ซูบารุพลิกโฉมธุรกิจหวังโต100%เพิ่มCKDในไทย

29 เม.ย. 2562 เวลา 5:30 น. 1.9k

ซูบารุ ปรับโครงสร้างธุรกิจในไทยครั้งใหญ่ หลังโรงงานแห่งแรกในไทยเริ่มเดินเครื่อง ประเดิมส่ง “ฟอเรสเตอร์ ใหม่” ป้อนทั้งตลาดในประเทศและส่งออก ตั้งเป้าปีแรก 6,000 คัน พร้อมเทงบเพิ่มกว่าพันล้าน เพิ่มกำลังการผลิตครบ 1 แสนคันภายใน 5 ปี

หลังประกาศความร่วมมือกันระหว่าง กลุ่มตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล และซูบารุ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ในการจัดตั้งบริษัท ตันจง ซูบารุ ออโตโมทีฟ (ประเทศไทย)จำกัด เพื่อก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ซูบารุแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง บนพื้นที่ 1 แสนตารางเมตร โดยใช้เงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท

ปีแรกของการดำเนินงานจะประกอบรถซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ประมาณ 6,000 คัน รองรับทั้งตลาดในประเทศ พร้อมทั้งส่งออกไปเวียดนาม, มาเลเซีย และตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปีจะลงทุนเพิ่มอีกกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อประกอบรถอีก 3 รุ่น และขยายกำลังการผลิตสูงสุดถึง 1 แสนคันต่อปี

การผนึกกำลังกันในครั้งนี้ ถือเป็นแนวรุกครั้งใหญ่ของแบรนด์ซูบารุในประเทศไทย หลังจากที่ก่อนหน้านั้นดำเนินงานโดยบริษัท มอเตอร์ อิมเมจ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของตันจง กรุ๊ป ที่ดูแลเฉพาะการจัดจำหน่ายและการบริการหลังการขาย แต่การตั้งโรงงานในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในไทยที่พวกเขาได้เข้ามาดูแลระบบการผลิต รวมไปถึงบริหารจัดการระบบห่วงโซ่อุปทาน และสามารถทำตลาดในท้องถิ่นได้ดีขึ้น พึ่งพาการช่วยเหลือจากญี่ปุ่นน้อยลง และตอบสนองความต้องการของลูกค้าซูบารุในภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น

ประโยชน์ของการตั้งโรงงานในไทยอีกประการคือ การใช้สิทธิประโยชน์จากข้อตกลงทางการค้าในประชาคมอาเซียน อีกทั้งยังมีความคล่องตัวในการผลิตรวมไปถึงกำหนดราคาขายเพื่อที่จะแข่งขันได้ในตลาด

“เราอยากสร้างแบรนด์ในไทย และขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคอื่นๆ ดังนั้นจึงจับมือกับตันจง ส่วนการเลือกประเทศไทยเพื่อตั้งโรงงานประกอบรถนั้น เพราะไทยเป็นตลาดที่ใหญ่ และมีผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นเข้ามาตั้งโรงงานเกือบครบแล้ว มีความพร้อมด้านซัพพลายเออร์ อีกทั้งคุณภาพในการประกอบรถถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ” นายโทโมฮิโร่ อิชิโตบิ  ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายงานขายและการตลาดต่างประเทศที่ 2 ซูบารุ คอร์ปอเรชั่น กล่าวและว่า

ซูบารุพลิกโฉมธุรกิจหวังโต100%เพิ่มCKDในไทย

สำหรับซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ถือเป็นรุ่นแรกที่ออกจากไลน์ของโรงงานแห่งใหม่นี้ โดยรถรุ่นนี้ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 43% ส่วนรถรุ่นอื่นๆที่จะประกอบในอนาคตนั้น จะเป็นการตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งต้องดูความต้องการของตลาด ขณะที่ความเป็นไปได้เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ในเบื้องต้นภาพรวมตลาดในไทยถือว่ามีศักยภาพ แต่หากมองถึงความต้องการของผู้บริโภค รวมไปถึงนโยบายต่างๆของรัฐในตอนนี้ถือว่ายังไม่ชัดเจน

ด้านนายเกลน ตัน กรรมการผู้จัดการ กลุ่มตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า โรงงานใหม่แห่งนี้จะผลิตรถ 4 รุ่น ซึ่งรุ่นแรกที่ผลิตออกมาคือฟอเรสเตอร์ และส่งมอบให้กับลูกค้าไปแล้ว 100 คันตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยบริษัทตั้งเป้าการขายของซูบารุไทยในปีนี้ 5,000 คัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ก้าวกระโดดเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา

สำหรับยอดขายของซูบารุในปี 2561 พบว่ามีจำนวน 2,260 คัน ส่วนยอดขายในปี 2562 ที่ตั้งไว้ 5,000 คันนั้น แบ่งออกเป็น ฟอเรสเตอร์ 2,500 คัน, เอ็กซ์วี 2,000 คัน, รถนำเข้าจากญี่ปุ่นอย่าง บีอาร์แซด, เอาท์แบ็ค, เลอ วอร์ก และดับเบิลยูอาร์เอ็กซ์ ประมาณ 500 คัน

“ฟีดแบ็กของลูกค้าที่รับมอบ รถฟอเรสเตอร์ลอตแรกถือว่าดีมาก ทุกคนชมว่าคุณภาพของตัวรถดีมาก ส่วนรุ่นที่มีเทคโนโลยีอาย ไซท์ มีออร์เดอร์เข้ามาและลูกค้ายอมรอ 6 เดือน โดยจะเริ่มส่งมอบในเดือนมิถุนายน ขณะที่การส่งออกในเบื้องต้นจะส่งไปยังเวียดนามและมาเลเซีย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งในเดือนกรกฎาคมนี้ ส่วนแผนงานในอนาคตที่จะผลิตรถรุ่นไหนต่อนั้นต้องขอศึกษา เช่นเดียวกับรุ่น เอ็กซ์วี ที่ตอนนี้ประกอบจากโรงงานมาเลเซีย และในโฉมใหม่จะมีโอกาสมาประกอบในไทยหรือไม่นั้นต้องพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง”

เรียกได้ว่าพร้อมรบสำหรับแผนงานด้านโปรดักต์จากค่ายซูบารุ ส่วนแผนงานที่กำลังเดินหน้าควบคู่กันไปกับการขายรถคือ ขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย จากปัจจุบันที่มี 26 แห่ง ภายในสิ้นปีจะเพิ่มอีก 19 แห่งรวมเป็น 45 แห่งทั่วประเทศ

ขณะที่แคมเปญหรือข้อเสนอทางการเงินต่างๆ จะมีออกมาต่อเนื่อง อาทิ รับประกันคุณภาพ 5 ปีหรือ 1 แสนกิโลเมตร, ผ่อนเริ่มต้น 0% นาน 48 เดือน ประกันภัยชั้น 1 นาน 3 ปี , ฟรีค่าบำรุงรักษา 5 ปี 

 

หน้า 28-29 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,465 วันที่ 28 เมษายน - 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

                            ซูบารุพลิกโฉมธุรกิจหวังโต100%เพิ่มCKDในไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง