
ฟิล์มปกป้องสีรถ"ลูมาร์" 2.2 แสนบาทรอบคัน
ฟิล์มกรองแสงแข่งดุ “เทคโนเซล”ฉีกตลาดส่งแบรนด์หรู ลูมาร์ พีพีเอฟ แพลทินัม เจาะกลุ่ม ซูเปอร์คาร์และพรีเมียมแบรนด์ เคาะราคา 2.2 แสนบาท
นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด เปิดเผยว่า ได้เปิดตัว เพนท์ โพรเทคชั่น ฟิล์ม แพลทินัม (ลูมาร์ พีพีเอฟ แพลทินัม) ที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าซูเปอร์คาร์ และกลุ่มรถหรู ที่มีอยู่ในตลาดราว 3 หมื่นคันต่อปี โดยฟิล์มในรุ่นใหม่นี้มีราคาเริ่มต้นที่ 2.2 แสนบาทต่อการติดตั้งทั้งคัน และรับประกันคุณภาพ 5 ปี ซึ่งถือว่าสูงสุดในประเทศไทย
[caption id="attachment_355245" align="aligncenter" width="503"]
จันทร์นภา สายสมร[/caption]
สำหรับ ลูมาร์ พีพีเอฟ แพลทินัม มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ Advanced Nano Hydrogard™ เคลือบผิวฟิล์มถึงระดับชั้นนาโนลิขสิทธิ์เฉพาะของลูมาร์ ป้องกันการเกาะตัวของคราบ นํ้าและสิ่งสกปรก ช่วยปกป้องสีรถจากเศษวัสดุต่างๆที่อาจปลิวมากระทบ เช่น สะเก็ดหิน ยางมะตอย มูลนก ยางไม้ และซากแมลง โดยความพิเศษของฟิล์มรุ่นนี้ผลิตจากโพลิยูรีเทนคุณภาพสูง มีความหนารวม 200 ไมครอน ทำให้แข็งแรงทนทานต่อแรงดึง, แรงฉีกขาด , ทนต่อสารเคมี และทนต่อความร้อนสูง 116 องศา รวมถึงความเป็นกรดด่าง ทำให้ปกป้องสีรถได้เป็นอย่างดี
นางสาวจันทร์นภา กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านภาพรวมในตลาดฟิล์มกรองแสงมีการแข่งขันที่รุนแรง มีการลดแลกแจกแถม โดยเฉพาะในกลุ่มที่ป้อนให้กับโชว์รูมรถยนต์ ที่มีสัดส่วนการขายกว่า 80% ขณะที่มูลค่าตลาดรวมฟิล์มกรองแสงในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 1,500-1,700 ล้านบาท เติบโตประมาณ 12% ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายรถใหม่ที่เติบโตต่อเนื่อง และคาดว่าจะขายได้ 1 ล้านคัน
“ฟิลม์กรองแสงเติบโตตามตลาดรถยนต์ ทั้งรถใหม่ และรถมือ 2 ในส่วนของเทคโนเซลปกติจะมียอดขายหลักมาจาก ลามิน่า ตามปกติจะตั้งเป้าการเติบโตเหนือกว่าตลาด แต่ปีนี้เนื่องจากการแข่งขันรุนแรง ดังนั้นเราจึงประเมินว่าเราจะเติบโตไปในทิศทางเดียวกับตลาด หรือคิดเป็นรายได้จากธุรกิจฟิล์มกรองแสง 800 ล้านบาท และคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจฟิล์มกรองแสงที่ 35-37%”
ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ อาทิ ธูเล่ ปีนี้ยอดขายตํ่ากว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยลดลงประมาณ 20% ซึ่งเป็นผลมาจากตลาดจักรยานที่หดตัวลงไป เช่นเดียวกับเครื่องเสียง โซนิค ดีไซน์ ก็ยังคงต้องทำการตลาดเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อมูลกับลูกค้าที่มากขึ้น อย่างไรก็ดีบริษัทยังมั่นใจว่าเป้าหมายรายได้รวมในปีนี้จะทำได้ 850 ล้านบาท
นางสาวจันทร์นภา กล่าวว่า เป้าหมายในปี 2563 ที่คาดว่าจะมีรายได้ 1,000 ล้านบาทก็ยังคงอยู่ โดยบริษัทจะเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านสินค้าและบริการให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สินค้าทุกตราสินค้าของบริษัทได้รับความเชื่อมั่นสูงสุด นอกจากนั้นแล้วบริษัทยังเตรียมพัฒนาฐานข้อมูลของลูกค้าที่มีกว่า 1 ล้านราย โดยต้องการจะสื่อสารกับลูกค้าในกลุ่มนี้ให้มากขึ้น เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และการสร้างแบรนด์รอยัลตี
