
ซูบารุ-เอ็มจี ปรับหลังบ้านรอตลาดฟื้น
ค่ายรถยนต์ใช้โอกาสตลาดซบปรับปรุงหลังบ้านงานบริการหลังการขาย “ซูบารุ” ปรับโครงสร้างราคาอะไหล่ใหม่ลดสูงสุด 40% “เอ็มจี” ติดอาวุธดีลเลอร์ เน้นฝึกอบรมประเมินผลทุก 3-6 เดือน ลุยเพิ่มโชว์รูมอีก 25 แห่ง
อุตสาหกรรมยานยนต์ในยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี หลายบริษัทกำลังปรับตัวตามกระแสดิสรัปต์ แต่กลับโดนวิกฤติโควิด-19 กระหนํ่าซํ้ามาอีกหนึ่งดอก คาดยอดขายปีนี้ลดตํ่ากว่า 8 แสนคัน (ตลาดปี 2562 ทำได้ 1.007 ล้านคัน)
ขณะที่โรงงานผลิตรถยนต์ปรับลดกำลังผลิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ในส่วนบริษัทขายพยายามประคองธุรกิจอย่างเต็มที่และถือโอกาสปรับปรุงงานบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพ หวังสร้างความพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และช่วยให้ดีลเลอร์ผู้เป็นคู่ค้ามีรายได้อย่างยั่งยืน
“ซูบารุ” ที่เพิ่มความแข็งแกร่งในการทำธุรกิจในไทย ด้วยการลงทุนประกอบเอสยูวี ฟอเรสเตอร์ ที่โรงงานลาดกระบัง พร้อมปรับโครงสร้างราคาขาย และเครือข่ายผู้จำหน่ายใหม่
ล่าสุดประกาศปรับโครงสร้างราคาอะไหล่ซ่อมบำรุงพื้นฐาน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป โดยราคาอะไหล่ที่ลดลงสูงสุด 40% ได้แก่ นํ้ามันเกียร์ออโต้ (Subaru CVTF) อะไหล่อื่นๆ เช่น ไส้กรองอากาศ, ผ้าเบรกหน้า, ไส้กรองนํ้ามันเครื่อง และนํ้ามันเครื่องสังเคราะห์แท้ (Subaru Oil)
ทั้งนี้ ทีซี ซูบารุ ประเทศไทย เพิ่งเปิดคลังอะไหล่ใหม่ ใกล้ๆ กับโรงงานประกอบรถยนต์ที่ลาดกระบังช่วงปลายปี 2562 เพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการอะไหล่ เพิ่มความมั่นใจให้ดีลเลอร์และลูกค้าว่าจะมีสต๊อกพร้อมรองรับความต้องการได้เร็วขึ้น
สำหรับยอดขายซูบารุ ปี 2561 ทำได้ 2,100 คัน ปี 2562 ขายได้ 3,900 คัน ส่วนปีนี้ตั้งเป้ากว่า 5,000 คัน (ยังไม่ได้นำวิกฤติโควิด-19 มาประเมิน) ตัวขายหลักคือ “ฟอเรสเตอร์” สัดส่วน 70%
ด้าน “เอ็มจี” แบรนด์อังกฤษเจ้าของทุนจีน โดยบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้าเพิ่มโชว์รูมและศูนย์บริการอีก 25 แห่ง ส่งผลให้ปีนี้มีครบ 150 แห่งทั่วประเทศ ล่าสุดเปิด 2 สาขาใหม่ที่จังหวัดแพร่ และสกลนคร
ทั้งนี้ เพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี เอ็มจีพยายามยกระดับการบริการในเชิงลึก นอกเหนือไปจากการขยายจำนวนโชว์รูม-ศูนย์บริการในแนวกว้าง
นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัท พยายามติดอาวุธ เสริมศักยภาพให้ดีลเลอร์ ด้วยการอบรมและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
“เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้วยการจัดอบรมเพิ่มการเรียนรู้และฝึกฝนในด้านต่างๆ ที่จะสอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายรวมทั้งมีการประเมินเพื่อวัดประสิทธิภาพ และการดำเนินงานของผู้จำหน่ายทั้งในด้านการขาย และบริการหลังการขาย ทุกๆ 3-6 เดือน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานของบริษัท”
เอ็มจี เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปี 2557 โดยปีแรกมีจำนวนโชว์รูม 19 แห่ง จากนั้นในปี 2560 ขยายเป็น 80 แห่ง และตามเป้าหมายจะครบ 150 แห่งในปีนี้ ขณะเดียวกัน ยังมีแผนเปิดจุดให้บริการสู่ระดับอำเภออีกด้วย
“สิ่งที่เห็นในภาวะวิกฤตินี้คือโควิด-19 เป็นตัวกระตุ้นให้การดิสรัปต์มาเร็วกว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้ ทำให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม การเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่เราได้วางไว้ ตรงนี้ยังดำเนินงานตามแผนเดิม รวมถึงการขยายเครือข่ายต้องเดินหน้าต่อไป” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
สำหรับยอดขายปีนี้ เอ็มจี ตั้งเป้าไว้กว่า 40,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่ทำได้ 26,516 คัน
หน้า 16-17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,565 วันที่ 12 - 15 เมษายน พ.ศ. 2563






