thansettakij
thansettakij
สับสนหัวชาร์จ EV ญี่ปุ่น-ยุโรป ก.อุตฯไม่เคาะรอค่ายรถจีน

สับสนหัวชาร์จ EV ญี่ปุ่น-ยุโรป ก.อุตฯไม่เคาะรอค่ายรถจีน

13 ธ.ค. 59 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ธ.ค. 59 | 14:31 น.
แผนผลักดันรถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV (Electric Vehicle) ของรัฐบาลดูเข้มข้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เตรียมเสนอร่างแนวทางส่งเสริมการลงทุนให้บอร์ดใหญ่พิจารณาเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ต่างๆภายในเดือนธันวาคมนี้

ล่าสุดในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2016 ได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “ประเทศไทยพร้อมก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าแล้วหรือยัง” ที่ชาลเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเชิญตัวแทนจากกระทรวงอุตสาหกรรม สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมยานยนต์ไทย (TAIA) สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รวมถึงนายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ร่วมเป็นวิทยากร

โดยผู้เข้าร่วมทั้งหมดเห็นตรงกันว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV เป็นอนาคตที่ปฏิเสธการเข้ามาไม่ได้ แต่การส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการทำตลาดยังต้องใช้เวลา และควรคำนึงถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์เดิม พร้อมศึกษาโครงสร้างพื้นฐานอย่างระบบพลังงานไฟฟ้า (เสถียรภาพและต้นทุนของการผลิตไฟฟ้า) ตลอดจนสถานีชาร์จไฟฟ้า เป็นต้น

นายยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เปิดเผยว่า ช่วงปีที่ผ่านมาเห็นการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรรมยานยนต์ไทย โดยเฉพาะรถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่เริ่มทำตลาดมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ขณะที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV กรมการขนส่งทางบกเริ่มดำเนินการกำหนดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่ เพื่อให้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสามารถจดทะเบียนได้

[caption id="attachment_118948" align="aligncenter" width="503"] สับสนหัวชาร์จ EV ญี่ปุ่น-ยุโรป ก.อุตฯไม่เคาะรอค่ายรถจีน สับสนหัวชาร์จ EV ญี่ปุ่น-ยุโรป ก.อุตฯไม่เคาะรอค่ายรถจีน[/caption]

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นสำคัญอยู่ที่“ชุดหัวชาร์จไฟฟ้า” เพราะรถยนต์แต่ละประเทศ อย่าง ญี่ปุ่น ยุโรป จีน ใช้แตกต่างกันทั้งแบบกระแสตรง (DC)และกระแสสลับ (AC) ซึ่งมีผลต่อการสร้างจุดชาร์จไฟสาธารณะ

“ตอนนี้รัฐบาลยังไม่เลือกว่า รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทำตลาดในประเทศไทยจะต้องใช้หัวชาร์จไฟแบบไหน และถ้าไม่กำหนดให้ชัดเจนอาจจะเกิดความวุ่นวายได้ หรือคิดง่ายๆว่าการสร้างสถานีหรือตู้ชาร์จไฟหนึ่งยูนิตแล้วต้องมีสายชาร์จถึง 4 แบบ ผู้ใช้จะสับสนแค่ไหน ขณะเดียวกันยังเป็นภาระต้นทุนที่สูงขึ้นของผู้ให้บริการชาร์จไฟอีกด้วย”

สำหรับหัวและสายชาร์จไฟแบบ AC และ DC รถยนต์ 1 คันอาจจะมีมาให้ทั้ง2 แบบหรือในปัจจุบันมีแบบคอมโบอยู่ในหัวเดียวกัน ทว่ารถยนต์ไฟฟ้าของญี่ปุ่นก็จะขอสถานีชาร์จไฟแบบ DC เรียกว่า “ชาเดโมะ” ส่วนยุโรปก็จะขอเป็นคอมโบ Type2 ชาร์จได้ทั้ง AC และ DC

ต่อประเด็นดังกล่าว นายณัฐพล รังสิตพล ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า ในอนาคตประเทศไทยคงต้องพิจารณาเลือกใช้หัวชาร์จแบบใดสำหรับสถานีชาร์จไฟสาธารณะ ทว่าเบื้องต้นต้องให้เป็นเรื่องของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไปคุยกับผู้ให้บริการ/เจ้าของสถานที่ในการชาร์จไฟว่า ตนเองต้องการหัวชาร์จแบบไหน นั่นเพราะในส่วนของแท่นชาร์จรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนให้อยู่แล้ว

“เรายังไม่กำหนดรูปแบบของหัวชาร์จ และต้องดูความเหมาะสมของสถานการณ์ ขณะเดียวกันหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน(ที่แตกต่างจากญี่ปุ่นและยุโรป) ก็ต้องนำมาพิจารณาด้วย เพราะในอนาคตมีโอกาสเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยมากเช่นกัน”

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมพยายามมุ่งแนวทาง ส่งเสริมการลงทุนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าตามเทรนด์ของโลก รวมถึงรถบัส รถใช้งานเฉพาะ รถเพื่อการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ไม่ต้องใช้ความเร็วสูง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้มีส่วนร่วมกับการพัฒนา

“เราหวังให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอยู่ได้อย่างยั่งยืน ขณะที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้ง PHEV BEV และ FCEV(ฟิวเซลส์) เป็นเป้าหมายของการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี ซึ่งประเทศไทยต้องมีความพร้อมในก้าวแรกนี้” ดร.ณัฐพล กล่าว

ด้านอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมันบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในที่สุดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าต้องมาทดแทนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE-Internal Combustion Engine) ส่วนจะเป็นเวลาไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง ในส่วนปตท.ยินดีปรับตัว และพัฒนาตามทิศทางเทคโนโลยีที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จะมุ่งไป

ปัจจุบันสถานีชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ ปตท.มีอยู่ 6 แห่ง และตามแผนปีหน้าจะเพิ่มเป็น 20 แห่ง จากสถานีบริการน้ำมันปกติ 1,484 แห่ง และสถานีก๊าซแอลพีจี 287 แห่ง

อนึ่งรัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายว่า ในปี 2579 จะต้องมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (ปลั๊กอินไฮบริด PHEV และรถพลังงานไฟฟ้าหรือ Battery Electric Vehicle-BEV) ขายสะสม 1.2 ล้านคัน ส่วนในปีหน้าเตรียมนำร่องกับ รถสามล้อ “ตุ๊ก ตุ๊ก” พลังงานไฟฟ้า 100 คัน ก่อนจะให้เปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าทั้งหมดภายใน 5 ปี

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • motor