
รถจีน 20 แบรนด์ยึดตลาดไทย ครึ่งปีขายอีวีทะลุ 1 แสนคัน หวังรัฐบาลต่อโปร EV4.0
ตลาดรถอีวีครึ่งปีแรก 2569 ยอดทะลุ 1 แสนคัน ค่ายจีนตบเท้าลุยไทยกว่า 20 แบรนด์ หวังรัฐบาลไทย จัดเงินสนับสนุนต่อเนื่อง “กลุ่มเชอรี่” ขอมาตรการ EV4.0
KEY
POINTS
- ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV ครึ่งปีแรก 2569 ยอดจดทะเบียนทะลุ 1 แสนคัน โดยมีค่ายรถยนต์จากจีนเข้ามาทำตลาดแล้วกว่า 20 แบรนด์
- ค่ายรถยนต์จีน คาดหวังให้รัฐบาลไทยออกมาตรการสนับสนุนต่อเนื่องในระยะถัดไป หรือ EV4.0 เพื่อส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว
- สองแบรนด์เกาหลี ฮุนได เกีย สู่ไม่ถอย ทั้งตั้งโรงงานในไทย และลดราคารถยนต์ไฟฟ้า EV หลักแสนบาท
ตลาดรถอีวีโตแรง ผ่านครึ่งปีแรก 2569 ยอดทะลุ 1 แสนคัน ค่ายจีนยังแห่เข้ามาขุดทองในไทยไม่หยุดรวมกว่า 20 แบรนด์ หวังรัฐบาลไทย จัดเงินสนับสนุนต่อเนื่อง “กลุ่มเชอรี่” ขอมาตรการ EV4.0 ฝั่ง “ฮอนด้า” ชี้ควรให้สิทธิ์รถสันดาป และไฮบริดอย่างเท่าเทียม
ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งไฟฟ้า EV ครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย 69) ทำได้ถึง 1 แสนคัน เพิ่มขึ้น 90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ครองส่วนแบ่ง 30% จากตลาดรวม คาดถึงสิ้นปีทุบสถิติใหม่ด้วยตัวเลขกว่า 1.5 แสนคัน (ปี 2568 ยอดจดทะเบียน 118,490 คัน)
รถจีนแบรนด์ใหม่มาอีกเพียบ
ด้วยสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคานํ้ามันปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับค่ายจีน ปูพรมถล่มตลาดด้วยรถยนต์ไฟฟ้า EV ราคาเข้าถึงได้ง่ายอย่างเก๋งเล็ก ตัวถังแฮตช์แบ็ก มีให้เลือกตั้งแต่ราคา 399,900 บาท หรือบี-เอสยูวีที่มีความอเนกประสงค์เพิ่มขึ้น สามารถซื้อได้ในราคา 600,000 บาท ขณะที่ EV หลายรุ่นยังได้สิทธิ์ประโยชน์จากภาครัฐตามมาตรการ EV 3.5 (ปี 2569-2570 ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศเท่านั้น)
ส่งผลให้ยอดขาย EV เติบโตแบบก้าวกระโดด หรือหลายคนที่จองรถช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน ที่ผ่านมา ยังต้องรอรับรถไม่ตํ่ากว่า 2-3 เดือน เช่น GEELY EX2, MG4, ORA 5, ZEEKR X และ XPENG G6 เป็นต้น
ปัจจุบันมีรถจีนเข้ามาทำตลาดในไทยกว่า 20 แบรนด์ และมีรายใหม่เพิ่งเปิดตัวอย่าง Lepas (ในเครือเชอรี่) Forthing (ในเครือตงเฟิง) Hongqi (ในเครือ FAW) และปลายปีนี้จะมีมาเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 แบรนด์
ขณะที่ค่ายยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี ต่างสรรหารถพลังงานไฟฟ้า 100% เข้ามาในพอร์ต ซึ่งมีทั้งนำเข้ามาจากประเทศบ้านเกิดของตนเอง และนำเข้าจากจีน คละๆ กันไป
รัฐบาลดึงเงินกู้ 2 แสนล้านบาท หนุนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามคือ การที่รัฐบาลประกาศว่ากำลังพิจารณาโครงการสนับสนุนให้ประชาชนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยงบประมาณจากเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ภายใต้เป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดการพึ่งพานำเข้านํ้ามันจากต่างประเทศ
โดยกระทรวงการคลัง และกรมสรรพสามิต น่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ ทั้งรูปแบบของการสนับสนุน และประเภทรถ ซึ่งจะมีทั้งรถยนต์ไฟฟ้า EV และ Hybrid ที่ประกอบในประเทศ
นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลจะมีโครงการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นเรื่องดี ซึ่งจะมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม แต่นอกจาก EV แล้ว อยากให้ภาครัฐพิจารณาสิทธิ์ประโยชน์ของรถสันดาป และรถไฮบริดให้เท่าเทียมกันด้วย
“ถ้ารัฐบาลมีโครงการนี้ออกมา ผู้คนที่มองหารถไฮบริด ที่มีความคุ้มค่า เราก็จะมีโอกาสขายมากขึ้น ขณะที่ภาครัฐมองเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าทำได้ก็จะดีมาก”
ฮอนด้า ซิตี้ ไมเนอร์เชนจ์ ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด ยังมีให้เลือกทั้งขุมพลังไฮบริด e:HEV และเบนซิน 1.0 ลิตร เทอร์โบ ประกอบที่โรงงาน ฮอนด้า ออโตโมบิล จ.ปราจีนบุรี ตั้งเป้ายอดขายไว้ 3,200 คัน/เดือน
“ส่วนเป้าหมายการขายปีนี้ บริษัทตั้งไว้ 76,000 คัน จากตลาดรวมที่คาดว่าจะทำได้ 6.6 แสนคัน” นายอิวานามิ กล่าวสรุป
