
“ศุภมาส” สั่งลุยเอาผิด “ช่างหนึ่งสร้างบ้าน” หลังเหยื่อพุ่ง 60 ราย สูญกว่า 45 ล้าน
สคบ. ลุยตรวจสอบ “ช่างหนึ่งสร้างบ้าน” หลังพบผู้เสียหายกว่า 60 ราย สูญเงินรวมกว่า 45 ล้าน พร้อมเรียกเข้าชี้แจง 12 พ.ค.นี้ ปมรับเงินสร้างบ้านแต่ทิ้งงานกลางทาง ด้านรัฐบาลเตรียมดัน “บัญชีดำผู้รับเหมา” ให้ประชาชนตรวจสอบประวัติก่อนตัดสินใจจ้างสร้างบ้าน
KEY
POINTS
- นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สั่ง สคบ. ดำเนินการเอาผิด "ช่างหนึ่งสร้างบ้าน" หลังพบผู้เสียหายกว่า 60 รายในภาคอีสาน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 45 ล้านบาท
- ผู้รับเหมารายนี้มีพฤติการณ์ใช้รูปบ้านของผู้อื่นมาแอบอ้าง เสนอราคาถูกพร้อมโปรโมชันเพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินมัดจำก้อนใหญ่ จากนั้นจะทิ้งงานหลังก่อสร้างเพียงเล็กน้อย
- สคบ. ได้เรียกตัวผู้รับเหมามาสอบสวนเพื่อหาแนวทางเยียวยาและเตรียมดำเนินคดี พร้อมมีแผนจัดทำบัญชีดำผู้รับเหมาทิ้งงานเพื่อเตือนภัยประชาชนในอนาคต
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีนายเกรียงไกร ระไวกลาง หรือ “ช่างหนึ่ง” ผู้รับจ้างก่อสร้างบ้าน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “หวานเจี๊ยบรับสร้างบ้าน” ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “ช่างหนึ่งสร้างบ้าน” ที่ตกเป็นข่าวใหญ่ในรายการโหนกระแส เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังพบผู้เสียหายมากกว่า 60 ราย ในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 45 ล้านบาท
โดยทันทีที่ปรากฏข่าวนั้นได้สั่งการให้ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโดยด่วน และมอบหมายให้ นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 3 เข้าร่วมในรายการ และเร่งรวบรวมข้อเท็จจริงในทันที
ทั้งนี้ พฤติการณ์ของผู้รับเหมารายนี้ คือ นำภาพแบบบ้านสวยของคนอื่น มาแอบอ้างในเพจ เสนอราคาก่อสร้างตารางเมตรละ 9,000 ถึง 10,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นแถมแอร์และเครื่องทำน้ำอุ่น หลอกให้ผู้บริโภคโอนเงินมัดจำก้อนใหญ่ตั้งแต่ 500,000 บาท จนถึงจ่ายสดเต็มจำนวนหลักล้าน เมื่อได้เงินแล้วทำเพียงเทคาน ขึ้นเสาโครงเหล็ก หรือทำแค่หลังคา แล้วทิ้งงาน
นางสาวศุภมาส กล่าวต่อว่า กรณีที่สะเทือนใจที่สุดคือข้าราชการวัย 59 ปี รายหนึ่ง ที่นำเงินเก็บทั้งชีวิต 2 ล้านบาทมาสร้างบ้านเตรียมเกษียณ แต่ถูกหลอกจนเครียดหนักและเสียชีวิต สะท้อนว่าการทิ้งงานของผู้รับเหมาไม่ใช่เพียงความเสียหายทางทรัพย์สิน แต่เป็นการทำลายความหวังทั้งชีวิตของประชาชน
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ สคบ. ตรวจสอบ พบว่าธุรกิจรับจ้างก่อสร้างบ้านของนายเกรียงไกร ต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2559 และประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้บริการต่อเติมอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2566 แต่กลับใช้สัญญาเอาเปรียบผู้บริโภค เช่น ระบุว่า “ระยะเวลาก่อสร้าง 5 เดือน เริ่มนับตั้งแต่วันตั้งเสาเอก” ทำให้ผู้บริโภคเอาผิดเรื่องความล่าช้าได้ยาก รวมถึงไม่ส่งมอบหลักฐานการรับเงินตามประกาศที่ สคบ. กำหนด
นางสาวศุภมาส กล่าวอีกว่า สคบ. ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายเชิญตัวนายเกรียงไกร ระไวกลาง เข้าพบพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้นำข้อมูลผู้เสียหายทั้งหมดมาแสดง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รวมถึงการเยียวยาผู้เสียหาย และหากพบการละเมิดกฎหมายจะดำเนินการตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไป
“ดิฉันได้สั่งการให้ สคบ. ทำงานเชิงรุกทันที ไม่ปล่อยให้ผู้บริโภคต้องไปฟ้องร้องเองในคดีแพ่ง เพราะพฤติการณ์ของผู้รับเหมารายนี้ ทำให้ประชาชนได้รับความไม่เป็นธรรมในส่วนของที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคเป็นนโยบายเร่งด่วน เงินที่ประชาชนเก็บออมมาทั้งชีวิตเพื่อสร้างบ้านหลังเดียว จะไม่ปล่อยให้ใครมาหลอกเอาไปอย่างเด็ดขาด ดิฉันยังได้สั่งการให้ สคบ. ประสานการทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกรณีดังกล่าว หากมีการกระทำความผิดกฎหมายให้เร่งดำเนินการ พร้อมเดินหน้าจัดทำฐานข้อมูลกลางเพื่อขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาที่มีพฤติการณ์ทิ้งงานซ้ำซาก ให้ประชาชนตรวจสอบประวัติได้ก่อนตัดสินใจจ้างเหมาก่อสร้าง และขอให้ สคบ. ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโถคโดยการออกกฎหมายกำกับดูแลในรูปแบบของสัญญาหรือหลักฐานการรับเงินแก่ธุรกิจดังกล่าว” นางสาวศุภมาส กล่าว
นางสาวศุภมาส ฝากเตือนประชาชนว่า ก่อนทำสัญญาจ้างก่อสร้างบ้าน ขอให้ตรวจสอบให้ละเอียดว่าสัญญามีรายการครบถ้วนตามประกาศ สคบ. หรือไม่ งวดเงินสัมพันธ์กับงวดงานหรือไม่ และไม่ควรจ่ายเงินมัดจำเป็นก้อนใหญ่ล่วงหน้าเกินสัดส่วนของงาน
ทั้งนี้ ผู้เสียหายจากกรณีนายเกรียงไกร ระไวกลาง รวมถึงผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการจ้างเหมาก่อสร้าง ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด







