
ซูซูกิ สวิฟท์ อาร์เอ็กซ์2 ปรับครั้งสุดท้าย...ใส่ให้เต็มที่
เปิดตัวครั้งแรกต้นปี 2555 “สวิฟท์” ได้สร้างความตื่นเต้นแตกต่าง บนมาตรฐานใหม่ของอีโคคาร์ ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สมรรถนะการขับขี่ดีเกินตัว ราคาเข้าถึงได้ง่าย พร้อมสร้างกระแสการรับรู้ในวงกว้าง(เมื่อเทียบกับการเป็นรถยนต์แบรนด์เล็ก) ซึ่งถือเป็นการปักธงธุรกิจซูซูกิยุคใหม่ในเมืองไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ผ่านไป 5 ปี แม้ยอดขายจะเริ่มทรงตัวและลดลงตามอายุการทำตลาด (ปีที่แล้วขายได้ 8,000 คัน ส่วนปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ 6,500 คัน) ด้วยคาดว่ารุ่นใหม่โมเดลเชนจ์จะเปิดตัวต้นปีหน้า ดังนั้น “สวิฟท์ อาร์เอ็กซ์2” (Swift RX-II) น่าจะเป็นรุ่นตกแต่งพิเศษครั้งสุดท้ายของโมเดลนี้ครับ
สวิฟท์ เคยเปิดตัวรุ่นตกแต่งพิเศษมาแล้ว 4 ครั้ง ไล่ตั้งแต่ปี 2556 กับ “สวิฟท์ เอเนอร์จี กรีน ลิมิเต็ด คัลเลอร์” (ตัวถังสีเขียว) ปี 2557 เป็น “สวิฟท์ จีแอลเอ็กซ์ ลิมิเต็ด” ที่เล่นแถบสีคาดตัวถัง จากนั้นปี 2558 เปิดตัว “อาร์เอ็กซ์” เวอร์ชันแรก ล่าสุดปีที่แล้ว ส่งรุ่น “ไซ” สีเขียวมังคุดลุยตลาด
สำหรับสวิฟท์ อาร์เอ็กซ์ 2 เหมือนจับเอา“โน่นนี่นั่น”ของ “อาร์เอ็กซ์” ตัวเดิม กับ “ไซ” มาผสมกัน ไล่ตั้งแต่ ชุดไฟหน้าหลอดซีนอนควบคุมลำแสงด้วยโปรเจ็กเตอร์เลนส์ สามารถปรับระดับได้อัตโนมัติ (เลนส์ควบคุมลำแสงสามารถกดองศาลงต่ำได้ หากด้านหลังมีบรรทุกเยอะจนรถหน้าเชิด ซึ่งไฟอาจจะส่องสูงไปแยกสายตารถชาวบ้านที่สวนมา) พร้อมเพิ่มไฟ LED วางเข้ามุมกับเบ้าไฟตัดหมอก และสปอยเลอร์หลังคาสไตล์สปอร์ต เสาอากาศแบบชาร์กฟิน (ครีบปลาฉลาม) ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วสีเทาเข้ม (ซูซูกิเรียกว่าสี Gun Metalic) พร้อมชื่อสัญลักษณ์ RX-II แปะอยู่ประตูหลังเพื่อแสดงถึงความเป็นรุ่นพิเศษ
ด้านราคาขาย 5.99 แสนบาท เท่ากับรุ่น “ไซ” เมื่อปีที่แล้ว และเทียบกับรุ่นท็อป GLX ก็เพิ่มเงิน 35,000 บาท ซึ่งสวิฟท์ อาร์เอ็กซ์ 2 นอกจากจะได้ออปชันที่กล่าวมาด้านบนแล้ว ยังมีแพดเดิลชิฟต์และครูสคอนโทรลติดมาด้วย
ส่วนการขับขี่ สวิฟท์ยังยอดเยี่ยมเรื่องการควบคุมและช่วงล่าง พวงมาลัยน้ำหนักกำลังดีมีความแม่นยำ ให้ความคล่องตัวยามขับในเมืองความเร็วต่ำ หรือวิ่งทางไกลใช้ความเร็ว 100-120 กม./ชม.ให้ความมั่นใจ
การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารอยู่ในระดับพอใช้ หรือได้ยินชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นเสียงจากพื้นถนน ส่วนเบาะนั่งเป็นวัสดุแบบผ้าออกแบบลวดลายใหม่ขนาดรับกับสรีระ ทว่าผมอยากให้ตำแหน่งเบาะสามารถปรับต่ำลงได้มากกว่านี้ ซึ่งจะว่าไปในตำแหน่งนั่งผู้ขับถือว่าแน่นสำหรับคนตัวสูงประมาณ 180 ซม.
เครื่องยนต์เบนซิน K12B แบบ 4 สูบ ขนาด 1.25 ลิตร วาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดี-ไอเสีย 91 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ตอบสนองช่วงออกตัวได้ดีครับ แต่แรงจะหย่อนลงไปช่วงความเร็วกลางๆ อัตราเร่งในย่าน 40-80 กม./ชม. อุ้ยอ้ายไปนิด (การทดสอบนั่ง 3 คน)
อย่างไรก็ตาม ซูซูกิแก้ไขความคาดหวังตรงนี้ด้วย “แพดเดิลชิฟต์” ให้คนขับเลือกเล่นเปลี่ยนเกียร์เอง ดังนั้นช่วงจะเร่งแซงกะทันหัน ใช้มือซ้ายตบเกียร์ลงมาสัก 1-2 ตำแหน่ง ช่วยรีดเร้นเข่นพลังได้ทันใจมากขึ้น ด้านอัตราบริโภคน้ำมัน จากการขับทางไกลใช้ความเร็ว 100-120 กม./ชม. เห็นตัวเลขแสดงอยู่ 16 กม./ลิตร สำหรับสวิฟท์ อาร์เอ็กซ์ 2 จะเริ่มลงโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ 104 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมนี้ครับ
รวบรัดตัดความ...ผ่านไป 5 ปี สวิฟท์ อีโคคาร์ มียอดขายสะสมกว่า 8 หมื่นคัน (ไม่รวมรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรที่นำเข้ามาจากอินโดนีเซีย) เป็นรถที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่น บ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้เป็นเจ้าของชัดเจน หรือซื้อมาแล้วยังสรรหาอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม ขณะที่ “อาร์เอ็กซ์ 2” จัดเต็มมาจากโรงงาน และน่าจะเป็นลิมิเต็ดอิดิชันรุ่นสุดท้ายของสวิฟท์โมเดลนี้ ซึ่งการจ่ายเพิ่มอีก 35,000 บาทถือว่าคุ้มกับออพชัน เรียกว่าได้เท่และจัดไฟแนนซ์ทีเดียวจบครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,239
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม พ.ศ. 2560
ผ่านไป 5 ปี แม้ยอดขายจะเริ่มทรงตัวและลดลงตามอายุการทำตลาด (ปีที่แล้วขายได้ 8,000 คัน ส่วนปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ 6,500 คัน) ด้วยคาดว่ารุ่นใหม่โมเดลเชนจ์จะเปิดตัวต้นปีหน้า ดังนั้น “สวิฟท์ อาร์เอ็กซ์2” (Swift RX-II) น่าจะเป็นรุ่นตกแต่งพิเศษครั้งสุดท้ายของโมเดลนี้ครับ
สวิฟท์ เคยเปิดตัวรุ่นตกแต่งพิเศษมาแล้ว 4 ครั้ง ไล่ตั้งแต่ปี 2556 กับ “สวิฟท์ เอเนอร์จี กรีน ลิมิเต็ด คัลเลอร์” (ตัวถังสีเขียว) ปี 2557 เป็น “สวิฟท์ จีแอลเอ็กซ์ ลิมิเต็ด” ที่เล่นแถบสีคาดตัวถัง จากนั้นปี 2558 เปิดตัว “อาร์เอ็กซ์” เวอร์ชันแรก ล่าสุดปีที่แล้ว ส่งรุ่น “ไซ” สีเขียวมังคุดลุยตลาด
ส่วนการขับขี่ สวิฟท์ยังยอดเยี่ยมเรื่องการควบคุมและช่วงล่าง พวงมาลัยน้ำหนักกำลังดีมีความแม่นยำ ให้ความคล่องตัวยามขับในเมืองความเร็วต่ำ หรือวิ่งทางไกลใช้ความเร็ว 100-120 กม./ชม.ให้ความมั่นใจ
การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารอยู่ในระดับพอใช้ หรือได้ยินชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นเสียงจากพื้นถนน ส่วนเบาะนั่งเป็นวัสดุแบบผ้าออกแบบลวดลายใหม่ขนาดรับกับสรีระ ทว่าผมอยากให้ตำแหน่งเบาะสามารถปรับต่ำลงได้มากกว่านี้ ซึ่งจะว่าไปในตำแหน่งนั่งผู้ขับถือว่าแน่นสำหรับคนตัวสูงประมาณ 180 ซม.
อย่างไรก็ตาม ซูซูกิแก้ไขความคาดหวังตรงนี้ด้วย “แพดเดิลชิฟต์” ให้คนขับเลือกเล่นเปลี่ยนเกียร์เอง ดังนั้นช่วงจะเร่งแซงกะทันหัน ใช้มือซ้ายตบเกียร์ลงมาสัก 1-2 ตำแหน่ง ช่วยรีดเร้นเข่นพลังได้ทันใจมากขึ้น ด้านอัตราบริโภคน้ำมัน จากการขับทางไกลใช้ความเร็ว 100-120 กม./ชม. เห็นตัวเลขแสดงอยู่ 16 กม./ลิตร สำหรับสวิฟท์ อาร์เอ็กซ์ 2 จะเริ่มลงโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ 104 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมนี้ครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,239
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม พ.ศ. 2560






