
ฟอร์ด รายได้บริการหลังการขายโต 10% ขยายคลังอะไหล่ 4.3 ล้านชิ้น
ฟอร์ด ย้ำพัฒนาบริการหลังการขาย ตลอด 30 ปีที่ ทำธุรกิจในไทย ขยายคลังอะไหล่ 4.3 ล้านชิ้น บนพื้นที่ 25 ไร่ จ.สมุทรปราการ ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ส่วนรายได้บริการหลังการขายโต 5-10% ต่อปี
KEY
POINTS
- ฟอร์ด เผยรายได้จากบริการหลังการขายเติบโตขึ้น 5-10% ต่อปี คิดเป็นสัดส่วน 28% ของรายได้รวมของบริษัท
- ขยายคลังอะไหล่ให้มีสต็อกกว่า 4.3 ล้านชิ้น มูลค่า 1,500 ล้านบาท บนพื้นที่ 25 ไร่ ซึ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย และพร้อมจัดส่งตลอด 24 ชั่วโมง
- ยกระดับงานบริการลูกค้าด้วยหน่วยบริการเคลื่อนที่ (MSV) บริการรับ-ส่งรถนอกสถานที่ (PUD) และแอปพลิเคชัน Ford app เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย
ฟอร์ด ประเทศไทย เผยรายได้จากบริการหลังการขายคิดเป็นสัดส่วน 28% ของบริษัท และมีอัตราเติบโต 5-10% ต่อปี ขยายสต๊อกอะไหล่ 4.3 ล้านชิ้น มูลค่า 1,500 ล้านบาท พื้นที่คลังเก็บอะไหล่ 25 ไร่ ใหญ่ที่สุดในเอเชีย พร้อมจัดส่งไปดีลเลอร์ ตลอด 24 ชม. 7 วันต่อสัปดาห์
นายสุรวัฒน์ จึงสมประสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ฟอร์ดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเข้าสู่ปีที่ 30 เราลงทุนอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการหลังการขาย ทั้งเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ บุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานสากล และการเพิ่มศักยภาพของศูนย์กระจายอะไหล่
ปัจจุบัน ฟอร์ดมีโชว์รูม-ศูนย์บริการกว่า 130 แห่ง พร้อมช่างเทคนิคกว่า 1,000 คน และศูนย์ซ่อมสีตัวถัง 50 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งในแต่ละปีฟอร์ด ทั้งยังลงทุน 500 ล้านบาท เพื่อยกระดับมาตรฐานงานบริการ และพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2565 เปิดหน่วยบริการเคลื่อนที่ หรือ MSV (Mobile Service Vehicle) ซึ่งให้บริการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ ตรวจเช็กเบื้องต้น เปลี่ยนแบตเตอรี่ และซ่อมแซมเล็กน้อยถึงบ้านหรือที่ทำงาน มียอดเรียกใช้งานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 10% ต่อปี ให้บริการไปแล้วราว 138,000 ครั้ง รวมถึงบริการรับ–ส่งรถนอกสถานที่ หรือ PUD (Pick Up and Delivery) ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าที่ต้องการประหยัดเวลา มียอดเรียกใช้งานเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 8% ต่อปี ให้บริการไปแล้วกว่า 130,000 ครั้ง ปัจจุบันมีโมบาย เซอร์วิส 106 คัน
นอกจากนี้ ยังมี Ford app เป็นแอปพลิเคชันที่รวมฟังก์ชันการใช้งานที่ง่ายและครบครันไว้ในที่เดียว ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อกับรถฟอร์ด เรียกรับบริการต่าง ๆ ดูข้อมูลสถานะรถยนต์ หรือสั่งการรถผ่านโทรศัพท์มือถือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันกว่า 130,000 ราย รวมถึงการขยายการรับประกันคุณภาพอะไหล่เป็น 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร







