
สภากาชาดไทย ชวนลทะเบียนบริจาคเลือด รับกล่องสุ่ม POP MART ฟรี
สภากาชาดไทย ชวนลงทะเบียนบริจาคเลือด ในกิจกรรม "รวมคนป๊อป มาทำดี SEASON 7" รับฟรี กล่องสุ่ม POP MART เช็กรายละเอียด เงื่อนไข พร้อมข้อปฏิบัติสำหรับการบริจาคโลหิต
เตรียมตัวให้พร้อม สำหรับสายบุญทั้งหลาย ล่าสุดเที่ยงวันนี้ (19 ตุลาคม 2569) ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เตรียมเปิดลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม "รวมคนป๊อป มาทำดี SEASON 7" ร่วมทำบุญบริจาคโลหิต บริจาคเลือด รับของขวัญ Art Toys ที่ระลึกจาก POP MART ฟรี สำหรับรายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรม "ฐานเศรษฐกิจ"มัดรวมมานำเสนอดังนี้
สภากาชาดไทย เปิดลงทะเบียนบริจาคโลหิตรับของที่ระลึก กล่องสุ่ม POP MART วันไหน
- เปิดลงทะเบียนวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป
- เปิดรับบริจาคโลหิตตั้งแต่วันที่ 26 - 30 ตุลาคม 2569
- เฉพาะการบริจาคเลือด ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถ.อังรีดูนังต์
เงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิตรับของที่ระลึก กล่องสุ่ม POP MART
- สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้บริจาคโลหิตที่ลงทะเบียนล่วงหน้าและบริจาคโลหิตได้ โดยต้องมาบริจาคโลหิตตามวันและเวลาที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น
- ผู้บริจาคโลหิต 1 ท่าน ลงทะเบียนเลือกวันและเวลาบริจาคโลหิตได้เพียง 1 ครั้ง / 1 หมายเลขบัตรประชาชน เท่านั้น
ขั้นตอนในการเข้าร่วมกิจกรรม
- ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมฯ ผ่านระบบออนไลน์ โดยสแกนที่ QR Code ลงทะเบียน หรือคลิกริชเมนูบน LINE OA @nbctrc เลือกวันและเวลาที่สะดวก โดยเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ( ไม่รับ Walk-in)
- สำหรับผู้บริจาคโลหิต ต้องมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 70 ปีในวันที่บริจาค และมีน้ำหนักเกิน 45 กก.
- กดลงทะเบียน และกรอกข้อมูลของท่าน เลือกวัน–เวลาที่สะดวก โดย ชื่อ นามสกุล และเลขบัตรประชาชน ต้องตรงกับบัตรประชาชนตัวจริงเท่านั้น! และ 1 ท่าน สามารถลงทะเบียนได้ 1 ช่วงเวลา และ 1 วันเท่านั้น!
- สำหรับท่านที่ลงทะเบียนสำเร็จ จะได้รับ QR Code กรุณาแคปภาพหน้าจอ QR Code ไว้ เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ในขั้นตอนตรวจสอบสิทธิ์ ณ วันที่มาบริจาค
สำหรับสายบุญทั้งหลายที่เตรียมตัวทำดี ด้วยการลงทะเบียนบริจาคเลือด สามารถตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับบริการบริจาคโลหิต ทั้งคุณสมบัติของผู้ที่จะบริจาค การเตรียมตัวก่อนและหลังบริจาคโลหิต พร้อมทั้งขั้นตอนในการบริจาคโลหิต โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต
1. อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 70 ปี
2. น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป
3. รู้สึกสบายดี สุขภาพแข็งแรง พร้อมบริจาคโลหิต
4. นอนหลับสนิท พักผ่อนเพียงพอ อย่างน้อย 5 ชม.
5. รับประทานอาหารประจำมื้อ โดยไม่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง หวานจัด เค็มจัดภายใน 6 ชม.
6. โรคประจำตัวไม่ส่งผลกับการบริจาคโลหิต
7. ต้องไม่อยู่ในระหว่างรับประทานยาต่างๆ ที่ส่งผลกับการบริจาคโลหิต
8. งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนมาบริจาคโลหิต 24 ชม.
