
Xiaomi เปิดตัว SkyNomad SUV ครอบครัว เริ่ม 1.17 ล้านบาท วิ่งไกลสุด 1,705 กม.
Xiaomi EV เปิดตัวสถาปัตยกรรมยานยนต์ Xiaomi Kunlun พร้อมส่ง Xiaomi SkyNomad Series รถ SUV ระบบขยายระยะทาง 5 และ 7 ที่นั่ง ชูพื้นที่ห้องโดยสารพื้นเรียบ เบาะปรับเปลี่ยนได้ ระบบ AI และระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,705 กิโลเมตร เปิดราคาพรีเซลล์เริ่มต้น 259,900 หยวน หรือประมาณ 1.17 ล้านบาท
KEY
POINTS
- Xiaomi เปิดตัว SkyNomad รถ SUV สำหรับครอบครัว มีให้เลือก 2 รุ่นคือ N70 Max (5 ที่นั่ง) และ N90 Max (7 ที่นั่ง)
- ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่น N70 Max อยู่ที่ประมาณ 1.17 ล้านบาท ส่วนรุ่น N90 Max ราคาประมาณ 1.35 ล้านบาท
- เป็นรถยนต์ระบบขยายระยะทาง (EREV) โดยรุ่น N90 Max สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 1,705 กม. เมื่อทำงานร่วมกันระหว่างไฟฟ้าและน้ำมัน
Xiaomi EV เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจยานยนต์ เปิดตัวสถาปัตยกรรมเทคโนโลยี “Xiaomi Kunlun” พร้อมเผยโฉม Xiaomi SkyNomad Series รถยนต์รุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มดังกล่าว โดยวางตำแหน่งเป็นรถ SUV อัจฉริยะสำหรับครอบครัว เน้นพื้นที่ใช้สอย ความปลอดภัย ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ สมรรถนะ และการเดินทางระยะไกล
การเปิดตัวครั้งนี้ประกอบด้วย 2 รุ่น ได้แก่ Xiaomi SkyNomad N90 Max รถ SUV ระบบขยายระยะทางแบบ 7 ที่นั่ง และ Xiaomi SkyNomad N70 Max รถ SUV ระบบขยายระยะทางแบบ 5 ที่นั่ง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
บริษัทกำหนดเปิดพรีออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.00 น. โดยวางเงินมัดจำ 1,000 หยวน หรือประมาณ 4,500 บาท ผู้ซื้อที่ยืนยันคำสั่งซื้อจะได้รับสิทธิ์จัดลำดับการผลิตก่อน พร้อมโต๊ะวางแก้วคู่ภายในรถ มูลค่า 999 หยวน หรือประมาณ 4,496 บาท ตามเงื่อนไขของบริษัท
Kunlun ออกแบบพื้นที่ภายในก่อนโครงสร้างรถ
จุดสำคัญของ Xiaomi SkyNomad คือแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์ม Xiaomi Kunlun ซึ่งเริ่มต้นจากการกำหนดความต้องการด้านพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ก่อนออกแบบระบบขับเคลื่อน แชสซี และองค์ประกอบอื่นของตัวรถ
แพลตฟอร์มดังกล่าวปรับการจัดวางส่วนประกอบใน 3 แกน โดยแกน X เป็นการรวมระบบในห้องเครื่องด้านหน้า เพื่อลดความยาวของห้องเครื่องเหลือ 1,265 มิลลิเมตร และเพิ่มพื้นที่ให้กับห้องโดยสาร
แกน Y เป็นการปรับโครงสร้างสปริง โช้กอัพ ซุ้มล้อ และท่อระบบปรับอากาศบริเวณแถวที่สาม ส่วนแกน Z เป็นการออกแบบชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าด้านหลัง ช่วงล่าง และชุดแบตเตอรี่ใหม่ เพื่อลดระดับพื้นและขจัดพื้นต่างระดับระหว่างแถวที่สอง แถวที่สาม และพื้นที่เก็บสัมภาระ
ผลลัพธ์คือพื้นห้องโดยสารที่ต่อเนื่องตั้งแต่แถวหน้าไปจนถึงพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย มีความลาดเอียงประมาณ 2.95 องศา พื้นที่พื้นเรียบยาวเกือบ 3 เมตร และมีพื้นที่ใช้งานแบบราบมากกว่า 4.4 ตารางเมตร
Xiaomi SkyNomad N90 Max มีตัวถังยาว 5,285 มิลลิเมตร กว้าง 1,998 มิลลิเมตร สูง 1,825 มิลลิเมตร และฐานล้อยาว 3,080 มิลลิเมตร
ส่วน Xiaomi SkyNomad N70 Max มีตัวถังยาว 4,960 มิลลิเมตร กว้าง 1,998 มิลลิเมตร สูง 1,765 มิลลิเมตร และฐานล้อยาว 2,950 มิลลิเมตร
