
นิสสันดึง “ลีฟ” ขายแน่ปีหน้า
ค่ายนิสสันลุยรถพลังงานไฟฟ้า ลั่น! นำ “ลีฟ” เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยปีหน้า
หลัง “นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น” จัดงานเปิดตัวรถพลังงานไฟฟ้า (อีวี) “ลีฟ โฉมใหม่” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก (6 ก.ย.) นายอันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ประกาศชัดเจนว่า จะนำรถรุ่นนี้เข้ามาขายในเมืองไทยแน่นอน
นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เคยประกาศกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในไทยไว้ 3 ประการ คือ
1.เพิ่มความหลากหลายของรถยนต์ที่ทำตลาด
2.พัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน เพื่อบริการที่มีคุณภาพและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า
3.การใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตของนิสสัน รวมถึงศูนย์พัฒนาและวิจัยยานยนต์ เพื่อนำเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษและรุ่นเฉพาะ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศ
ดังนั้น การนำโปรดักต์รุ่นใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดจะต้องมั่นใจว่า แข่งขันได้และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ขณะที่ รถพลังงานไฟฟ้าถือเป็นภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของนิสสัน ซึ่ง “ลีฟ โฉมใหม่” จะขายใน 60 ประเทศทั่วโลก และมีประเทศไทยเป็น 1 ในนั้น
“นิสสันเป็นผู้นำในรถพลังงานไฟฟ้า อย่าง ‘ลีฟ เจเนอเรชันแรก’ กวาดยอดขายทั่วโลกกว่า 2.38 แสนคัน ซึ่งเราต้องการทำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้ราคาเข้าถึงได้ง่าย และกำลังคุยกับรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแนะนำรถเข้าสู่ตลาดในระยะเวลาที่กำหนด” นายอันตวน บาร์เตส กล่าว
คาดหมายว่า “ลีฟ โฉมใหม่” จะถูกนำเข้ามาทำตลาดภายในปีหน้า ภายใต้แพ็กเกจส่งเสริมการลงทุนที่นิสสันจะนำเสนอต่อบีโอไอ ซึ่งเป็นการประกอบ “โน๊ต อี-พาวเวอร์” ที่ใช้ชิ้นส่วนหลักจากซัพพลายเออร์ในประเทศไทย เพื่อสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี
อย่างไรก็ดี “โน๊ต อี-พาวเวอร์” มีระบบขับเคลื่อนที่ถือว่าเป็นรถไฮบริด ใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ จากนั้นจะส่งไปยังมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อ จึงมีข้อสังเกตว่า รถยนต์รุ่นนี้จะเข้าไปอยู่ในกลุ่มของ “อีวี” (ที่รถไม่ปล่อยไอเสียเลย) อย่างไร
“เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ จริง ๆ ก็เหมือนลูกครึ่ง แต่ด้วยการทำงานและสมรรถนะเหมือนรถอีวี เราหวังว่า รัฐบาลจะจัดให้ โน๊ต อี-พาวเวอร์ ถูกนับรวมเข้าไปในกลุ่มอีวีเช่นกัน” นายบาร์เตส กล่าว
นางเพียงใจ แก้วสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยอมรับว่า การจะผลิต “รถนิสสัน ลีฟ” ในไทยไม่ง่าย เพราะผู้บริโภคยังไม่มั่นใจที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากยังไม่รู้จักรถประเภทนี้ดีพอ ไม่รู้ว่า รถจะวิ่งได้มากน้อยแค่ไหน ทำให้ดีมานด์ยังไม่เกิด ตรงจุดนี้ทำให้บริษัทผู้ผลิตต้องมีการศึกษาและพิจารณา แต่หากมีการนำเข้ามาทำตลาดในช่วงแรก ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ก่อน และดูความต้องการของตลาด
ส่วนความเป็นไปได้ว่า อนาคตนิสสันอาจจะนำเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เข้าร่วมในเงื่อนไขของบีโอไอหรือไม่นั้น มีความเป็นไปได้ทั้งอีวี อย่าง “ลีฟ” หรือจะเป็นรุ่นที่ใช้ อี-พาวเวอร์
ด้าน แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมยานยนต์ เชื่อว่า นิสสันจะทำตลาดโน๊ต อี-พาวเวอร์ แน่นอน และหวังจะถูกจัดในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่ด้วยการที่รถยังปล่อยมลพิษและมีเครื่องยนต์ อาจจะเสียภาษีสรรพสามิตในอัตราต่ำสุดของรถยนต์ไฮบริด คือ 5% (รถไฟฟ้า “อีวี” เสีย 2%)