9. ต้องไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
10. ต้องไม่อยู่ในช่วงที่เพิ่งคลอดบุตร หรือแท้งบุตร
11. มีเพศสัมพันธ์เฉพาะกับคู่ของตนและไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์
12. ต้องไม่เคยใช้ยารักษาหรือป้องกันโรคเอชไอวี
13. เว้นระยะจากเข้ารับการอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน หรือรักษารากฟัน มาแล้วอย่างน้อย 1 สัปดาห์
14. หากมีอาการท้องเสีย ท้องร่วง ต้องหายขาดอย่างน้อย 7 วัน
15. เว้นระยะจากการทำหัตถการความงามผ่านผิวหนังทุกชนิด ได้แก่ เจาะหู สัก ลบรอยสัก ฝังเข็ม ฉีดสารต่างๆ มาแล้วอย่างน้อย 4 เดือน
16. เว้นระยะจากการเข้ารับการผ่าตัดมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี
17. เว้นระยะจากการป่วยและได้รับโลหิตหรือส่วนประกอบโลหิต ในช่วงเวลา 1 ปี
18. ต้องไม่เคยได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
19. เว้นระยะจากการถูกเข็มที่เปื้อนเลือดตำ มาแล้วอย่างน้อย 1 ปี
20. ไม่เคยป่วยเป็นโรคตับอักเสบ
21. คู่ของท่านหรือบุคคลในครอบครัว ไม่ได้เป็นโรคตับอักเสบ ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา
22. ไม่เคยตรวจพบว่าเป็นพาหะของโรคตับอักเสบ
23. ไม่เคยป่วยเป็นโรคมาลาเรีย ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา
24. ไม่เคยเข้าไปในพื้นที่มีเชื้อมาลาเรียชุกชุม ในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา
25. ไม่มีประวัติป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ / โรคไข้เลือดออก/ โรคไข้ซิกา / โรคโควิด-19 หรือ
โรคชิคุนกุนยา ในระยะ 1 เดือนที่ผ่านมา
26. ไม่อยู่ในระยะที่เพิ่งได้รับวัคซีนป้องโรคบางชนิด
27. ไม่เคยมีประวัติเสพยาเสพติดหรือสารควบคุมที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท
28. ไม่เคยถูกควบคุมตัวหรือจองจำในเรือนจำติดต่อกันเกิน 72 ชั่วโมง ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
29. ไม่เคยมีน้ำหนักลด มีไข้ มีต่อมน้ำเหลืองโต โดยไม่ทราบสาเหตุ ในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา หรือเคยตรวจพบว่าติดเชื้อเอชไอวี
30. ไม่เคยพำนักอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือ สก๊อตแลนด์เวลส์เป็นเวลาสะสมมากกว่า 3 เดือน ในช่วง พ.ศ. 2523 – 2539
31. ไม่เคยพำนักอาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศสและไอร์แลนด์เป็นระยะเวลาสะสมมากกว่า 5 ปี ในช่วง พ.ศ. 2523 – 2544
32. ไม่มีแผลหรือผื่นบนร่างกาย
การเตรียมตัวก่อนและหลังบริจาคโลหิต
ก่อนบริจาคโลหิต
- นอนหลับสนิท พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่น้อยกว่า 5 ชม.
- รู้สึกสบายดี สุขภาพแข็งแรง พร้อมที่จะบริจาคโลหิต หากอยุ่ระหว่างรับประทานยารักษาโรค ให้แจ้งแพทย์/พยาบาล ผู้ตรวจคัดกรองสุขภาพทุกครั้ง
- รับประทานอาหารก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ แกงกะทิขนมหวาน รวมถึงเครื่องดื่มที่ใส่ส่วนผสมที่มีไขมันสูง เช่น นมข้นหวาน ครีมเทียม ก่อนมาบริจาคโลหิต 6 ชม. เพราะจะทำให้พลาสมามีสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้
- ดื่มน้ำ
- ก่อนบริจาคโลหิต 30 นาที ประมาณ 300 – 500 ซีซี ซึ่งจะเทียบเท่ากับปริมาณโลหิตที่เสียไปจากการบริจาค จะทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น และช่วยลดภาวะการเป็นลมหลังการบริจาคโลหิตได้
- งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- ก่อนมาบริจาคโลหิตอย่างน้อย 24 ชม.
