thansettakij
thansettakij
มาสด้ากดราคาอะไหล่ สู้ฟาสต์ฟิต-ปรับไลน์‘บีที-50’รอโมเดลอีซูซุอีก2ปี

มาสด้ากดราคาอะไหล่ สู้ฟาสต์ฟิต-ปรับไลน์‘บีที-50’รอโมเดลอีซูซุอีก2ปี

28 ก.ค. 60 | 10:00 น.
“มาสด้า” กำจัดจุดอ่อน ประกาศลดราคาอะไหล่หลายรายการ ท้าชนค่ายรถคู่แข่งและฟาสต์ฟิต โดยแบต เตอรี่เปลี่ยนซับพลายเออร์ใหม่ กดราคาลงเกือบ 50% ส่วนปิกอัพ “บีที-50” ยอดทรงตัว จนต้องปรับลดรุ่นย่อย คาดโมเดลใหม่ที่ใช้พื้นฐาน “อีซูซุ ดีแมคซ์” ต้องรออีก 2-3 ปี

ยอดขายพุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่สำหรับมาสด้า ที่ปีนี้เพิ่งปรับเพิ่มเป้าหมายอีก 1 พันคัน เป็น 5.1 หมื่นคัน หวังโต 20% เมื่อเทียบกับปี 2559 ในขณะที่ยอดขายในกลุ่มรถยนต์นั่งขึ้นแท่นอันดับ 3 อย่างมั่นคง เป็นรองเพียงเจ้าใหญ่โตโยต้า และฮอนด้า

ด้วยยอดขายที่เติบโตต่อเนื่อง จำนวนรถยนต์มาสด้ามีวิ่งบนท้องถนนมากขึ้น การบริการหลังการขายเป็นสิ่งที่มาสด้าเริ่มพัฒนาอย่างจริงจัง ทั้งการปรับโชว์รูม-ศูนย์บริการตาม “คอร์ปอเรต ไอเดนติตี้ ใหม่” (New Corporate Identity) และมีแผนเพิ่มอีก 20 แห่งเป็น 167 แห่งภายในปี 2562

เมื่อมาสด้ามีโชว์รูม-ศูนย์บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ ทว่ามาสด้ายังพยายามเพิ่มรายได้ในส่วนบริการหลังการขายให้ดีลเลอร์ อย่างเต็มที่ ซึ่งในระยะหลังมีแคมเปญดึงลูกค้าให้อยู่กับศูนย์บริการออกมาเรื่อยๆ

ล่าสุดคลอดแคมเปญฉลองยอดขายสกายแอคทีฟครบ 100,000 คัน ที่มีทั้งส่วนสนับสนุนการขายและเอาใจลูกค้าใหม่ รวมถึงแอบแทรกบริการหลังการขายมาด้วย ทั้งบริการตรวจเช็กรถฟรี 20 รายการ รับส่วนลดค่าอะไหล่ ผ้าเบรก โช้กอัพ ยางหุ้มเพลาขับ สายพานขับ สูงสุด 40% เปลี่ยนยางราคาเริ่มต้น 2,300 บาท ต่อเส้น แถมฟรี ยางปัดนํ้าฝน 1 คู่ แบตเตอรี่ราคาเริ่มต้น 1,700 บาท โดยโปรโมชันนี้จะมีไปถึงวันที่ 30 กันยายนนี้

นอกจากเซอร์วิสแคมเปญดังกล่าวแล้ว มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ยังกล้าประกาศลดราคาอะไหล่เปลี่ยนตามระยะทางลงอีกหลายรายการ เช่น ยาง โช้กอัพ เช่นเดียวกับแบตเตอรี่ที่ใช้กับรถยนต์ที่มีระบบไอ-สต็อป ลดราคาลงมาเกือบ 50%

“เราทยอยปรับลดราคาอะไหล่ ฟาสต์มูฟวิ่ง หรือที่ต้องเปลี่ยนตามระยะทางหลายรายการตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังพิจารณาคู่แข่งที่เป็นศูนย์บริการสำหรับรถที่หมดระยะประกัน (ฟาสต์ฟิต เช่น บี-ควิก แอค) ซึ่งเรามั่นใจว่าราคาแบตเตอรี หรือราคายางนั้น สามารถแข่งขันได้” นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวและว่า

ถือเป็นแผนพัฒนาธุรกิจที่มาสด้าได้ประกาศไว้อย่างชัดเจนคือวางระบบบริการหลังการขายอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการสร้างความพึงพอใจให้เกินความคาดหวังแก่ลูกค้า เช่น มีช่องซ่อมแบบเร่งด่วน จัดเตรียมสำรองอะไหล่ที่จำเป็น การอนุมัติงานซ่อมแบบเร่งด่วนกรณีเกิดอุบัติเหตุ การจัดส่งอะไหล่ที่รวดเร็ว และตลอด 24 ชั่วโมง และสร้างมาตรฐานและประสิทธิภาพเดียวกันทุกโชว์รูม

“ราคาอะไหล่ทุกชิ้นต้องประกาศให้ลูกค้ารับรู้ รวมถึงค่าแรง ค่าบำรุงรักษาตามระยะทาง ทุกอย่างต้องโปร่งใสชัดเจน และราคาต้องแข่งขันได้กับคู่แข่งในตลาด” นายธีร์ กล่าว

[caption id="attachment_184946" align="aligncenter" width="503"] ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด[/caption]

สำหรับเป้าหมายยอดขาย 5.1 หมื่นคันในปีนี้ แบ่งเป็น มาสด้า 2 จำนวน 2.75 หมื่นคัน มาสด้า3 จำนวน5.5 พันคัน ซีเอ็กซ์-3 จำนวน 6 พันคัน ซีเอ็กซ์-5 จำนวน 4.5 พันคัน และปิกอัพ บีที-50 จำนวน 7.5 พันคัน

เมื่อดูจากยอดขายจะเห็นว่า “บีที-50” ยังขายมากเป็นอันดับ 2 รองจากอีโคคาร์มาสด้า 2 ซึ่งมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ยังเดินหน้าลุยโมเดลนี้ต่อไปอย่างน้อยอีก 2 ปี ระหว่างรอปิกอัพโมเดลใหม่ที่ใช้พื้นฐานการพัฒนามาจาก “อีซูซุ ดีแมคซ์” ที่บริษัทแม่ของทั้งคู่ประกาศความร่วมมือกันไปก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม มาสด้า จะชูจุดเด่นให้ “บีที-50” เป็นปิกอัพแบบใช้งานส่วนบุคคล มากกว่ารถเพื่อการพาณิชย์ ดังนั้นรุ่นที่ขายหลักยังเป็นรุ่นยกสูงของตัวถังแค็บเปิดได้และ 4 ประตู โดยจะลดรุ่นย่อยที่ไม่สามารถทำราคาแข่งขันได้อย่างตัวถัง สแตนดาร์ดแค็บ บางรุ่นออกไป

ขณะที่ยอดขาย บีที-50 ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย. 60) ทำได้ 3,099 คันลดลง 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ครองส่วนแบ่งการตลาดเพียง 1.8%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,282 วันที่ 27 - 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • motor