ภาพที่งดงาม ชาวมุสลิมร่วมงานศพเจ้าคุณผัน วัดทรายขาว

20 ก.ย. 2564 เวลา 14:18 น. 1.8k

งดงาม เหนือคำบรรยาย พี่น้องมุสลิมมาร่วมงานศพ เจ้าคุณผัน (พระเทพญาณโมลี) วัดทรายขาว ทุ่งหวัง สงขลา ต่างจากปกติซึ่งชาวมุสลิมจะไม่ค่อยไปร่วมงานศพไทยพุทธ

เพจรวมใจชายแดนใต้ ลงภาพพี่น้องมุสลิมมาร่วมงานศพ เจ้าคุณผัน (พระเทพญาณโมลี) วัดทรายขาว ทุ่งหวัง สงขลา พร้อมบรรยาย “งดงาม เหนือคำบรรยายจริงๆ” ภาพพี่น้องมุสลิมมาร่วมงานศพ เจ้าคุณผัน (พระเทพญาณโมลี) วัดทรายขาว ทุ่งหวัง สงขลา ท่านเจ้าคุณอยู่ในสังคมที่มีทั้งชาวไทยพุทธ และมุสลิม ท่านสงเคราะห์พี่น้องทั้งสองฝั่ง เวลามีงานอะไร ก็ปรึกษาทั้งสองฝ่าย และมีกรรมการทั้งสองฝ่าย มาร่วมงาน ปกติพี่น้องมุสลิมจะไม่ค่อยไปร่วมงานศพไทยพุทธ แต่งานศพเจ้าคุณผัน มุสลิมมายกหมู่บ้าน ดังภาพ

เรื่องแบบนี้ ควรเป็นข่าว ที่กระจายออกไปให้มาก เพราะเป็นเรื่องดีงามที่มีอยู่ในสยามประเทศ ของเรา เรื่องแบบนี้ ตอนนี้อาจจะเห็นเป็นเรื่องพิเศษ  สมัยผมบวช และเคยไปจำพรรษาที่เกาะหาดทรายแก้ว สงขลา ก็ได้ยินเรื่องความร่วมมือร่วมใจของไทยพุทธกับพี่น้องมุสลิม อย่างกลมเกลี่ยว เช่นเวลามีงานวัด ชาวมุสลิมก็จะเอาปลามาช่วยงาน เพราะมีอาชีพประมง เวลามีงานถือศีลอดของชาวมุสลิม พี่น้องไทยพุทธก็จะเอาข้าวไปช่วยงาน

จริงอยู่สังคมไทยยามนี้อยู่ในช่วงวิกฤติ มีปัญหามากมาย แต่เรื่องดีงามก็มีอยู่มากมายเช่นเดียวกัน และเป็นเรื่องที่เราไม่ควรลืม ถ้าจะสร้างสังคมไทยขึ้นใหม่  เรื่องราวดีๆงามๆเหล่านี้ จะเป็นต้นแบบ ให้เราสามารถอยู่ร่วมกันได้มากยิ่งขึ้น

#สาธุ

ภาพที่งดงาม ชาวมุสลิมร่วมงานศพเจ้าคุณผัน วัดทรายขาว

ประวัติพระเทพญาณโมลี เจ้าคณะจังหวัดสงขลาและเจ้าอาวาสวัดทรายขาว เกิดในสกุล ทองอร่าม เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 8 ก.พ.2476 ณ บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 6 ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา ประกอบอาชีพทำสวนในช่วงวัยเยาว์ เข้าศึกษาจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดทรายขาว ชีวิตวัยเด็กค่อนข้างลำบาก ต้องช่วยเหลือทางบ้านทำงานหนัก จึงตัดสินใจออกจากบ้านไปทำประมงที่ จ.สตูล

กระทั่งอายุ 21 ปี มารดาได้ตามกลับมาบวช ในครั้งแรกคิดบวชเพียงแค่ 7 วัน เพราะเก็บเงินได้ส่วนหนึ่ง ตั้งใจจะกลับไปสร้างเรือขนส่งสินค้าวิ่งระหว่างสตูล-รัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 17 มิ.ย.2497 ณ พัทธสีมาวัดทรายขาว มีพระอธิการอ่อน จันทสุวัณโณ วัดทุ่งหวังใน เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสุภรธรรมนิวิฏฐ์ วัดทุ่งหวังนอก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการอั้น ยสินธโร วัดทรายขาว เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งในพระธรรมวินัย ร่วมกับพระรุ่นเดียวกัน ฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐาน เพื่อกำหนดจิตให้สงบที่ป่าช้าบ้านทรายขาว รวมทั้งตั้งใจศึกษาจนสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท ตามลำดับ และสอบบาลีได้ชั้นประโยค 1-2 ที่วัดคูหาสวรรค์ จ.พัทลุง หลังจากนั้น พ.ศ.2503 สอบได้นักธรรมชั้นเอก ในสำนักเรียนวัดเลียบ ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา

พ.ศ.2508 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดอ่างทอง ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา และเป็นประธานสร้างวัด และถนนที่บ้านท่าแซะ ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา ปัจจุบันเป็นวัดเขาแก้ว

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์

พ.ศ.2505 ได้รับการ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดทรายขาว ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา

พ.ศ.2539 เป็นเจ้าคณะตำบลทุ่งหวัง

พ.ศ.2542 เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.2545 เป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองสงขลา

พ.ศ.2550 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา

พ.ศ.2555 เป็นเจ้าคณะจังหวัดสงขลา

พ.ศ.2556 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสงขลา

พ.ศ.2560 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18

ลำดับสมณศักดิ์

พ.ศ. 2510 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระฐานานุกรม ที่ “พระใบฎีกา” ในฐานานุกรมของพระญาณโมลี (ประณีต จิตธมฺโม) รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา วัดเลียบ อำเภอเมืองสงขลา

 

พ.ศ. 2520 ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็น “พระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นตรี” ในราชทินนามที่ “พระครูประภัสร์ธรรมคุณ”


พ.ศ. 2532 ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น “พระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท” ในราชทินนามเดิม


พ.ศ. 2537 ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น “พระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฏร์ ชั้นเอก” ในราชทินนามเดิม


พ.ศ. 2539 ในพระราชพิธีกาญจนาภิเษก (ครองราชย์ครบ 50 ปี) ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์เป็น “พระราชาคณะชั้นสามัญ” ในราชทินนามที่ “พระพิศาลพิพัฒนพิธาน”

พ.ศ. 2549 ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น “พระราชาคณะชั้นราช” ในราชทินนามที่ “พระราชพิพัฒนาภรณ์”
พ.ศ. ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น “พระราชาคณะชั้นเทพ” ในราชทินนามที่ “พระเทพญาณโมลี”

พระเทพญาณโมลี (ผัน ปสนฺโน) เป็นพระภิกษุผู้มีศีลาจารวัตรที่เรียบง่าย งดงามตามพระธรรมวินัย และดำรงไว้ซึ่งคุณธรรมที่น่ายกย่อง อันเป็นที่ประจักษ์ทั้งในคณะสงฆ์และพุทธบริษัท รวมทั้งศิษยานุศิษย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

วันที่ 9 พ.ย.2561 เวลา 08.02น. ละสังขารจากไปด้วยอาการสงบ จากภาวะหัวใจล้มเหลว สิริอายุ 85 ปี พรรษา 65

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง