thansettakij
thansettakij
ผลสำรวจชี้ ชาวอเมริกันเพียง 40% คิดเปลี่ยนมาใช้รถ EV

ผลสำรวจชี้ ชาวอเมริกันเพียง 40% คิดเปลี่ยนมาใช้รถ EV

16 เม.ย. 66 | 17:10 น.

ผลสำรวจล่าสุดที่เผยแพร่ในเดือนเม.ย.นี้ ชี้ว่า ชาวอเมริกันเพียง 40% คิดเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) สะท้อนว่าเป้าหมายของปธน.ไบเดนที่ต้องการให้รถใหม่ราวครึ่งหนึ่งในตลาดยานยนต์อเมริกัน จะต้องเป็นรถ EV ภายในปี 2030 นั้นไม่ง่าย

 

โพลล์ล่าสุดเผยแพร่ในเดือนเมษายนนี้ ชี้ว่า ชาวอเมริกัน ราว 4 ใน 10 คิดอยากเปลี่ยนมาใช้ รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือ EV สัดส่วนที่ยังไม่ถึงครึ่งนี้สะท้อนว่าชาวอเมริกันยังไม่พร้อมจะเดินหน้าด้าน รถยนต์พลังงานทางเลือก อย่างเต็มสูบ

แผนงานของคณะทำงานประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา หวังดันยอดขายรถ EV ในประเทศอาจไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะแม้ว่าจะมีมาตรการจูงใจด้านภาษีสูงสุดถึง 7,500 ดอลลาร์ในการซื้อรถ EV คันใหม่ แต่ก็อาจยากที่จะโน้มน้าวใจผู้ขับขี่ให้ทิ้งรถใช้น้ำมันที่มีอยู่ มาใช้รถ EV ได้

ในการสำรวจล่าสุดของ AP-NORC ร่วมกับสถาบันนโยบายพลังงานจากมหาวิทยาลัยชิคาโก (University of Chicago) ที่เพิ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า มีเพียง 8% ของชาวอเมริกันในการสำรวจที่บอกว่าตนเองหรือคนในครอบครัวมีรถ EV ในครอบครองอย่างน้อย 1 คัน และมีเพียง 8% ที่บอกว่ามีจุดชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถขับเคลื่อนแบบไฮบริดติดตั้งอยู่ที่บ้าน

ทั้งนี้ ปธน.ไบเดน ตั้งเป้าว่า รถใหม่ราวครึ่งหนึ่งในตลาดยานยนต์อเมริกันจะต้องเป็นรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าภายในปีค.ศ. 2030 เพื่อลดการปล่อยมลพิษและเป็นแผนต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ผิดธรรมชาติ

โตโยต้ามีแผนเริ่มผลิตรถยนต์อีวีในประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 2025

ผลการสำรวจของ AP-NORC ชี้ว่า

  • มีเพียง 19% ของชาวอเมริกันในวัยผู้ใหญ่ที่มีแนวโน้ม “อย่างมาก” หรือ “อย่างที่สุด” ที่จะซื้อรถคันใหม่เป็นรถ EV
  • 22% บอกว่าอาจจะซื้อ
  • 47% บอกว่าไม่มีแนวโน้มที่จะหันไปใช้รถ EV

โพลล์ล่าสุดยังชี้ถึงเหตุผลที่ชาวอเมริกันยังไม่ซื้อไอเดียเรื่องการเปลี่ยนมาใช้รถขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าเป็นรถคันใหม่มากนัก นั่นเป็นเพราะพวกเขามีเหตุผลว่า

  • 60% บอกว่ามาจากราคารถที่สูง
  • 75% บอกว่าสถานที่ชาร์จไฟฟ้ามีไม่มากพอ
  • ขณะที่ราว 2 ใน 3 หรือกว่า 30% บอกว่าชอบใช้รถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า

75% บอกว่าสถานที่ชาร์จไฟฟ้ามีไม่มากพอ

และถ้ามองเป็นกลุ่มอายุ ผลสำรวจพบว่า

  • 55% ของชาวอเมริกันในช่วงอายุต่ำกว่า 30 ปีมีแนวโน้มจะซื้อรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นคันต่อไป 49% ของชาวอเมริกันอายุ 30-44 ปี คิดจะซื้อรถ EV เช่นกัน
  • ขณะที่มีเพียง 31% ของชาวอเมริกันอายุ 45 ปีขึ้นไปที่คิดจะซื้อรถใหม่เป็นรถ EV