
‘อีซูซุ’เมินปิกอัพไฮโซชี้แรงแค่สร้างแบรนด์-เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยอดดีเกินคาด
จับตาสถานการณ์ปิกอัพไฮโซ หลังกระแส “เรนเจอร์ แร็พเตอร์” ดีเกินคาด ดันยอดจองทั่วประเทศทะลุ 2 พันคัน ก่อนทยอยส่งมอบปลายเดือนสิงหาคมนี้ ส่วน “อีซูซุ” ยืนยันไม่ทำปิกอัพสมรรถนะสูงหรือแรงเกิน 200 แรงม้า “นิสสัน” ยอมรับ “นาวารา” ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะ
- 27 พ.ค. 61 - ฟอร์ด ประเทศไทย กำลังอยู่ในช่วงเตรียมขึ้นสายการผลิตปิกอัพสมรรถนะสูง “เรนเจอร์ แร็พเตอร์” เพื่อส่งออกไปออสเตรเลีย และทำตลาดในประเทศ หลังกวาดยอดจองในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2018 กว่า 300 คัน และตรวจสอบตัวเลขทั่วประเทศจนถึงวันนี้น่าจะเกิน 2,000 คันแล้วโดยค่ายรถอเมริกันจะเริ่ม ทยอยส่งมอบ “เรนเจอร์ แร็พเตอร์” ล็อตแรกให้แก่ลูกค้าตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมนี้
สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เป็นปิกอัพสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ ที่เปิดตัวในไทยเป็นประเทศแรกในโลกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด้วยราคา 1.699 ล้านบาท ถือเป็นปิกอัพประกอบในประเทศที่ราคาขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (โดยโรงงานผู้ผลิต)
ด้วยฝีมือการพัฒนาจากแผนกฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ปิกอัพรุ่นนี้วางเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด และใช้โช้คอัพคู่หน้าและหลังของ Fox Racing Shox ส่วนช่วงล่างหลังเพิ่มวัตต์ลิงก์และคอยล์โอเวอร์ช็อค และล้อ 17 นิ้ว ประกบยางออล
เทอร์เรนBF Goodrich KO2 ขนาด 285/70 R17
“เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ถือเป็นที่สุดของฟอร์ด เรนเจอร์ ที่จะเข้ามาปฏิวัติและยกระดับตลาดปิกอัพในเมืองไทยอีกครั้ง” นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน ประธาน ฟอร์ด อาเซียน กล่าวในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2018
ทั้งนี้รายงานจากฟอร์ด ประเทศไทยว่ายอดขาย 4 เดือน แรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย. 61) เฉพาะปิกอัพ เรนเจอร์ทำยอดขายได้ 18,478 คัน โต 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วในจำนวนนี้เป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร สัดส่วน 90% และ 10% เป็นเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร
ฟอร์ดถือเป็นค่ายที่พยายามบุกเบิกการทำปิกอัพระดับพรีเมียมราคาเกิน 1 ล้านบาท พร้อมสร้างภาพลักษณ์ของปิกอัพสมรรถนะดี ใช้แล้วยกระดับกว่าปิกอัพทั่วไป ซึ่งยอดขายรุ่นเครื่องยนต์ 3.2 ลิตรเกือบทั้งหมดเป็นรุ่นไวลด์แทร็ก ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และอัดออพชันเต็ม ราคา 1.199 ล้านบาท
นอกจากนี้ ฟอร์ดยังเป็นเพียง 1 ใน 2 ค่ายในตลาดที่ขายปิกอัพ 4 ประตู (ตัวถังดับเบิลแค็บ) มากกว่าตัวถังตอนเดียวและตอนครึ่ง ส่วนอีกค่ายคือ อีซูซุ
ล่าสุดยังกระตุ้นยอดขายให้ เรนเจอร์ ตัวถัง 4 ประตูรุ่น XLS กับ XLT ด้วยแคมเปญวางดาวน์ 49,999 บาท แถมฟรีประกันภัยชั้น 1 หรือเลือกอัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 ส่วน
เรนเจอร์แร๊พเตอร์ ไม่มีแคมเปญใดๆ แต่เตรียมสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
โดยเร็วๆนี้เตรียมคิก ออฟเปิดแคมเปญใหม่ด้วยการทำกิจกรรมการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และดีลเลอร์ทั่วประเทศ เพื่อชิงรางวัลใหญ่ พาผู้โชคดีไปร่วมทดลองขับเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ถึงประเทศออสเตรเลียในเดือนกรกฎาคมนี้
ด้าน “อีซูซุ” หลังผ่านไตรมาสแรกยังทำยอดขายเป็นที่ 1 ในตลาดปิกอัพ ด้วยจำนวน 37,408 คัน (ไม่รวมพีพีวี) โต 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ครองส่วนแบ่งตลาด 36.3% (อันดับ 2 โตโยต้า ขายได้ 28,769 คัน อันดับ 3 ฟอร์ด 14,216 คัน)
นายโทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้อยากได้ส่วนแบ่งตลาด 18% ของตลาดรวมซึ่งเท่ากับปีก่อนๆที่เคยได้ ขณะที่ตลาดปิกอัพ ปัจจุบันอีซูซุมีส่วนแบ่งตลาด 36.3% และ
การรักษาผลงานระดับนี้ไว้ไม่ใช่เรื่องง่าย
อีซูซุแบรนด์เดียวมีส่วนแบ่งตลาดถึง 36.3% ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ และปิกอัพเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของไทย ย่อมมีแบรนด์อื่นๆอยากเพิ่มสัดส่วนตรงนี้ ทำให้เกิดการแข่งขันรุนแรงด้านราคา เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ตํ่า และส่วนลดต่างๆ ทำให้บริษัทไม่แน่ใจว่าจะรักษาตัวเลข 36% นี้เอาไว้ได้หรือเปล่า
“สิ่งที่อีซูซุให้ความสำคัญมากกว่าส่วนแบ่งการตลาดคือ การรักษาความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า การพัฒนา ผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองการใช้งานและความต้องการได้ดีที่สุด เช่นเดียวกับคุณภาพของการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย การรักษาระดับราคาขายต่อ ซึ่งราคารถมือ 2 ของอีซูซุยังถือว่าดีที่สุด เหล่านี้จะทำให้ผู้บริโภคชาวไทยเกิดความเชื่อมั่นในแบรนด์ในระยะยาว” นายมาเอคาวะ กล่าว
สำหรับยอดขายอีซูซุ ดีแมคซ์ 90% เป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร อีก 10% เป็นรุ่น 3.0 ลิตร และมียอดขายปิกอัพแบบขับเคลื่อน 4 ล้อเพียง 10% จากทั้งหมด เหนืออื่นใดเมื่อถามประธาน “โทชิอากิ มาเอคาวะ” ว่ามีแผนในการพัฒนาปิกอัพสมรรถนะสูง ที่แรงและแพงกว่านี้หรือไม่ ได้รับคำตอบว่า
ปิกอัพเป็นรถอเนก ประสงค์ที่ได้รับความนิยมจากคนไทยมากที่สุด เพราะเหมาะสมกับการใช้ชีวิตของคนไทย
ส่วนปิกอัพกำลังสูงกว่า 200 แรงม้าถือว่าเกินการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และในตลาดก็มีความต้องการน้อย
“แต่ละค่ายมีแนวทางการสร้างแบรนด์ที่แตกต่างกันไป ส่วนอีซูซุชัดเจนว่ายังเน้นปิกอัพที่มีสมรรถนะดีและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันอีซูซุมีปิกอัพหลายสไตล์ให้ลูกค้าเลือก ทั้ง “เอ็กซ์-ซีรีส์”(แต่งสปอร์ต) และ “วี-ครอส” (เน้นลุยแบบออฟโรด)มากกว่าจะเล่นเรื่องความแรงของเครื่องยนต์” นายมาเอคาวะ กล่าวสรุป
ส่วนนิสสัน ที่มีข่าวว่าในยุโรปมีแผนพัฒนาปิกอัพสมรรถนะสูงมาสู้กับฟอร์ดเช่นกัน ซึ่งในเมืองไทยโดยนายอันตวน บาร์เตส ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ยืนยันว่าจะทำตลาดปิกอัพในกลุ่มนี้หรือไม่
“ตลาดปิกอัพในไทยถือเป็นเซ็กเมนต์ที่ใหญ่มาก มีสัดส่วนมากกว่า 40% ของตลาดรวม สำหรับนาวารา เป็นปิกอัพที่ดีแต่มีหลายอย่างยังต้องปรับ ปรุงและเราเริ่มสร้างความชัดเจนในตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ พร้อมปรับการสื่อสารผ่านแคมเปญต่างๆและล่าสุดเพิ่มจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยีที่เจ้าอื่นไม่มีอย่าง กล้อง around view monitor” นายบาร์เตส กล่าว
เซกชั่นยานยนต์ หน้า 32-33 ฐานเศรษฐกิจ 3,367 วันที่ 20-23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
- 27 พ.ค. 61 - ฟอร์ด ประเทศไทย กำลังอยู่ในช่วงเตรียมขึ้นสายการผลิตปิกอัพสมรรถนะสูง “เรนเจอร์ แร็พเตอร์” เพื่อส่งออกไปออสเตรเลีย และทำตลาดในประเทศ หลังกวาดยอดจองในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2018 กว่า 300 คัน และตรวจสอบตัวเลขทั่วประเทศจนถึงวันนี้น่าจะเกิน 2,000 คันแล้วโดยค่ายรถอเมริกันจะเริ่ม ทยอยส่งมอบ “เรนเจอร์ แร็พเตอร์” ล็อตแรกให้แก่ลูกค้าตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมนี้
สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เป็นปิกอัพสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ ที่เปิดตัวในไทยเป็นประเทศแรกในโลกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด้วยราคา 1.699 ล้านบาท ถือเป็นปิกอัพประกอบในประเทศที่ราคาขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (โดยโรงงานผู้ผลิต)
ด้วยฝีมือการพัฒนาจากแผนกฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ปิกอัพรุ่นนี้วางเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด และใช้โช้คอัพคู่หน้าและหลังของ Fox Racing Shox ส่วนช่วงล่างหลังเพิ่มวัตต์ลิงก์และคอยล์โอเวอร์ช็อค และล้อ 17 นิ้ว ประกบยางออล
เทอร์เรนBF Goodrich KO2 ขนาด 285/70 R17
“เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ถือเป็นที่สุดของฟอร์ด เรนเจอร์ ที่จะเข้ามาปฏิวัติและยกระดับตลาดปิกอัพในเมืองไทยอีกครั้ง” นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน ประธาน ฟอร์ด อาเซียน กล่าวในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2018
ทั้งนี้รายงานจากฟอร์ด ประเทศไทยว่ายอดขาย 4 เดือน แรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย. 61) เฉพาะปิกอัพ เรนเจอร์ทำยอดขายได้ 18,478 คัน โต 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วในจำนวนนี้เป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร สัดส่วน 90% และ 10% เป็นเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร
ฟอร์ดถือเป็นค่ายที่พยายามบุกเบิกการทำปิกอัพระดับพรีเมียมราคาเกิน 1 ล้านบาท พร้อมสร้างภาพลักษณ์ของปิกอัพสมรรถนะดี ใช้แล้วยกระดับกว่าปิกอัพทั่วไป ซึ่งยอดขายรุ่นเครื่องยนต์ 3.2 ลิตรเกือบทั้งหมดเป็นรุ่นไวลด์แทร็ก ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และอัดออพชันเต็ม ราคา 1.199 ล้านบาท
นอกจากนี้ ฟอร์ดยังเป็นเพียง 1 ใน 2 ค่ายในตลาดที่ขายปิกอัพ 4 ประตู (ตัวถังดับเบิลแค็บ) มากกว่าตัวถังตอนเดียวและตอนครึ่ง ส่วนอีกค่ายคือ อีซูซุ
ล่าสุดยังกระตุ้นยอดขายให้ เรนเจอร์ ตัวถัง 4 ประตูรุ่น XLS กับ XLT ด้วยแคมเปญวางดาวน์ 49,999 บาท แถมฟรีประกันภัยชั้น 1 หรือเลือกอัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 ส่วน
เรนเจอร์แร๊พเตอร์ ไม่มีแคมเปญใดๆ แต่เตรียมสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
โดยเร็วๆนี้เตรียมคิก ออฟเปิดแคมเปญใหม่ด้วยการทำกิจกรรมการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และดีลเลอร์ทั่วประเทศ เพื่อชิงรางวัลใหญ่ พาผู้โชคดีไปร่วมทดลองขับเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ถึงประเทศออสเตรเลียในเดือนกรกฎาคมนี้
ด้าน “อีซูซุ” หลังผ่านไตรมาสแรกยังทำยอดขายเป็นที่ 1 ในตลาดปิกอัพ ด้วยจำนวน 37,408 คัน (ไม่รวมพีพีวี) โต 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ครองส่วนแบ่งตลาด 36.3% (อันดับ 2 โตโยต้า ขายได้ 28,769 คัน อันดับ 3 ฟอร์ด 14,216 คัน)
นายโทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้อยากได้ส่วนแบ่งตลาด 18% ของตลาดรวมซึ่งเท่ากับปีก่อนๆที่เคยได้ ขณะที่ตลาดปิกอัพ ปัจจุบันอีซูซุมีส่วนแบ่งตลาด 36.3% และ
การรักษาผลงานระดับนี้ไว้ไม่ใช่เรื่องง่าย
อีซูซุแบรนด์เดียวมีส่วนแบ่งตลาดถึง 36.3% ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ และปิกอัพเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของไทย ย่อมมีแบรนด์อื่นๆอยากเพิ่มสัดส่วนตรงนี้ ทำให้เกิดการแข่งขันรุนแรงด้านราคา เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ตํ่า และส่วนลดต่างๆ ทำให้บริษัทไม่แน่ใจว่าจะรักษาตัวเลข 36% นี้เอาไว้ได้หรือเปล่า
“สิ่งที่อีซูซุให้ความสำคัญมากกว่าส่วนแบ่งการตลาดคือ การรักษาความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า การพัฒนา ผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองการใช้งานและความต้องการได้ดีที่สุด เช่นเดียวกับคุณภาพของการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย การรักษาระดับราคาขายต่อ ซึ่งราคารถมือ 2 ของอีซูซุยังถือว่าดีที่สุด เหล่านี้จะทำให้ผู้บริโภคชาวไทยเกิดความเชื่อมั่นในแบรนด์ในระยะยาว” นายมาเอคาวะ กล่าว
สำหรับยอดขายอีซูซุ ดีแมคซ์ 90% เป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร อีก 10% เป็นรุ่น 3.0 ลิตร และมียอดขายปิกอัพแบบขับเคลื่อน 4 ล้อเพียง 10% จากทั้งหมด เหนืออื่นใดเมื่อถามประธาน “โทชิอากิ มาเอคาวะ” ว่ามีแผนในการพัฒนาปิกอัพสมรรถนะสูง ที่แรงและแพงกว่านี้หรือไม่ ได้รับคำตอบว่า
ปิกอัพเป็นรถอเนก ประสงค์ที่ได้รับความนิยมจากคนไทยมากที่สุด เพราะเหมาะสมกับการใช้ชีวิตของคนไทย
ส่วนปิกอัพกำลังสูงกว่า 200 แรงม้าถือว่าเกินการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และในตลาดก็มีความต้องการน้อย
“แต่ละค่ายมีแนวทางการสร้างแบรนด์ที่แตกต่างกันไป ส่วนอีซูซุชัดเจนว่ายังเน้นปิกอัพที่มีสมรรถนะดีและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันอีซูซุมีปิกอัพหลายสไตล์ให้ลูกค้าเลือก ทั้ง “เอ็กซ์-ซีรีส์”(แต่งสปอร์ต) และ “วี-ครอส” (เน้นลุยแบบออฟโรด)มากกว่าจะเล่นเรื่องความแรงของเครื่องยนต์” นายมาเอคาวะ กล่าวสรุป
ส่วนนิสสัน ที่มีข่าวว่าในยุโรปมีแผนพัฒนาปิกอัพสมรรถนะสูงมาสู้กับฟอร์ดเช่นกัน ซึ่งในเมืองไทยโดยนายอันตวน บาร์เตส ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ยืนยันว่าจะทำตลาดปิกอัพในกลุ่มนี้หรือไม่
“ตลาดปิกอัพในไทยถือเป็นเซ็กเมนต์ที่ใหญ่มาก มีสัดส่วนมากกว่า 40% ของตลาดรวม สำหรับนาวารา เป็นปิกอัพที่ดีแต่มีหลายอย่างยังต้องปรับ ปรุงและเราเริ่มสร้างความชัดเจนในตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ พร้อมปรับการสื่อสารผ่านแคมเปญต่างๆและล่าสุดเพิ่มจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยีที่เจ้าอื่นไม่มีอย่าง กล้อง around view monitor” นายบาร์เตส กล่าว
เซกชั่นยานยนต์ หน้า 32-33 ฐานเศรษฐกิจ 3,367 วันที่ 20-23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561






