
สเตชั่นแวกอนบ้าพลังประชันอีวีราคาถูก
“มอเตอร์เอ็กซ์โป 2020” ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี มีหลายยนตรกรรมเปิดตัวใหม่ แต่ที่น่าสะดุดตาคือ รถอเนกประสงค์แบบสเตชั่นแวกอน ที่ 2 ค่ายดังอย่าง “อาวดี้” และ “เอ็มจี” นำเข้ามาทำตลาด
แม้รถตัวถังสเตชั่นแวกอน ไม่ค่อยได้รับความนิยมจากคนไทยนัก แต่ 2 ค่ายอินดี้ อย่าง “อาวดี้” และ “เอ็มจี” ผู้สวนกระแสโลก (ดูจากยอดขายก็ได้ เพราะในขณะที่ตลาดตก แต่ 2 ค่ายนี้ยอดโต) พยายามเพิ่มไลน์อัพใหม่ๆ และเชื่อว่า ยังมีลูกค้าอีกจำนวนไม่น้อยรอคอยรถประเภทนี้ ที่สำคัญยังมาพร้อมขุมพลังที่ไม่ธรรมดา
“อาวดี้” โดยไมซ์สเตอร์เทคนิค ที่ปัจจุบันนำเข้ารถมาขายกว่า 30 รุ่นย่อย ในหลากหลายตัวถัง คือ แฮตช์แบ็กซีดาน เอสยูวี ไปจนถึงรถสปอร์ต ล่าสุดนำเข้า Audi RS 4 Avant quattro มาจากเยอรมนี
Audi RS 4 Avant quattro โหดกว่า A4 รุ่นพื้นฐานที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร โดยใต้ฝากระโปรงหน้าวางบล็อก V6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ TFSI รีดกำลังได้ถึง 450 แรงม้า และแรงบิดมาหาศาล 600 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 4.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro
เพื่อควบคุมกำลังมหาศาลของ ซูเปอร์คาร์ในคราบสเตชั่นแวกอน อาวดี้ เซ็ตช่วงล่างใหม่แบบ RS Sports และระบบเบรกแบบ RS โดดเด่นด้วยคาลิเปอร์ สีแดง กับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ประกบยาง 275/30 R20
Audi RS 4 Avant quattro มาพร้อมชุดแต่งภายนอกภายในแบบ RS และใช้ไฟหน้าแบบ Matrix LED มีหลังคาซันรูฟ ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยลาย Matte Carbon เบาะนั่งหุ้มหนัง Fine Nappa เดินตะเข็บด้ายแบบลายรังผึ้ง พวงมาลัย และหัวเกียร์
หนัง Alcantara
สำหรับ Audi RS 4 Avant quattro ราคา 5.899 ล้านบาท(ตัวเริ่มต้น Audi A4 40 TFSI S line เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 190 แรงม้า ราคา 2.499 ล้านบาท
ทั้งนี้ “อาวดี้” ตั้งเป้าหมายยอดขายปีนี้โต 7% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ทำได้ 900 คัน และปีหน้ามีแผนนำเข้า Audi e-tron GT (ใช้พื้นฐานเดียวกับ ปอร์เช่ ไทคานน์) มาทำตลาดเช่นกัน
ขณะที่ค่ายรถยนต์แบรนด์อังกฤษเจ้าของจีน “เอ็มจี” นำเข้า EV รุ่นที่สองจากจีน มาทำตลาดในไทย คือ MG EP (หลายตลาดใช้ชื่อ MG 5 EV) ต่อจาก MG ZS EV ที่เป็นรถเอสยูวี
MG EP รถตัวถังสเตชั่นแวกอน ที่เอ็มจีตั้งใจทำราคาตํ่าปักธงเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า โดยเปิดตัวที่ราคา 9.88 แสนบาท (ภาษีนำเข้าจากจีน 0%)
สำหรับ MG EP มีมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตัน-เมตร ชุดแพกแบตเตอรี่วางเรียงอยู่บนพื้นห้องโดยสารความจุ 50.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทาง 380 กิโลเมตร (มาตรฐาน New European Driving Cycle-NEDC)
ขณะที่ตัวถังยาว 4,544 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,665 มิลลิเมตร โดดเด่นเรื่องพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร เมื่อพับเบาะหลังจะเพิ่มที่พื้นที่ความจุได้สูงสุด 1,456 ลิตร
MG EP มาพร้อม MG Passion Service และการรับประกันตัวรถ 4 ปีหรือ 120,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร
ทั้งนี้ เอ็มจี มีแผนทำสถานีอัดประจุไฟฟ้าภายใต้ชื่อ MG Super Charge ที่ดีลเลอร์ 100 แห่ง และจะเริ่มดำเนินการได้ครบภายในเดือนมกราคม ปี 2564
ใครสนใจไปดูรถสเตชั่นแวกอน ทั้งสองรุ่น ได้ที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2020 ที่จะจัดถึง 13 ธันวาคม นี้ ที่ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี
หน้า 15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษบกิจ ฉบับที่ 3,633 วันที่ 6-9 ธันวาคม พ.ศ. 2563