บริษัทระบุว่า SkyNomad ได้รับการปรับแต่งตามหลักอากาศพลศาสตร์มากกว่า 140 จุด รวมถึงติดตั้งกระจังหน้าแบบเปิด-ปิดอัตโนมัติเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น ส่งผลให้ N90 Max มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำสุด 0.255 Cd
เบาะปรับเปลี่ยนได้ พื้นที่เก็บของสูงสุด 1,831 ลิตร
SkyNomad N90 Max ติดตั้งรางเลื่อนเบาะนั่งยาวสูงสุด 1,938 มิลลิเมตร โดยเบาะแถวที่สองและแถวที่สามสามารถเลื่อนได้สูงสุด 900 มิลลิเมตร เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดพื้นที่ภายในรถ
ผู้ใช้สามารถปรับห้องโดยสารได้หลายรูปแบบ เช่น จัดเบาะคู่หน้าและเบาะแถวที่สองให้หันหน้าเข้าหากัน ปรับเป็นห้องโดยสารแบบ 4 ที่นั่ง พับเบาะเป็นพื้นที่นอน เพิ่มพื้นที่เล่นสำหรับเด็ก หรือพับเบาะเพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระ
เมื่อปรับเข้าสู่โหมดพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด N90 Max มีความจุ 1,831 ลิตร และรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้สูงสุด 24 ใบ ขณะที่การใช้งานแบบ 7 ที่นั่งยังสามารถวางกระเป๋าขนาด 20 นิ้วได้ 7 ใบ
ภายในรถมีช่องเก็บของรวม 34 จุด รวมถึงช่องเก็บของฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 18.4 ลิตร และมีพอร์ตติดตั้งอุปกรณ์เสริม 12 จุด
คอนโซลกลางแบบเลื่อนรวมระบบชาร์จไร้สายกำลัง 50 วัตต์ ตู้เย็นคอมเพรสเซอร์ขนาด 9 ลิตร ช่องเชื่อมต่อ USB-C จำนวน 2 จุด และระบบรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริม
เบาะคู่หน้ามาพร้อมระบบนวด 16 จุด ระบบระบายอากาศ และระบบทำความร้อนเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ขณะที่ N90 Max รองรับโหมด Zero Gravity สูงสุด 4 ที่นั่ง ครอบคลุมเบาะแถวหน้าและแถวที่สอง
นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกเบาะคู่หน้าที่สามารถหมุนเข้าหาผู้โดยสารด้านหลังได้ เพื่อปรับห้องโดยสารเป็นพื้นที่นั่งเล่นหรือพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างหยุดพัก
ประตูหลังเปิดเกือบ 90 องศา ใช้ AI ตรวจสิ่งกีดขวาง
ประตูไฟฟ้าสามารถสั่งเปิดด้วยการสัมผัสหรือคำสั่งเสียง โดยประตูคู่หลังเปิดได้เกือบ 90 องศา พร้อมระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางรอบคันที่ทำงานร่วมกับ AI
เมื่อระบบตรวจพบสิ่งกีดขวางใกล้กับประตูที่กำลังเปิด จะสามารถเพิ่มแรงต้านหรือส่งสัญญาณเตือน เพื่อลดความเสี่ยงจากการชน
รถยังมีบันไดข้างไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์เสริม ผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอย รองรับน้ำหนักได้สูงสุดข้างละ 300 กิโลกรัม และผ่านการทดสอบเปิด-ปิดมากกว่า 100,000 ครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการขึ้นและลงรถสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ
ภายในห้องโดยสารใช้คอนโซลกลางแนวยาว 1,530 มิลลิเมตร พร้อมช่องปรับอากาศแบบซ่อนกลไก และพอร์ตติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 27 วัตต์
Xiaomi ระบุว่า พื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยภายในห้องโดยสารของ N90 Series มากกว่า 95% หุ้มด้วยวัสดุอ่อนนุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 32 ตารางเมตร และได้รับการรับรองมาตรฐาน OEKO-TEX
