
MG ZS เปลี่ยนความสงสัยให้เป็น ยอดขาย
วันหนึ่งผมตื่นเช้าขึ้นมา เห็นการแจ้งยอดขายตลาดเอสยูวีเมืองไทย ถึงกับต้องขยี้ตา 2 ครั้ง ไปล้างหน้าอีกหนึ่งรอบ ยังพบว่า MG ZS ยอดขาย เป็นอันดับหนึ่งในเซกเมนต์ หลังผ่านครึ่งปีแรก 2563
เดือนมกราคม - มิถุนายน 2563 MG ZS ยอดขาย 4,345 คัน ทิ้งอันดับสอง Honda HR-V 3,667 คัน และ Toyota C-HR 2,356 คัน ส่วนกลุ่ม ซี-เอสยูวี Chevrolet Captiva 2,577 คัน ทิ้งทวนถล่มราคาหนีกลับอเมริกาไปแล้ว (และยอดขายยังน้อยกว่าMG ZS ) ตามด้วย MG HS 2,564 คัน และแชมป์ตลอดกาล Honda CR-V 1,978 คัน
แล้ว ยอดขาย MG ZS และ MG HS บอกอะไรเราบ้าง?
MG เป็นน้องใหม่ที่เพิ่งทำธุรกิจในไทยมา 6 ปี จริงๆตัวรถไม่ได้โดดเด่นเรื่องสมรรถนะ เครื่องยนต์ เกียร์ หรืออัตราบริโภคนํ้ามันเมื่อเทียบกับรถในพิกัดเดียวกัน ทว่า ราคาที่ต้องจ่ายเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับนั้นคุ้มค่า กับวัสดุดูพรีเมี่ยม ออพชันจัดมาเกินคาด
แถมจังหวะดี ตัดสินใจถูกด้วยการเสริมทัพเอสยูวีหลายรุ่น ทำให้แบรนด์มีพลังในการสื่อสาร พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า (ลูกค้ามีโอกาสต่อยอด หรือสามารถครอสเซลล์ได้) ที่สำคัญภายใน 1-2 ปีนี้ MG ยังมีทีเด็ดตามมาอีก ทั้งโมเดลใหม่ และโมเดลในขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริด
ขณะที่ลูกค้าของ MG ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีความคิดเป็นของตนเอง ไม่ยึดติดแบรนด์ (ออกแนวคนรุ่นใหม่ สไตล์อินดี้) หรือสาวๆที่ไม่สนใจเรื่องเทคนิคที่ซับซ้อนของรถ ขอเพียงชอบ และราคาเข้าถึงได้ง่าย
ด้านการตลาด การขาย พร้อมเครือข่ายผู้จำหน่ายก็ปูพรมวางแผนอย่างรอบคอบ ล้วนส่งให้ MG ประสบความสำเร็จ จนก้าวเป็นผู้นำในรถเอสยูวี/ ครอสโอเวอร์ ของเมืองไทย
ล่าสุด MG ZS บิ๊กไมเนอร์เชนจ์ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปหลายจุด ทั้งการออกแบบกระจังหน้า กันชนหน้าใหม่ ไฟหน้าใช้หลอด LED และควบคุมลำแสงด้วยโปรเจกเตอร์เลนส์ พร้อมไฟขับขี่เวลากลางวัน เช่นเดียวกับไฟท้าย LED ประกบล้ออัลลอยด์ 17 นิ้วลายใหม่
ภายในห้องโดยสาร มีเบาะนั่งสีทูโทนเป็นทางเลือก หน้าจอแสดงผลหลังพวงมาลัยเปลี่ยนมาเป็นจอดิจิตอล และหน้าจอควบคุมกลางแบบทัชสกรีนขนาด 10 นิ้ว พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุแบบซอฟต์ทัชบริเวณแดชบอร์ด คอนโซลกลาง และแผงประตู
ส่วนเครื่องยนต์บล็อกเดิม ประสิทธิผลเท่าเดิมคือ เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที แต่เปลี่ยนชุดเกียร์ในการส่งกำลังมาเป็นอัตโนมัติ CVT 8 สปีดแทนอัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์4 สปีดเดิม
การออกแบบภายนอกดูเรียบง่าย ภายในอารมณ์หรูดูแพงเกินค่าตัว สมรรถนะการขับขี่ไม่ถึงกับเฉียบขาด เครื่องยนต์ เกียร์ ตอบสนองแค่เพียงพอต่อการใช้งาน ด้านพวงมาลัยผ่อนแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าปรับนํ้าหนักความหนืดได้ แต่ช่วงล่างเซ็ตมานุ่ม ขับทางไกลความ
เร็วสูง ตัวรถออกอาการโยกโยนไปนิด
ด้านอัตราบริโภคนํ้ามันเฉลี่ย จากการขับในเมืองรถติดๆ และออกนอกเมืองใช้ความเร็วสูง ผมลองวัดในระยะทางรวม 100 กม. เห็นตัวเลขประมาณ 13-14 กม./ลิตร
เทคโนโลยีความปลอดภัยที่เพิ่มมาใหม่ใน MG ZS
- ระบบควบคุมความเร็วรถขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control System)
- ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)
- กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (Around View Monitor)
- เบรกมือไฟฟ้า EPB
สำหรับ MG ZS ยอดขาย ดีต่อด้วย ด้วยราคาในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ C+ 6.89 แสนบาท D+ 7.39 แสนบาท และ X+ 7.99 แสนบาท ขยับขึ้น 1 หมื่นบาทเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม
รวบรัดตัดความ... MG ZS ปรับใหม่ดูน่าใช้ จากที่ไม่เคยอยู่ในสายตาหลายคน แต่เชื่อว่าเมื่อลองเข้าไปสัมผัสแล้ว อาจจะเปลี่ยนจากความแคลงใจสงสัย ให้กลายเป็น ยอดขาย ได้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง บี-เอสยูวีเดือด มาสด้า CX-3 เล็งปรับราคาสู้ MG ZS
MG ZS ใหม่ ขยับ ราคา 1 หมื่นบาท
คอลัมน์เทสไดร์ฟ
โดย : กรกิต กสิคุณ
หน้า 15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,595 วันที่ 26 - 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563