ปัจจุบัน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้า EV Honda e:N2 จากจีนมาทำตลาด ราคา 1.429 ล้านบาท มียอดขายประมาณ 30 คันต่อเดือน และไตรมาส 3 ปีนี้ เตรียมเปิดตัว EV Honda Super One ที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น อีกหนึ่งรุ่น
EV 3.5 ดันยอดผลิตทะลุ 1 แสนคัน/ปี
ส่วนความเคลื่อนไหวจากค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมในโครงการ EV 3.5 และต้องเริ่มผลิตชดเชยในปีนี้ เช่น CHANGAN, MG และ GWM ยังเดินหน้าตามแผนและมั่นใจว่าจะผลิตได้จำนวนตามเงื่อนไขของภาครัฐ
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี รายงานว่า สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทยยังคงมีอยู่ แนวโน้มราคาทรงตัวมากขึ้น ส่วนหนึ่งคาดว่าผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศจะสามารถผลิตรถยนต์ EV ในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 100,000 คัน จาก 70,000 คันในปี 2568 (จากกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด 3.84 แสนคัน) สะท้อนต้นทุนการผลิตมากขึ้น ตามการใช้สิทธิประโยชน์จากภาครัฐภายใต้มาตรการ EV 3.5 ซึ่งจะต้องเร่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าในปี 2569 อัตราส่วน 1 : 2 (นำเข้า 1 คัน จะต้องผลิตในประเทศชดเชย 2 คัน) และปี 2570 อัตราส่วน 1 : 3 คัน
นายคริส วู รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฉางอาน ต้องผลิตชดเชยตามมาตรการ EV3.5 จำนวน 20,000-25,000 คัน ซึ่งภายในปีนี้โรงงานฉางอาน ออโตโมบิล ระยอง จะผลิตได้ครบตามจำนวนดังกล่าว
“ปีนี้โรงงาน โรงงานฉางอาน ออโตโมบิล จ.ระยอง วางกำลังผลิตรวมเอาไว้ 50,000 คัน ในจำนวนนี้ 50% เป็นการส่งออก ไปทั้ง ยุโรป อาเซียน และเอเชียโอเชียเนีย”
กลุ่มเชอรี หวังภาครัฐต่อมาตรการ EV4.0
นายเซดริก ชุย ประธาน เชอรี ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ครบวงจรของอาเซียน ล่าสุดเปิดไลน์การประกอบเอสยูวีไฟฟ้า Chery V23 พร้อมส่งมอบให้ลูกค้าจำนวนกว่า 1,000 คันต่อเดือนตามกำหนด
อย่างไรก็ตาม มาตรการ EV3.5 ที่กำลังจะสิ้นสุดในปี 2570 บริษัทพยายามผลักดันมาตรการส่งเสริมในระยะถัดไป หรือ EV4.0 เพื่อพัฒนาระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว
“EV3.0-3.5 ช่วงปี 2565-2570 ถือเป็นระยะเวลาที่สั้น และอาจจะยังไม่สามารถสร้างการลงทุนในระบบซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้ ซึ่งต่างจากจีน ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนมากกว่า 10 ปี” นายเซดริก ชุย กล่าว
ค่ายเกาหลี ลดราคาสู้ ฮุนไดประกอบไทย
ขณะที่ค่ายรถเกาหลีใต้ ฮุนได เพิ่งประกาศเปิดโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้า EV ในไทย ที่บางปู จ.สมุทรปราการ โดยว่าจ้างธนบุรีประกอบรถยนต์ เป็นผู้ดำเนินการในสายการผลิต กับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกคือ IONIQ 5 N Line
สำหรับ IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบในประเทศ เปิดราคา 1.699 ล้านบาท ถูกกว่าการนำเข้ามาจากเกาหลี(ต้นปี 2568) ที่ตั้งราคาไว้ 1.988 ล้านบาท ทั้งนี้ในช่วงเปิดตัว ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ทำราคาพิเศษ 400 คันแรก ที่ 1.399 ล้านบาท เมื่อเทียบกับการเปิดตัวครั้งแรก ราคาตํ่ากว่ากันถึง 589,000 บาท
นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนไดโมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า IONIQ 5 ใช้สิทธิ์ตามโครงการ EV3.5 ของภาครัฐ โดยนำเข้ามาประมาณ 400 คัน ดังนั้นโรงงานฮุนไดต้องผลิตคืน 800 คัน (ในปีนี้) ส่วนเป้าหมายการขายตั้งไว้ 100 คันต่อเดือน
ด้านบริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำโปรโมชันลดสูงสุด 344,000 บาท สำหรับ Kia EV5 Earth Exclusive AWD เหลือ 1,455,000 บาท ขณะที่รุ่นเริ่มต้น Kia EV5 Air ราคาเหลือ 1,080,000 บาท
Kia EV5 เป็นรถนำเข้าทั้งคันจากจีน มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร รับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) สูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร และโปรโมชันนี้ต้องจองภายในวันที่ 1- 31 กรกฎาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569







