSING
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
ระบบจะช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วของรถ เมื่อมีการตรวจจับว่ารถยนต์คันหน้า รถสวนทาง จักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนอยู่ในระยะไม่ปลอดภัย โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง หรือในกรณีที่อยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ โดยระบบจะทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 5 กม./ชม. ขึ้นไป
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
ระบบจะควบคุมรถให้อยู่ในเลน ทำงานโดยการใช้กล้องมุมกว้างด้านหน้า ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ ซึ่งระบบจะช่วยเสริมแรงที่พวงมาลัยให้รถอยู่ตรงกลางเลน เพื่อลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่โดยระบบจะทำงานที่ความเร็ว 72 - 180 กม./ชม.
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ โดยใช้กล้องมุมกว้างด้านหน้า ตรวจจับสภาพแสงบนท้องถนนและรถที่วิ่งบนท้องถนน เช่น ไฟรถสวนทาง ไฟทาง โดยเมื่อขับขี่ในที่มืดไม่มีรถคันหน้า ระบบจะปรับเป็นไฟสูงอัตโนมัติซึ่งจะช่วยมอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม และจะปิดไฟสูงเมื่อระบบตรวจจับได้ว่ามีรถยนต์ด้านหน้า หรือรถวิ่งสวนทาง ทำให้ไม่รบกวนผู้ขับขี่บนท้องถนน ทั้งนี้ ขึ้นกับสถานการณ์การขับขี่
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
ระบบจะใช้กล้องมุมกว้างด้านหน้าตรวจจับรถที่หยุดด้านหน้าในระยะ 10 เมตร เมื่อรถคันด้านหน้าเคลื่อนที่ ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง เพื่อให้ผู้ขับขี่ออกตัวตามรถคันหน้า
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
ระบบจะใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูล พร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัย เพื่อให้รถกลับเข้าสู่ช่องทางปกติ และช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร โดยระบบจะทำงานที่ความเร็ว 72 - 180 กม./ชม.
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
ระบบช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ โดยมีการตรวจจับพร้อมปรับความเร็วตามรถคันหน้าได้อย่างอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสม นอกจากนี้ หากผู้ขับขี่ใช้ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามอัตโนมัติ โดยระบบจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง ทำให้ช่วยลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยการเปิดใช้งานจะต้องกดสวิตช์บนพวงมาลัยเพื่อเปิดใช้งาน

