
โตโยต้า-ปตท. ผนึกกำลังดันไทยสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า
โตโยต้า -ปตท.ฉลองครบรอบ 15 ปีแห่งความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนาเชื้อเพลิงในยานยนต์ เริ่มตั้งแต่ ไบโอดีเซล – แก๊สโซฮอล์ – ซีเอ็นจี” พร้อมเดินผลักดันไทยสู่ยุค “ยานยนต์ไฟฟ้าและไฮโดรเจน”
นายวิทวัส สวัสดิ์-ชูโต ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.)ปตท. เปิดเผยว่า สถาบันนวัตกรรม ปตท. และกลุ่มบริษัทโตโยต้า เป็นพันธมิตรกันอย่างยาวนานถึง 15 ปี โดยมีจุดเริ่มต้นเมื่อเดือนธันวาคม 2547 จาก “โครงการวิจัยเรื่องเมล็ดสบู่ดำ” เพื่อพัฒนาไบโอดีเซลในประเทศไทยร่วมกัน จากนั้นทั้ง ปตท. และ โตโยต้า ได้ร่วมมือกันศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นแก๊สโซฮอล์ ที่ได้มาจากอ้อยและมันสำปะหลัง ไบโอดีเซลจากปาล์ม หรือแม้กระทั่งก๊าซธรรมชาติ (ซีเอ็นจี) จากแหล่งอ่าวไทย
“การมีกลุ่มบริษัทโตโยต้าเป็นพันธมิตรทำให้เราสามารถร่วมกันทำการศึกษาผลกระทบของเชื้อเพลิงชีวภาพเหล่านี้กับเครื่องยนต์ได้ ตัวอย่างของความสำเร็จของโครงการเช่น การศึกษาการใช้น้ำมัน ไบโอดีเซล B10 จนนำมาสู่การจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในปัจจุบัน”
นายวิทวัส กล่าวเพิ่มเติมว่า จาก “ไบโอดีเซล – แก๊สโซฮอล์ – ซีเอ็นจี” คือความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างกันที่เป็นรูปธรรม จนทำให้ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นผู้นำด้านเชื้อเพลิงชีวภาพในภูมิภาคนี้ ในวันนี้พร้อมเดินหน้าผลักดันเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่เหมาะสมกับประเทศไทยให้ก้าวสู่ยุค “ยานยนต์ไฟฟ้าและไฮโดรเจน”
นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้นำเสนอนวัตกรรมพลังงานทางเลือก ที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและนโยบายของภาครัฐ นอกจากนั้นแล้วโตโยต้ายังได้ร่วมมือวิจัยและพัฒนาโครงการร่วมกับ ปตท. และในครั้งนี้ โตโยต้าได้เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนงบประมาณ รถยนต์ เครื่องยนต์ ตลอดจนชิ้นส่วนต่าง ๆ ในการทดลอง ซึ่งโตโยต้าคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลแห่งความร่วมมือในครั้งนี้จะนำมาซึ่งประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อมและเพื่อโลกต่อไปในอนาคต
“หลายปีที่ผ่านมาราคาน้ำมันอยู่ในภาวะที่ปรับตัวสูงขึ้น ประเทศไทยมีความจำเป็นที่ต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศในปริมาณมหาศาล อย่างไรก็ดีประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีวัตถุดิบที่สามารถนำมาผ่านกระบวนการเพื่อผลิตเป็นพลังงานเชื้อเพลิงทางเลือกได้มากมาย ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงได้ให้การสนับสนุน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาและใช้พลังงานทดแทนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของโตโยต้าก็ได้พัฒนารถยนต์ให้ออกมาสอดรับกับแนวทางดังกล่าว”
นายยูคิโอะ โยชิดะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 15 ปีแห่งความร่วมมือด้านงานวิจัยและพัฒนาเชื้อเพลิงในยานยนต์ ได้บรรลุความสำเร็จในโครงการสำคัญหลายโครงการ อาทิ การผลิตไบโอดีเซลจากต้นสบู่ดำ (Jatropha Biodiesel) น้ำมันดีเซลชีวภาพสังเคราะห์ (Bio-hydrogenated Diesel) การผลิตไบโอดีเซลจากสาหร่าย การผลิตเอทานอลจากฟางข้าว และชานอ้อย
นอกจากนี้ ยังมีโครงการสำคัญที่ได้ร่วมพัฒนาและเกิดผลสำเร็จในเชิงพาณิชย์ อาทิ การใช้ B20 ในรถยนต์โตโยต้า ไอเอ็มวี (IMV) รถกระบะHilux, Fortuner,และ Hiace, Commuter, Majesty โดยไม่มีผลกระทบต่อเครื่องยนต์ และ รถยนต์ โตโยต้า รุ่น Corolla Altis NGV สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ก๊าซธรรมชาติของไทยที่มีคุณภาพที่หลากหลายได้
“ความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายนี้ ไม่เพียงแต่ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร แต่ยังมีส่วนช่วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทย ตลอดจนเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกด้วย”






