

สถานการณ์ตลาดรถจักรยานยนต์ในปี 2568 เติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีปัจจัยหนุนจากนโยบายท่องเที่ยว การฟื้นตัวของการลงทุน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง อัตราการอนุมัติสินเชื่อที่ต่ำ และสถานการณ์ความไม่แน่นอนของการค้าระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ประกอบการรายใหญ่อย่างฮอนด้า หรือ ยามาฮ่า ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมามีการเติบโตเล็กน้อย โดยในส่วนของยามาฮ่า นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ยามาฮ่าสามารถสร้างการเติบโตได้สูงกว่าอุตสาหกรรม โดยตลาดรวมเติบโตเพิ่มขึ้น 1.6% ในขณะที่ยามาฮ่ามีอัตราการเติบโตสูงขึ้นถึง 3.4% สำหรับปัจจัยที่ทำให้ยอดขายของยามาฮ่าเติบโต เป็นผลมาจากรถจักรยานยนต์กลุ่มแฟชั่นออโตเมติกอย่าง YAMAHA Grand Filano Hybrid ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่อง 11% ซึ่งสามารถทำสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (Record High) และ YAMAHA FAZZIO ที่มียอดขายเติบโตสูงสุด 60% และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ยามาฮ่า
"ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่มรถจักรยานยนต์ออโตเมติก (Automatic) ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มออโตเมติกแฟชั่น ขนาดไม่เกิน 125 ซีซี ที่มีอัตราการเติบโตสะสมสูงถึง 180% ภายในระยะเวลา 5 ปี"
นายพงศธร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับทิศทางในปี 2569 ยามาฮ่ากำหนด Growth Strategy เพื่อการเติบโต ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบไปด้วย
1. การสร้างตลาดใหม่ สร้างกลุ่ม Fashion Moped เพื่อครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์
2. การขยายฐานลูกค้าใหม่ ผ่านดีไซน์ที่โดดเด่น เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
3. การรักษาฐานลูกค้าเดิม รักษาฐานลูกค้าด้วยกิจกรรม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของ Brand Loyalty
"ทั้ง 3 กลยุทธ์หลัก ยามาฮ่าจะดำเนินการควบคู่กับการทำตลาดเชิงไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Marketing) ภายใต้แคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทางต่างทุกฟีล” ที่จะนำเสนอทั้งสินค้าใหม่ กิจกรรมทางการตลาด และประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับลูกค้า พร้อมยกระดับการบริการ 3S (Sales, Service, Spare Parts) เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด ตามปรัชญา KANDO ของยามาฮ่า”
ด้านนายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ในปีที่สภาพเศรษฐกิจยังมีความท้าทาย ผู้บริโภคมีความรอบคอบ และฉลาดในการตัดสินใจซื้อมากขึ้น ยามาฮ่าจึงมุ่งเน้นการนำเสนอความโดดเด่นที่แตกต่าง และความคุ้มค่าในระยะยาวของผลิตภัณฑ์ในทุกเซ็กเมนต์ อาทิ
พร้อมกันนี้ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2026 รายการ PT Grand Prix of Thailand ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ยามาฮ่าได้ประกาศการปรับทัพ ด้วยการเปิดตัวรถแข่ง YZR-M1 เครื่องยนต์ V4 พร้อมไลน์อัพนักบิดระดับโลกจำนวน 4 คน นำโดย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร หมายเลข 20 และ อเล็กซ์ รินส์ หมายเลข 42 จากทีม Monster Energy YAMAHA MotoGP ผนึกกำลังกับ แจ็ค มิลเลอร์ หมายเลข 43 และนักบิดหน้าใหม่อย่าง โทปรัค ราซกัตลิโอกลู เจ้าของแชมป์โลก World Superbike Championship จำนวน 3 สมัย จากทีม Prima Pramac YAMAHA MotoGP
นอกจากนี้ ยามาฮ่ามีการอัปเกรดแอปพลิเคชัน Y-Connect สู่ Y-ON เพื่อการใช้งานที่ง่าย เสถียร และรองรับฟีเจอร์ใหม่ในอนาคต โดยเริ่มใช้ในวันที่ 2 มีนาคม นี้ เป็นต้นไป
นอกจากนั้นแล้วยามาฮ่าเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่อีก 5 รุ่น ได้แก่