thansettakij
thansettakij
"นิสสัน"นาวารา-เทอร์รา ตะลุยทะเลทราย"ซาฮารา"พร้อม2อเมริกันรุ่นใหญ่

"นิสสัน"นาวารา-เทอร์รา ตะลุยทะเลทราย"ซาฮารา"พร้อม2อเมริกันรุ่นใหญ่

24 พ.ย. 61 | 04:04 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ย. 61 | 00:27 น.
หลังกลุ่มพันธมิตร เรโนลต์ นิสสัน ไปเทกโอเวอร์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยิ่งทำให้กลุ่มธุรกิจยานยนต์นี้ดูทรงพลังมากขึ้น หรือยอดขายในปี 2561 ทะลุ 10 ล้านคันแน่นอน ส่วนจะเป็นอันดับ1 หรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับกลุ่มโฟล์คสวาเกน และ โตโยต้า

ขณะเดียวกันยิ่งทำให้รถในกลุ่ม LCV มีทิศทางที่ดีบนการใช้ทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันหมายถึงช่วยลดต้นทุนและบริษัทมีกำไรมากขึ้น

ผมมีโอกาสไปเยือน“โมร็อกโก” ร่วมงานทดสอบรถ LCV (Light Commercial Vehicle) ของนิสสันหลายรุ่น ซึ่งรถในกลุ่มนี้หากแปลเป็นไทยตรงๆว่า รถเพื่อการพาณิชย์ อาจจะไม่ตรงกับการใช้งานของเขาเสียทีเดียว

Nissan GoAnywhere Morocco_Nissan LCV Global Lineup_Image008

เพราะรถแบบบอดี้ออนเฟรม ตัวถังวางบนแชสซีส์ อย่างบ้านเราคุ้นเคยกับ ปิกอัพ หรือพีพีวี ซึ่งในกลุ่มหลัง ส่วนใหญ่ใช้เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่แล้ว(จดทะเบียนป้ายขาวตัวหนังสือดำ) อย่างนิสสัน เพิ่งมีน้องใหม่ชื่อ “เทอร์รา” ที่พัฒนาบนพื้นฐานปิกอัพนาวารา มุ่งทำตลาดในอาเซียนและจีน ส่วนเมืองนอกมีรุ่นใหญ่ “พาโทรล” ตลาดหลักอยู่ที่ตะวันออกกลาง

ด้วยการตระเตรียมเส้นทางให้ลองขับถึง 3 วัน ผ่านความแห้งแล้ง ถนนที่ไม่เรียกว่าถนน(เขาถึงบอกว่าขับออฟโรด) ทางดีๆไม่ไปวิ่งกัน ต้องมุ่งไปหาความกระด้างทุรกันดาร รวมถึงไปขับบนเนินทรายสูงๆ ที่ไต่ขึ้นบ้าง ไม่ขึ้นบ้าง

งานนี้นิสสัน เตรียมรถไว้ 4 โมเดลครับ คือ “นาวารา” เวอร์ชันยุโรป ผลิตจากโรงงานประเทศสเปน “เทอร์รา” รุ่นพวงมาลัยซ้ายส่งมาจากฟิลิปปินส์ (จริงๆก็ผลิตที่โรงงานในไทย) ขณะที่ปิกอัพฟูลไซซ์ “ไตตั้น” ส่งมาจากสหรัฐอเมริกา รวมถึง “พาโทรล” ที่ส่งมาจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

Nissan GoAnywhere Morocco_Nissan Navara_Image004 Nissan GoAnywhere Morocco_Nissan Terra_Image003 Nissan GoAnywhere Morocco_Nissan TITAN_Image007

Nissan GoAnywhere Morocco_Nissan Patrol_Image010 ผมเคยมาร่วมงานนี้กับนิสสันเมื่อ 2 ปีก่อน แต่คราวนั้นใช้ปิกอัพ นาวารา ในการลุยทางฝุ่นเพียงรุ่นเดียว แต่คราวนี้มี 4 รุ่นใหญ่ และขับเต็มที่ 3 วัน

อีเวนต์นี้ นิสสันใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Go anywhere เพื่อสื่อสารว่ารถยนต์ในกลุ่มนี้มีสมรรถนะสุดยอด สามารถขับไปที่ไหนก็ได้ และก็มีไม่กี่ค่ายรถยนต์ครับ ที่จะนำเข้าขนส่งรถมาจากหลายๆแหล่ง(ตามที่บอกด้านบน) เพื่อนำมาลุยในทะเลทรายซาฮารา

