thansettakij
thansettakij
นายใหม่‘เชฟโรเลต’กางแผนปีหน้า

นายใหม่‘เชฟโรเลต’กางแผนปีหน้า

23 ธ.ค. 59 | 07:00 น.
หัวเรือใหม่ “เชฟโรเลต”ประกาศเป้าหมายปี 2560 หวังยอดขายโต-ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น เตรียมเดินหน้าปรับปรุงพัฒนาบริการหลังการขาย-ชูสินค้าใหม่ พร้อมแนะนโยบายรถไฟฟ้าภาครัฐฯ ต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและสิทธิประโยชน์ด้านภาษี

นายเวล ฟาร์กาลี กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส ในประเทศไทย และเชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการศึกษาตลาดประเทศไทย ทั้งในแง่พฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภคคนไทย และผู้แทนจำหน่ายว่าต้องการอะไร มีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร

“เราอยู่ในประเทศไทย 20 ปี ในขณะที่แบรนด์ญี่ปุ่นอยู่มานานกว่าเรา ดังนั้นถือว่ามีสิ่งที่ต้องศึกษาและเรียนรู้อีกมาก ซึ่งสิ่งสำคัญที่เราตระหนักคือทำอย่างไรให้ลูกค้ามีความสุข และมั่นใจในแบรนด์ของเรา ขณะเดียวกันเราก็มีการทำงานร่วมกับเครือข่ายดีลเลอร์ว่ามีประสิทธิภาพอย่างไร มีจุดที่ต้องปรับแก้ไขหรือไม่ ซึ่งหากมีคอมเมนต์จากลูกค้ามา เราก็ต้องนำมาปรับปรุงและพัฒนาโดยเฉพาะการบริการหลังการขาย ”

นายฟาร์กาลี กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ 2017 ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปที่ผ่านมา ถือเป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากการรับฟังความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งบริษัทฯได้นำข้อมูลจากลูกค้าไปนำเสนอกับทีมดีไซน์และส่งต่อไปยังทีมพัฒนาโปรดักส์จนสามารถผลิตรถรุ่นนี้ออกมาขายได้

นอกจากนั้นแล้วการทำงานร่วมกับผู้แทนจำหน่ายในช่วง 5 เดือน ก็ทำให้คะแนนความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์เชฟโรเลตเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการติดตามปัญหาอย่างใกล้ชิด มีการทำงานร่วมกับผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ มีการตั้งทีมเทคนิคดูแลเรื่องอาฟเตอร์เซลส์โดยเฉพาะ

ขณะที่แผนงานในปี 2560 ในส่วนของผลิตภัณฑ์ จะถูกขับเคลื่อนผ่านเชฟโรเลต โคโลราโด ,เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ และจะมีรุ่นปรับปรุงใหม่ โดยจะสื่อสารการตลาดทุกรูปแบบเพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น พร้อมกันนั้นยังคงเดินหน้าพัฒนาบริการหลังการขาย และยึดถือความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้คือยอดขายที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับส่วนแบ่งทางการตลาดที่เติบโต

ปัจจุบันเชฟโรเลตมีส่วนแบ่งในตลาดรถรวมประมาณ 1.9 % โดยมีผลิตภัณฑ์จำนวน 4 รุ่น และยอดขายหลักจะมาจากรถปิคอัพโคโลราโด ที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 42 % ,รองลงมาคือเทรลเบลเซอร์ 7 – 8 % ,ครูซ 6 % และแคปติวา 4% ขณะที่ส่วนแบ่งการขายของเชฟโรเลตในเซกเมนต์ต่างๆพบว่า โคโลราโด มีส่วนแบ่งการตลาด 3.6 % ในเซกเมนต์รถปิคอัพ , เทรลเบลเซอร์ มีส่วนแบ่งตลาด 3% ในเซกเมนต์พีพีวี , ครูซ มีส่วนแบ่งตลาด 2.8 % ในเซกเมนต์รถยนต์นั่ง และ แคปติวา มีส่วนแบ่งการตลาด 8 – 9% ในเซกเมนต์รถเอสยูวี หรือรถเอนกประสงค์

“ในเซกเมนต์รถปิคอัพมียอดขายรวมประมาณ 2.5 – 2.6 หมื่นคันต่อเดือน เฉพาะเชฟโรเลตมีสัดส่วนการขายประมาณเดือนละ 1 พันคัน ซึ่งในอดีตเราเคยขายได้เดือนละ 1.5 พันคัน ดังนั้นเราจึงตั้งเป้าว่าในปีหน้าเราจะต้องทำยอดขายให้ได้เหมือนดังอดีตที่ผ่านมา ”

ขณะที่นโยบายเกี่ยวกับรถไฟฟ้านั้น บริษัทฯมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรุ่น เชฟโรเลต โบลต์ อย่างไรก็ดีต้องดูความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิทธิพิเศษด้านภาษีสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทุกประเภทเพื่อส่งเสริมความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งบริษัทฯมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต พร้อมกับหวังว่ารัฐบาลในทุกประเทศทั่วโลกจะสามารถกำหนดทิศทางที่ชัดเจนและโปร่งใสต่อการกำกับดูแลการปล่อยมลพิษและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์ในอนาคต

นายฟาร์กาลี กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดรถยนต์รวมในปีหน้าว่า จะมียอดขายจะอยู่ที่ 7.8 – 7.9 แสนคัน เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุน อาทิ การเลือกตั้ง การมีนโยบายต่างๆที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย โดยคาดว่าจะเติบโตจากปี 2559 ประมาณ 5 %

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,220 วันที่ 22-24 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • motor