ตัวรถมีสีให้เลือก ได้แก่ Mountain Green, Valley Blue และ Volcanic Gray ส่วนภายในมีตัวเลือกสีครีมเบจและสีมอคค่าบราวน์ ขณะที่ N90 Max ติดตั้งล้อขนาด 21 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
โครงสร้างตัวถังใช้เหล็กกำลังสูง–ถุงลม 12 ใบ
ด้านความปลอดภัย Xiaomi SkyNomad ใช้ระบบ Xiaomi Kunlun Total Safety ครอบคลุมโครงสร้างตัวถัง ถุงลมนิรภัย แบตเตอรี่ และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่
ตัวถังของ N90 Max ใช้เหล็กความแข็งแรงสูงและอะลูมิเนียมอัลลอยรวมกันคิดเป็น 90.4% ของโครงสร้าง โดยใช้เหล็กความแข็งแรงระดับ 2,200 MPa ในตำแหน่งสำคัญ 16 จุด
โครงสร้างนิรภัยแบบกรงฝังตัวครอบคลุมตั้งแต่เสา A ถึงเสา C โดยบริษัทระบุว่าสามารถรองรับแรงกดจากการยุบตัวของหลังคาได้เกือบ 14 ตัน พร้อมติดตั้งคานกันกระแทกความแข็งแรง 2,200 MPa ในประตูทั้ง 4 บาน
รถติดตั้งถุงลมนิรภัย 12 ใบเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ครอบคลุมผู้โดยสารทั้ง 3 แถว รวมถึงถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารแถวที่สองและแถวที่สาม
ระบบตรวจจับการชนใช้เซ็นเซอร์ 9 จุด รวมถึงเซ็นเซอร์บริเวณด้านหน้าและเสา C เพื่อรองรับรูปแบบการชนที่หลากหลาย และเพิ่มความแม่นยำในการสั่งงานถุงลมนิรภัย
SkyNomad ยังติดตั้งระบบมือจับประตูสำรอง 3 ชั้น ทำให้สามารถปลดล็อกและเปิดประตูด้วยกลไกได้แม้ระบบไฟฟ้าสูญเสียการทำงาน พร้อมมือจับฉุกเฉินคู่บริเวณประตูท้ายสำหรับผู้โดยสารแถวที่สาม
N90 Max รองรับการขับผ่านน้ำลึกในสถานการณ์ฉุกเฉินได้สูงสุด 750 มิลลิเมตร และมีความสามารถในการลอยตัวฉุกเฉิน โดยบริษัทระบุว่าห้องโดยสารสามารถป้องกันน้ำไหลเข้าในระดับที่มีนัยสำคัญได้เป็นเวลา 3 นาที หากเกิดเหตุรถจมน้ำโดยไม่คาดคิด
Armor Scale Battery ระบบป้องกันโครงสร้าง 18 ชั้น
Xiaomi เปิดตัวแบตเตอรี่ Xiaomi Armor Scale Battery ซึ่งบริษัทควบคุมตั้งแต่การเลือกวัสดุ การออกแบบและพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่ การผลิตชุดแบตเตอรี่ ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ
บริษัทระบุว่าใช้เวลาพัฒนามากกว่า 5 ปี มีทีมวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่มากกว่า 230 คน ยื่นจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้อง 697 รายการ และมียอดส่งมอบชุดแบตเตอรี่สะสมสำหรับรถยนต์มากกว่า 700,000 คัน
แบตเตอรี่ดังกล่าวมีระบบป้องกันเชิงโครงสร้าง 18 ชั้น และระบบป้องกันความร้อน 16 ชั้น พร้อมใช้วัสดุฉนวนความร้อนแบบแอโรเจล เพื่อลดความเสี่ยงจากการลุกลามของความร้อนระหว่างเซลล์
บริษัทระบุว่าแบตเตอรี่ผ่านการทดสอบแรงกระแทกจากใต้ท้องรถที่ระดับ 500 จูล โดยไม่เกิดการรั่วไหล ไฟไหม้ หรือระเบิด รวมทั้งมีอายุการใช้งานด้านจำนวนรอบการชาร์จมากกว่ามาตรฐานระดับประเทศที่เกี่ยวข้อง 2 เท่า
ใช้ AI จัดห้องโดยสาร 11 รูปแบบ
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในห้องโดยสารทำงานบน Snapdragon 8 Gen 3 ซึ่งผลิตด้วยกระบวนการ 4 นาโนเมตร รองรับการเชื่อมต่อ Dual 5G และ Wi-Fi 7
ภายในรถมีระบบเชื่อมต่อรวม 6 หน้าจอ สามารถย้ายและแชร์เนื้อหาระหว่างหน้าจอได้ พร้อมระบบเสียงลำโพง 25 ตัว และหน้าจอควบคุมสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขนาด 6.9 นิ้ว
ระบบ Head-Up Display มีความสว่างสูงสุด 15,000 นิต ขณะที่ระบบจ่ายไฟแรงดันต่ำแบบ Flyback ช่วยให้ระบบรักษาความปลอดภัยขณะจอดรถและตู้เย็นสามารถทำงานแยกได้ โดยบริษัทระบุว่าช่วยลดการใช้พลังงานลง 60%
Xiaomi Hyper XiaoAi ผู้ช่วย AI ภายในรถสามารถสั่งปรับรูปแบบห้องโดยสารได้ 11 รูปแบบผ่านคำสั่งเสียง โดยประสานการทำงานของเบาะนั่ง ไฟส่องสว่าง และระบบปรับอากาศให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน
ด้านระบบช่วยขับขี่ SkyNomad ติดตั้งแพลตฟอร์มประมวลผลกำลัง 700 TOPS พร้อม LiDAR ที่ติดตั้งด้านหน้า เรดาร์คลื่นมิลลิเมตรแบบ 4D และกล้องป้องกันแสงสะท้อนเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
สำหรับ N90 Series มีการเพิ่ม LiDAR ด้านหลัง ซึ่งบริษัทระบุว่ามีความแม่นยำในการวัดระยะสูงถึง 2 เซนติเมตร เพื่อช่วยตรวจจับสิ่งกีดขวางระดับต่ำหรือสิ่งกีดขวางที่ยื่นเหนือรถระหว่างการจอด
ระบบช่วยขับขี่ HAD ที่ใช้สถาปัตยกรรม XLA รองรับการควบคุมด้วยเสียง เช่น การเปลี่ยนเลน การเพิ่มความเร็วและลดความเร็ว รวมถึงระบบนำทางเชิงพื้นที่ภายในลานจอดรถใต้ดิน
วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุด 505 กิโลเมตร
SkyNomad ใช้เทคโนโลยี Xiaomi Kunlun HyperRange และสถาปัตยกรรมระบบขยายระยะทางแบบ EREV พร้อมแบตเตอรี่ความจุตั้งแต่ 52–76 กิโลวัตต์ชั่วโมง
Xiaomi ระบุว่า SkyNomad N70 Max สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 505 กิโลเมตร ขณะที่ N90 Max วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 464 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC
ชุดขับเคลื่อนระบบขยายระยะทางแบบ SiC รวม 5 ระบบในหนึ่งเดียว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น 2.65% และลดอัตราการใช้พลังงานเหลือ 15.85 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร
เมื่อทำงานร่วมกับถังน้ำมัน N90 Max สามารถทำระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,705 กิโลเมตร มีอัตราการเปลี่ยนพลังงานเชื้อเพลิงเป็นพลังงานไฟฟ้า 3.66 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อลิตร และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำสุด 6.26 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร เมื่อแบตเตอรี่หมดหรืออยู่ในระดับต่ำ
หลังเข้ารับบริการตามกำหนดครั้งแรก ชุดระบบขยายระยะทางมีกำหนดบำรุงรักษาทุก 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร โดยรถรองรับน้ำมันออกเทน 92, 95 และ 98 สำหรับตลาดจีนแผ่นดินใหญ่
มอเตอร์คู่กำลังสูงสุด 310 กิโลวัตต์
N90 Max ใช้ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์คู่แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงสุด 310 กิโลวัตต์ พร้อมช่วงล่างหน้าแบบ Double-wishbone และช่วงล่างหลังแบบ H-arm Multi-link
รถติดตั้งระบบสปริงลมที่ปรับระดับได้ 5 ระดับ และโช้กอัพที่สามารถปรับความหนืดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและการควบคุมรถ
บริษัทระบุว่า N90 Max สามารถเบรกจากความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจนหยุดนิ่งได้ในระยะ 38.57 เมตร และมีรัศมีวงเลี้ยว 5.95 เมตร แม้ตัวรถจะมีความยาวเกือบ 5.3 เมตร
การเปิดตัว SkyNomad Series ถือเป็นการขยายผลิตภัณฑ์ของ Xiaomi EV เข้าสู่ตลาดรถ SUV สำหรับครอบครัว โดยใช้พื้นที่ห้องโดยสาร ระบบเชื่อมต่อ AI ความปลอดภัย และระยะทางการเดินทางเป็นจุดขายสำคัญ