หน้า 32-33 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,423 วันที่ 2 - 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561
นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด เปิดเผยว่า ได้เปิดตัว เพนท์ โพรเทคชั่น ฟิล์ม แพลทินัม (ลูมาร์ พีพีเอฟ แพลทินัม) ที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าซูเปอร์คาร์ และกลุ่มรถหรู ที่มีอยู่ในตลาดราว 3 หมื่นคันต่อปี โดยฟิล์มในรุ่นใหม่นี้มีราคาเริ่มต้นที่ 2.2 แสนบาทต่อการติดตั้งทั้งคัน และรับประกันคุณภาพ 5 ปี ซึ่งถือว่าสูงสุดในประเทศไทย
[caption id="attachment_355245" align="aligncenter" width="503"]
สำหรับ ลูมาร์ พีพีเอฟ แพลทินัม มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ Advanced Nano Hydrogard™ เคลือบผิวฟิล์มถึงระดับชั้นนาโนลิขสิทธิ์เฉพาะของลูมาร์ ป้องกันการเกาะตัวของคราบ นํ้าและสิ่งสกปรก ช่วยปกป้องสีรถจากเศษวัสดุต่างๆที่อาจปลิวมากระทบ เช่น สะเก็ดหิน ยางมะตอย มูลนก ยางไม้ และซากแมลง โดยความพิเศษของฟิล์มรุ่นนี้ผลิตจากโพลิยูรีเทนคุณภาพสูง มีความหนารวม 200 ไมครอน ทำให้แข็งแรงทนทานต่อแรงดึง, แรงฉีกขาด , ทนต่อสารเคมี และทนต่อความร้อนสูง 116 องศา รวมถึงความเป็นกรดด่าง ทำให้ปกป้องสีรถได้เป็นอย่างดี
นางสาวจันทร์นภา กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านภาพรวมในตลาดฟิล์มกรองแสงมีการแข่งขันที่รุนแรง มีการลดแลกแจกแถม โดยเฉพาะในกลุ่มที่ป้อนให้กับโชว์รูมรถยนต์ ที่มีสัดส่วนการขายกว่า 80% ขณะที่มูลค่าตลาดรวมฟิล์มกรองแสงในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 1,500-1,700 ล้านบาท เติบโตประมาณ 12% ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายรถใหม่ที่เติบโตต่อเนื่อง และคาดว่าจะขายได้ 1 ล้านคัน
“ฟิลม์กรองแสงเติบโตตามตลาดรถยนต์ ทั้งรถใหม่ และรถมือ 2 ในส่วนของเทคโนเซลปกติจะมียอดขายหลักมาจาก ลามิน่า ตามปกติจะตั้งเป้าการเติบโตเหนือกว่าตลาด แต่ปีนี้เนื่องจากการแข่งขันรุนแรง ดังนั้นเราจึงประเมินว่าเราจะเติบโตไปในทิศทางเดียวกับตลาด หรือคิดเป็นรายได้จากธุรกิจฟิล์มกรองแสง 800 ล้านบาท และคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจฟิล์มกรองแสงที่ 35-37%”
ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ อาทิ ธูเล่ ปีนี้ยอดขายตํ่ากว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยลดลงประมาณ 20% ซึ่งเป็นผลมาจากตลาดจักรยานที่หดตัวลงไป เช่นเดียวกับเครื่องเสียง โซนิค ดีไซน์ ก็ยังคงต้องทำการตลาดเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อมูลกับลูกค้าที่มากขึ้น อย่างไรก็ดีบริษัทยังมั่นใจว่าเป้าหมายรายได้รวมในปีนี้จะทำได้ 850 ล้านบาท
นางสาวจันทร์นภา กล่าวว่า เป้าหมายในปี 2563 ที่คาดว่าจะมีรายได้ 1,000 ล้านบาทก็ยังคงอยู่ โดยบริษัทจะเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านสินค้าและบริการให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สินค้าทุกตราสินค้าของบริษัทได้รับความเชื่อมั่นสูงสุด นอกจากนั้นแล้วบริษัทยังเตรียมพัฒนาฐานข้อมูลของลูกค้าที่มีกว่า 1 ล้านราย โดยต้องการจะสื่อสารกับลูกค้าในกลุ่มนี้ให้มากขึ้น เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และการสร้างแบรนด์รอยัลตี
หน้า 32-33 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,423 วันที่ 2 - 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561






