
"นิสสัน"เปิดตัว"ลีฟ"ใหม่ ชูไฮไลท์ขับขี่ได้ไกลยิ่งขึ้น
นายฮิโรโตะ ไซคาวะ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า วันนี้ นิสสัน ได้ประกาศเปิดตัวนิสสัน ลีฟ ใหม่ ซึ่งถือเป็นวิวัฒนาการขั้นต่อไปของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ปราศจากการปล่อยมลพิษ โดยนิสสัน ลีฟได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการผสมผสานระยะทางขับที่ไกลยิ่งขึ้นกับการออกแบบใหม่ที่ปราดเปรียวและเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ซึ่งแสดงถึงความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีของนิสสัน
“นิสสัน ลีฟ ใหม่นี้มุ่งไปสู่แนวคิดของการขับเคลื่อนอัจฉริยะ “นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้” (Nissan Intelligent Mobility) ซึ่งถือได้เป็นแนวคิดหลักของนิสสันแห่งอนาคต
โดยนิสสัน ลีฟ ใหม่ มีขีดความสามารถด้านการขับขี่อัตโนมัติเพิ่มมากขึ้น ด้วยวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ เช่น ProPILOT Park และการทำงานที่เรียบง่ายของ e-Pedal จะเสริมความแข็งแกร่งให้นิสสันในฐานะผู้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เช่นเดียวกับการเพิ่มจำนวนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วโลก อีกทั้งยังได้พัฒนาระบบสำคัญหลายด้านที่จะได้ประยุกต์ใช้ในรถยนต์ของนิสสันในอนาคต”
สำหรับนิสสัน ลีฟ ใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e-powertrain) ที่ก้าวหน้าที่สุดสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 400กม. (ตามมาตรฐาน JC08 ของญี่ปุ่น) ทำให้ผู้ขับขี่มีความเพลิดเพลินกับการเดินทางที่ปลอดภัยและยาวนานขึ้น ด้วยระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e-powertrain) ให้พละกำลัง 110 กิโลวัตต์ และแรงบิด 320 นิวตันเมตร จึงเพิ่มอัตราเร่งและประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น
นิสสัน ลีฟใหม่ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติโปรไพลอต ProPILOT เป็นการขับขี่ในช่องจราจรเดียวบนทางหลวง อีกทั้งยังมีระบบ โปรไพลอต พาร์ค ProPILOT เมื่อใช้งานระบบนี้ เทคโนโลยี โปรไพลอต พาร์ค จะควบคุมพวงมาลัย การควบคุมการเร่ง เบรก การเปลี่ยนเกียร์ และเบรกมือเพื่อให้ตัวรถเข้าสู่ช่องจอดได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจอดรถ รวมถึงการจอดขนาน ได้อย่างปลอดภัยด้วยการใช้ที่เรียบง่าย
นิสสัน ลีฟ ใหม่มาพร้อมกับ e-Pedal นวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขับขี่ได้อย่างสิ้นเชิง ทำให้ผู้ขับขี่เริ่มขับเคลื่อนรถยนต์ เร่งความเร็ว ลดความเร็ว และหยุดนิ่ง ด้วยการเพิ่มหรือลดแรงกดดันที่ใช้กับคันเร่ง เมื่อปล่อยคันเร่ง ระบบเบรกทั้งสองคือระบบเบรกจ่ายพลังงานคืน (regenerative brake) และระบบเบรกปกติ จะทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อทำให้รถหยุดนิ่ง รถยนต์จะอยู่นิ่งอยู่กับที่แม้จะอยู่บนเนินที่ลาดชันจนกว่าคันเร่งจะถูกกดอีกครั้ง ความสามารถในการตอบสนองของ e-Pedal ช่วยเพิ่มความพอใจในการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า
ด้านดีไซน์การออกแบบภายนอก มีรูปทรงที่เพรียวพราวและดูคมคายทรงพลัง อีกทั้งยังเป็นเลิศตามหลักอากาศพลศาสตร์ การออกแบบที่ลู่เพรียวเช่นนี้ไปจนถึงรูปลักษณ์แห่งความล้ำหน้า ล้วนสื่อถึงการขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เร้าใจ นอกจากนี้ การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถนิสสันผ่านกระจังหน้า V-Motion ไฟรูปทรง “บูมเมอแรง” พื้นผิวของกระจังหน้าและกันชนหลังเป็นสีฟ้าใสแสดงถึงความเป็นตัวตนของรถไฟฟ้านิสสัน
ภายในห้องโดยสารของลีฟ รุ่นใหม่ได้รับการออกแบบใหม่โดยเน้นไปที่คนขับ แผงด้านหน้าที่ยึดหลักการออกแบบของนิสสัน Gliding Wing เป็นแนวทางหลัก อันเป็นการผสมผสานพื้นที้ใช้สอยและการใช้งานได้อย่างดีเลิศ โดยการออกแบบภายใน สร้างบรรยากาศให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายและความหรูหราระดับพรีเมียม ด้วยการคัดสรรวัสดุอย่างพิถีพิถัน รวมไปการเย็บตะเข็บสีฟ้าสดทั้งบริเวณเบาะนั่ง บนแผงหน้าปัด และพวงมาลัย เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์เฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้านิสสัน นอกจากนี้ หน้าจอสีแบบ Thin-film Transistor (TFT) ขนาด 7 นิ้ว ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อส่งเสริมให้ฟีเจอร์หลัก ๆ เช่น เทคโนโลยี Safety Shield มาตรวัดพลังงาน ฟังก์ชั่นเสียง และ ระบบนำทาง รวมไปถึง Apple CarPlay
สำหรับลูกค้าที่ต้องการเพิ่มความตื่นเต้นและสมรรถนะอีกระดับ นิสสัน จะนำเสนอพลังการขับขี่ที่แรงและไกลขึ้น ในรุ่นปี 2018 (อาจแตกต่างกันในแต่ละตลาด) โดยนิสสัน ลีฟ ใหม่จะวางจำหน่ายในวันที่ 2 ตุลาคมในประเทศญี่ปุ่น และมีกำหนดการส่งมอบช่วงเดือนมกราคม 2560 ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป โดยนิสสัน ลีฟ ใหม่ มีราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น เริ่มต้นที่ 3,150,360 เยน หรือประมาณ 959,000 บาท
“นิสสัน ลีฟ ใหม่นี้มุ่งไปสู่แนวคิดของการขับเคลื่อนอัจฉริยะ “นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้” (Nissan Intelligent Mobility) ซึ่งถือได้เป็นแนวคิดหลักของนิสสันแห่งอนาคต
โดยนิสสัน ลีฟ ใหม่ มีขีดความสามารถด้านการขับขี่อัตโนมัติเพิ่มมากขึ้น ด้วยวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ เช่น ProPILOT Park และการทำงานที่เรียบง่ายของ e-Pedal จะเสริมความแข็งแกร่งให้นิสสันในฐานะผู้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เช่นเดียวกับการเพิ่มจำนวนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วโลก อีกทั้งยังได้พัฒนาระบบสำคัญหลายด้านที่จะได้ประยุกต์ใช้ในรถยนต์ของนิสสันในอนาคต”
สำหรับนิสสัน ลีฟ ใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e-powertrain) ที่ก้าวหน้าที่สุดสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 400กม. (ตามมาตรฐาน JC08 ของญี่ปุ่น) ทำให้ผู้ขับขี่มีความเพลิดเพลินกับการเดินทางที่ปลอดภัยและยาวนานขึ้น ด้วยระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e-powertrain) ให้พละกำลัง 110 กิโลวัตต์ และแรงบิด 320 นิวตันเมตร จึงเพิ่มอัตราเร่งและประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น
นิสสัน ลีฟใหม่ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติโปรไพลอต ProPILOT เป็นการขับขี่ในช่องจราจรเดียวบนทางหลวง อีกทั้งยังมีระบบ โปรไพลอต พาร์ค ProPILOT เมื่อใช้งานระบบนี้ เทคโนโลยี โปรไพลอต พาร์ค จะควบคุมพวงมาลัย การควบคุมการเร่ง เบรก การเปลี่ยนเกียร์ และเบรกมือเพื่อให้ตัวรถเข้าสู่ช่องจอดได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจอดรถ รวมถึงการจอดขนาน ได้อย่างปลอดภัยด้วยการใช้ที่เรียบง่าย
นิสสัน ลีฟ ใหม่มาพร้อมกับ e-Pedal นวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขับขี่ได้อย่างสิ้นเชิง ทำให้ผู้ขับขี่เริ่มขับเคลื่อนรถยนต์ เร่งความเร็ว ลดความเร็ว และหยุดนิ่ง ด้วยการเพิ่มหรือลดแรงกดดันที่ใช้กับคันเร่ง เมื่อปล่อยคันเร่ง ระบบเบรกทั้งสองคือระบบเบรกจ่ายพลังงานคืน (regenerative brake) และระบบเบรกปกติ จะทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อทำให้รถหยุดนิ่ง รถยนต์จะอยู่นิ่งอยู่กับที่แม้จะอยู่บนเนินที่ลาดชันจนกว่าคันเร่งจะถูกกดอีกครั้ง ความสามารถในการตอบสนองของ e-Pedal ช่วยเพิ่มความพอใจในการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า
ด้านดีไซน์การออกแบบภายนอก มีรูปทรงที่เพรียวพราวและดูคมคายทรงพลัง อีกทั้งยังเป็นเลิศตามหลักอากาศพลศาสตร์ การออกแบบที่ลู่เพรียวเช่นนี้ไปจนถึงรูปลักษณ์แห่งความล้ำหน้า ล้วนสื่อถึงการขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เร้าใจ นอกจากนี้ การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถนิสสันผ่านกระจังหน้า V-Motion ไฟรูปทรง “บูมเมอแรง” พื้นผิวของกระจังหน้าและกันชนหลังเป็นสีฟ้าใสแสดงถึงความเป็นตัวตนของรถไฟฟ้านิสสัน
ภายในห้องโดยสารของลีฟ รุ่นใหม่ได้รับการออกแบบใหม่โดยเน้นไปที่คนขับ แผงด้านหน้าที่ยึดหลักการออกแบบของนิสสัน Gliding Wing เป็นแนวทางหลัก อันเป็นการผสมผสานพื้นที้ใช้สอยและการใช้งานได้อย่างดีเลิศ โดยการออกแบบภายใน สร้างบรรยากาศให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายและความหรูหราระดับพรีเมียม ด้วยการคัดสรรวัสดุอย่างพิถีพิถัน รวมไปการเย็บตะเข็บสีฟ้าสดทั้งบริเวณเบาะนั่ง บนแผงหน้าปัด และพวงมาลัย เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์เฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้านิสสัน นอกจากนี้ หน้าจอสีแบบ Thin-film Transistor (TFT) ขนาด 7 นิ้ว ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อส่งเสริมให้ฟีเจอร์หลัก ๆ เช่น เทคโนโลยี Safety Shield มาตรวัดพลังงาน ฟังก์ชั่นเสียง และ ระบบนำทาง รวมไปถึง Apple CarPlay
สำหรับลูกค้าที่ต้องการเพิ่มความตื่นเต้นและสมรรถนะอีกระดับ นิสสัน จะนำเสนอพลังการขับขี่ที่แรงและไกลขึ้น ในรุ่นปี 2018 (อาจแตกต่างกันในแต่ละตลาด) โดยนิสสัน ลีฟ ใหม่จะวางจำหน่ายในวันที่ 2 ตุลาคมในประเทศญี่ปุ่น และมีกำหนดการส่งมอบช่วงเดือนมกราคม 2560 ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป โดยนิสสัน ลีฟ ใหม่ มีราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น เริ่มต้นที่ 3,150,360 เยน หรือประมาณ 959,000 บาท