คณะเราที่ประกอบไปด้วยนักข่าว จากออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และอาเซียน ส่วนประเทศไทยมีนักข่าวไป 5 คน โดยลงเครื่องบินที่เมืองเออร์ราชิเดีย ที่ขยับเข้ามาในฝั่งตะวันออกของโมร็อกโก (เมืองหลวงอย่าง “ราบัต” และเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง “คาซาบลังกา” จะอยู่ขอบๆ ตะวันตกฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก)

Day 2 Route Map

 

NissanMorocco_20181118_4J6A4147

NissanMorocco_20181116_4J6A2564 NissanMorocco_20181116_4J6A2652 วันแรกจากสนามบิน เออร์ราชิเดีย คาราวานเริ่มขับในเส้นทางออนโรดและออฟโรดรวม 113 กม. เพื่อมาตั้งหลักปักฐาน ณ โรงแรม Xaluca เมือง Arfoud ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองประตูหน้าของทะเลทรายซาฮารา

ณ เมืองนี้ ในช่วงที่เราไปถือว่าสภาพอากาศแปลกๆ ด้วยฝนตกบ่อยครั้ง ฟ้าครึ้ม จากที่คิดว่าทะเลทรายจะร้อนแล้ง แต่กลับเป็นหนาวเย็นอย่างช่วงเช้าอุณหภูมิ 9-10 องศา ช่วงบ่ายก็ไม่เกิน 20 องศา (กลางคืนอุณหภูมิเลขตัวเดียว)

ผมลองขับรถยนต์คันแรกในทริปนี้คือ “นิสสัน ไตตั้น” ปิกอัพน้องยักษ์ ความยาว 5.8 เมตร ระยะ ตํ่าสุดจากพื้น 270 มม. จะขึ้นก็ต้องปีนจะลงต้องกระโดดละครับ

ส่วนความสามารถในการลากจูง(พ่วง)ได้นํ้าหนักถึง 4,132 กิโลกรัม แต่เคลมนํ้าหนักบรรทุกแค่ 676 กิโลกรัม ตรงนี้แสดงให้เห็นถึงการใช้งานปิกอัพแบบฟูลไซซ์ของคนอเมริกัน ซึ่งสะท้อนไปถึงการเซตช่วงล่าง และการควบคุม

โดยช่วงล่างของ“นิสสัน ไตตั้น” ด้านหลังก็เป็นแหนบแผ่นซ้อนแต่ออกแบบให้เหมาะสมกับขนาดตัวถังและนํ้าหนัก ส่วนด้านหน้าเป็นปีกนก 2 ชั้น

Nissan GoAnywhere Morocco_Nissan TITAN_Image009 Nissan GoAnywhere Morocco_Nissan TITAN_Image016 การขับบนถนนเรียบช่วงล่างยังนุ่มนวลอยู่มาก อย่างที่ผมตั้งข้อสังเกตว่า ไตตั้นไม่ได้เน้นบรรทุกหนักแต่มุ่งไปที่ศักยภาพในการลากจูงมากกว่า (ต่างจากเมืองไทยที่ต้องเซตให้รองรับการบรรทุกหนัก) ประเด็นนี้ยืนยันกันที่ตัวเลขครับ บ้านเราวางให้เป็นตลาดของปิกอัพ 1 ตัน แต่ไตตั้นรุ่นพี่ที่ขนาดใหญ่กว่าในสเปกยังระบุว่าตนเองเป็น Half ton หรือครึ่งตันเท่านั้นเอง

ส่วนเครื่องยนต์สูบนํ้ามันแบบเบนซิน วี8 ขนาด 5.6 ลิตร 395 แรงม้า แรงบิด 534 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แรงฉลุย พุ่งสบาย แต่ผมยังแอบประหลาดใจที่เขายังใช้เกียร์มือ เพื่อดึงโยกเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ ส่วนพวงมาลัยนํ้าหนักเบากว่าที่คิดไว้เยอะ และการตอบสนองมีระยะฟรีพอสมควร(เพื่อความปลอดภัย)

หลังจากขับ “ไตตั้น” แล้ว กลับมาลองขับ “นาวารา” ในรูปแบบออฟโรด พบว่าอารมณ์ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ รุ่นพี่อย่างไตตั้นนั้นนิ่งกว่าแน่ๆ แต่เหมือนจะน่าเบื่อ ส่วน นาวารา ที่ขนาดย่อมลงมา แต่ขับได้สนุก คล่องแคล่ว มีอาการแถๆ ไถลๆ ให้ได้ลุ้นบนทางฝุ่น(ในโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4Hi)

โดยนาวารา ที่ได้ลองขับเป็นรุ่นตกแต่งพิเศษ Off-Roader ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ปรับช่วงล่างใหม่และเพิ่มความสูงจากพื้นอีก 20 มม. รวมถึงขยายชุดโป่งซุ้มล้อ เพิ่มแผ่นเหล็กกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง และบันไดข้างออกแบบพิเศษ ส่วนสน็อกเกิลถือเป็นออพชันที่ลูกค้าเลือกติดหรือไม่ก็ได้

เครื่องยนต์ นาวารา เวอร์ชันยุโรป ใช้ดีเซล 4 สูบ 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ซึ่งเป็นบล็อกที่ประจำการอยู่ในเทอร์ราที่ขายในบ้านเรา (ส่วนเวอร์ชันส่งออกฟิลิปปินส์เป็นดีเซล 4 สูบ 2.5 ลิตร) ขณะที่ช่วงล่างหลังแบบ 5 จุดยึด คอยล์สปริง

 

Nissan GoAnywhere Morocco_Nissan Navara_Image014 Nissan GoAnywhere Morocco_Nissan Navara_Image015 Nissan GoAnywhere Morocco_Nissan Navara_Image017 NissanMorocco_20181118_4J6A4033 หลังจากลองครบทั้ง 4 รุ่น ถ้าให้ผมเลือกขับคันเดียว ผมยกให้นาวาราที่ขับได้เด็ดดวง พร้อมตะลุยรูปแบบออฟโรดได้จริงจังกว่าใครเพื่อน พละกำลังสมเนื้อสมตัว ได้อัดแรงๆ หักพวงมาลัยสาดใส่บนทะเลทราย พลิ้วเพลินตลอดเส้นทาง

การนำรถลงมาวิ่งในดินแดนทะเลทราย สมรรถนะของรถกลุ่มเบนซิน วี8 ขนาด 5.6 ลิตร อย่าง
ไตตั้น และพาโทรล วิ่งดีมีพลังอยู่แล้วครับ เพียงแต่คันใหญ่ไปนิด (พวงมาลัยเบา) ส่วน เทอร์รา ต้องบอกว่าเซตช่วงล่างมาให้ขับสบายบนทางดำถนนดี ส่วนกำลังจากเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตรนั้นเหลือเฟือ แต่แทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจาก 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ (แต่จะได้เปรียบเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เรื่องอัตราบริโภคนํ้ามันและปล่อยไอเสียตํ่า)

การไปเยือนโมร็อกโกในอีเวนต์ ระดับโลกของนิสสัน ช่วงที่ประธานกลุ่ม “คาร์ลอส กอส์น” โดนจับข้อหามีพฤติกรรมมิชอบด้านการเงิน บรรยากาศอาจจะไม่สวยงามนัก แต่การจัดงานยังเป็นไปอย่างราบรื่นแบบมืออาชีพ แม้จะต้องสลับรถบ่อยจนดูวุ่นวายเกินไปก็ตาม

ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีบนทะเลทรายซาฮารากับรถยนต์นิสสันในกลุ่ม LCV 4 รุ่น เพราะไตตั้น กับ พาโทรล คงหาโอกาสขับยาก แต่อีก 2 รุ่นได้พบเจอกันบ่อยในหลายสภาพถนนอยู่แล้ว ทั้งนี้ ปิกอัพ นาวารา ในเมืองไทยช่วงนี้เหมือนจะแผ่วลงไป ขณะที่น้องใหม่ เทอร์รา ต้องรอพิสูจน์ความสำเร็จบนการแข่งขันในสนามพีพีวีที่ดุเดือด

โดย กรกิต กสิคุณ

หน้า 32-33 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,421 วันที่ 25 - 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

595959859
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • motor