หลัง “นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น” จัดงานเปิดตัวรถพลังงานไฟฟ้า (อีวี) “ลีฟ โฉมใหม่” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก (6 ก.ย.) นายอันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ประกาศชัดเจนว่า จะนำรถรุ่นนี้เข้ามาขายในเมืองไทยแน่นอน
นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เคยประกาศกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในไทยไว้ 3 ประการ คือ
1.เพิ่มความหลากหลายของรถยนต์ที่ทำตลาด
2.พัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน เพื่อบริการที่มีคุณภาพและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า
3.การใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตของนิสสัน รวมถึงศูนย์พัฒนาและวิจัยยานยนต์ เพื่อนำเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษและรุ่นเฉพาะ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศ
ดังนั้น การนำโปรดักต์รุ่นใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดจะต้องมั่นใจว่า แข่งขันได้และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ขณะที่ รถพลังงานไฟฟ้าถือเป็นภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของนิสสัน ซึ่ง “ลีฟ โฉมใหม่” จะขายใน 60 ประเทศทั่วโลก และมีประเทศไทยเป็น 1 ในนั้น
“นิสสันเป็นผู้นำในรถพลังงานไฟฟ้า อย่าง ‘ลีฟ เจเนอเรชันแรก’ กวาดยอดขายทั่วโลกกว่า 2.38 แสนคัน ซึ่งเราต้องการทำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้ราคาเข้าถึงได้ง่าย และกำลังคุยกับรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแนะนำรถเข้าสู่ตลาดในระยะเวลาที่กำหนด” นายอันตวน บาร์เตส กล่าว
คาดหมายว่า “ลีฟ โฉมใหม่” จะถูกนำเข้ามาทำตลาดภายในปีหน้า ภายใต้แพ็กเกจส่งเสริมการลงทุนที่นิสสันจะนำเสนอต่อบีโอไอ ซึ่งเป็นการประกอบ “โน๊ต อี-พาวเวอร์” ที่ใช้ชิ้นส่วนหลักจากซัพพลายเออร์ในประเทศไทย เพื่อสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี
อย่างไรก็ดี “โน๊ต อี-พาวเวอร์” มีระบบขับเคลื่อนที่ถือว่าเป็นรถไฮบริด ใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ จากนั้นจะส่งไปยังมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อ จึงมีข้อสังเกตว่า รถยนต์รุ่นนี้จะเข้าไปอยู่ในกลุ่มของ “อีวี” (ที่รถไม่ปล่อยไอเสียเลย) อย่างไร
“เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ จริง ๆ ก็เหมือนลูกครึ่ง แต่ด้วยการทำงานและสมรรถนะเหมือนรถอีวี เราหวังว่า รัฐบาลจะจัดให้ โน๊ต อี-พาวเวอร์ ถูกนับรวมเข้าไปในกลุ่มอีวีเช่นกัน” นายบาร์เตส กล่าว
นางเพียงใจ แก้วสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยอมรับว่า การจะผลิต “รถนิสสัน ลีฟ” ในไทยไม่ง่าย เพราะผู้บริโภคยังไม่มั่นใจที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากยังไม่รู้จักรถประเภทนี้ดีพอ ไม่รู้ว่า รถจะวิ่งได้มากน้อยแค่ไหน ทำให้ดีมานด์ยังไม่เกิด ตรงจุดนี้ทำให้บริษัทผู้ผลิตต้องมีการศึกษาและพิจารณา แต่หากมีการนำเข้ามาทำตลาดในช่วงแรก ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ก่อน และดูความต้องการของตลาด
ส่วนความเป็นไปได้ว่า อนาคตนิสสันอาจจะนำเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เข้าร่วมในเงื่อนไขของบีโอไอหรือไม่นั้น มีความเป็นไปได้ทั้งอีวี อย่าง “ลีฟ” หรือจะเป็นรุ่นที่ใช้ อี-พาวเวอร์
ด้าน แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมยานยนต์ เชื่อว่า นิสสันจะทำตลาดโน๊ต อี-พาวเวอร์ แน่นอน และหวังจะถูกจัดในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่ด้วยการที่รถยังปล่อยมลพิษและมีเครื่องยนต์ อาจจะเสียภาษีสรรพสามิตในอัตราต่ำสุดของรถยนต์ไฮบริด คือ 5% (รถไฟฟ้า “อีวี” เสีย 2%)