- งดสูบบุหรี่
- ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชม. เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี
ขณะบริจาคโลหิต
- สวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้ อย่างน้อย 3 นิ้ว เลือกแขนข้างที่เส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะ ไม่มีผื่นคัน หรือรอยเขียวช้ำ ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า
- ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอม ขณะบริจาคโลหิต
- ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โลหิตไหลได้สะดวก
- หากมีอาการผิดปกติระหว่างบริจาค เช่น ใจสั่น วิงเวียน มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที
หลังบริจาคโลหิต
- นอนพักที่เตียง 5 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติ จึงลุกจากเตียง และไปนั่งพัก 10 -15 นาที พร้อมดื่มเครื่องดื่ม และรับประทานอาหารว่าง
- วัดความดันโลหิต หลังการบริจาคโลหิต ถ้าความดันโลหิตตัวบนต่ำลง > 20 มม.ปรอท และหรือ ความดันโลหิตตัวล่าง ลดต่ำลง > 10 มม.ปรอท ให้นั่งพักดื่มน้ำอีก 10 นาที แล้ววัดซ้ำ หากมีอาการผิดปกติให้รีบนั่ง หรือ นอนลง เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่
- ดื่มน้ำ ให้มากกว่าปกติ เป็นเวลา 24 ชม.
- รับประทานยาเสริมธาตุเหล็ก วันละ 1 เม็ด หลังอาหารจนหมด เพื่อชดเชยธาตุเหล็กที่เสียไปจากการบริจาคโลหิต เพื่อให้สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการขึ้น-ลงที่สูง อาจทำให้รู้สึกวิงเวียนและเป็นลมได้
- หลีกเลี่ยงการใช้แขนข้างที่บริจาคโลหิตเป็นเวลา 24 ชม.
- หลีกเลี่ยงการเดินไปในบริเวณที่แออัด และมีอากาศร้อนอบอ้าวงดกิจกรรมหรือทำงานที่มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ ความเร็ว ความสูง ความลึก เครื่องจักรกล
- งดออกกำลังกาย ที่ทำให้เสียเหงื่อ เป็นเวลา 24 ชม.
ขั้นตอนการบริจาคโลหิต
ขั้นตอนที่ 1
- กรอกแบบฟอร์มใบสมัครผู้บริจาคโลหิต และวัดความดันโลหิต **ควรให้ข้อมูลสุขภาพตรงตามความเป็นจริง เพื่อให้ได้โลหิตที่ดี มีคุณภาพ ปลอดภัย ทั้งต่อตัวผู้บริจาคเอง และตัวผู้ป่วย**
ขั้นตอนที่ 2
- ลงทะเบียนผู้บริจาคโลหิตในระบบคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนที่ 3
- ตรวจความเข้มโลหิต และคัดกรองสุขภาพโดยบุคลากรทางการแพทย์ จะสอบถามประวัติผู้บริจาคเพิ่มเติม เพื่อวินิจฉัยเบื้องต้นว่าท่านมีสุขภาพพร้อมที่จะบริจาคโลหิตหรือไม่
ขั้นตอนที่ 4
- บริจาคโลหิต ผู้บริจาคจะได้รับการเจาะเก็บโลหิต ปริมาณ 350-450 ซีซี
ขั้นตอนที่ 5
- นั่งพัก 10 – 15 นาที ดื่มเครื่องดื่มและรับประทานอาหารว่าง *** หลังบริจาคโลหิตจำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มที่เจ้าหน้าที่จัดไว้บริการให้ และนั่งพักสักระยะหนึ่ง เพื่อสังเกตอาการหลังบริจาคโลหิต
ขั้นตอนที่ 6
- วัดความดันโลหิต หลังการบริจาคโลหิต ถ้าความดันโลหิตตัวบนต่ำลง > 20 มม.ปรอท และหรือ ความดันโลหิตตัวล่าง ลดต่ำลง > 10 มม.ปรอท ให้นั่งพักดื่มน้ำอีก 10 นาที แล้ววัดซ้ำ หากมีอาการผิดปกติให้รีบนั่ง หรือ นอนลง เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่
ที่มาข้อมูล-ภาพ
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย






