
Motor Show 2022 ปัจจัยหนุนตลาดรถยนต์เดือนมีนาคม 65 โต
โตโยต้า ประเมินตลาดรถยนต์เดือนมีนาคมแนวโน้มรุ่ง หลังค่ายรถแห่เปิดตัวรุ่นใหม่ -อัดแคมเปญ -ร่วมอีเวนต์ใหญ่ Motor Show 2022 ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อ
นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ในเดือนมีนาคมมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการปรับตัวของประชาชนในการอยู่ร่วมกับโควิด-19 COVID 19 โดยไม่ส่งผลกระทบมากนัก ทำให้สามารถใช้ชีวิต และดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เกือบเป็นปกติจนกลายเป็น New Normal ในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ดีการดำเนินกิจกรรมการตลาด และการแนะนำรถรุ่นใหม่จะช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ให้มีความน่าสนใจ รวมถึงข้อเสนอพิเศษ และกิจกรรมส่งเสริมการขายของค่ายรถยนต์ เพื่อปูทางสู่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยผลักดันอัตราการเติบโตของตลาดรถยนต์ด้วยอีกทางหนึ่ง ส่วนปัจจัยลบตลาดรถยนต์ในตอนนี้คือราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยจะเป็นตัวฉุดความมั่นใจของผู้บริโภคให้ชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ออกไป
ขณะที่ภาพรวมตลาดรถยนต์ในช่วงที่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 พบว่าตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 143,944 คัน เพิ่ม 26.1% โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง 45,955 คัน เพิ่ม 31% รถเพื่อการพาณิชย์ 97,989 คัน เพิ่ม 23.9%และตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) 76,409 คัน เพิ่ม 24.7%
ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 74,489 คัน เพิ่ม 26.3% โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง 22,590 คัน เพิ่ม 19.1% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 51,899 คัน เพิ่ม 29.8% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 41,447 คัน เพิ่ม 33%
"ตลาดรถยนต์เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่เพิ่ม 26.3% เป็นผลจากความต้องการใช้รถยนต์ทั้งเพื่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการใช้งานส่วนตัวของลูกค้าปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีแรงส่งจากยอดจองรถในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป รวมทั้งช่วงแคมเปญสิ้นปีที่ค่ายรถยนต์ยังคงทยอยส่งมอบรถถึงมือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมอย่างเป็นรูปธรรม"
สำหรับยอดขายรถยนต์เดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 74,489 คัน เพิ่มขึ้น 26.3%
โตโยต้า 24,998 คัน
- เพิ่ม 57.2%
- ส่วนแบ่งตลาด 33.6%
อีซูซุ 20,193 คัน
- เพิ่ม 22.6%
- ส่วนแบ่งตลาด 27.1%
ฮอนด้า 7,090 คัน
- ลดลง 21.3%
- ส่วนแบ่งตลาด 9.5%
2.ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 22,590 คัน เพิ่มขึ้น 19.1%
โตโยต้า 6,091 คัน
- เพิ่ม 50.2%
- ส่วนแบ่งตลาด 27.0%
ฮอนด้า 5,417 คัน
- ลดลง 31.2%
- ส่วนแบ่งตลาด 24.0%
มาสด้า 2,042 คัน
- เพิ่ม 11.8%
- ส่วนแบ่งตลาด 9.0%
3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 51,899 คัน เพิ่มขึ้น 29.8%
อีซูซุ 20,193 คัน
- เพิ่ม 22.6%
- ส่วนแบ่งตลาด 38.9%
โตโยต้า 18,907 คัน
- เพิ่ม 59.7%
- ส่วนแบ่งตลาด 36.4%
มิตซูบิชิ 2,848 คัน
- เพิ่ม 28.2%
- ส่วนแบ่งตลาด 5.5%
4.ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 41,447 คัน เพิ่มขึ้น 33%
อีซูซุ 18,689 คัน
- เพิ่ม 21.4%
- ส่วนแบ่งตลาด 45.1%
โตโยต้า 16,736 คัน
- เพิ่ม 71.1%
- ส่วนแบ่งตลาด 40.4%
มิตซูบิชิ 2,830 คัน
- เพิ่ม 30.5%
- ส่วนแบ่งตลาด 6.8%
*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 5,725 คัน
- โตโยต้า 2,915 คัน
- อีซูซุ 1,659 คัน
- มิตซูบิชิ 697 คัน
- ฟอร์ด 391 คัน
- นิสสัน 63 คัน
5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 35,722 คัน เพิ่มขึ้น 35.5%
อีซูซุ 17,030 คัน
- เพิ่ม 25.7%
- ส่วนแบ่งตลาด 47.7%
โตโยต้า 13,821 คัน
- เพิ่ม 76.2%
- ส่วนแบ่งตลาด 28.7%
มิตซูบิชิ 2,133 คัน
- เพิ่ม 30.2%
- ส่วนแบ่งตลาด 6.0%






