thansettakij
thansettakij
อุดรฯ เปิดประตูใหม่ ดันมหกรรมพืชสวนโลกสู่เศรษฐกิจอีสาน

อุดรฯ วางเกมต่อยอด "พืชสวนโลก" เปิดประตูสู่เมืองท่องเที่ยวอีสาน

24 ก.ย. 69 | 17:00 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.ย. 69 | 17:11 น.

มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 134 วัน ไม่ใช่แค่มหกรรมระดับโลก แต่คือจุดเริ่มต้นบทใหม่ของเมือง เมื่อภาคเอกชนและเครือข่ายธุรกิจเตรียมต่อยอดการท่องเที่ยว สร้างกิจกรรมและโอกาสทางเศรษฐกิจให้เติบโตต่อหลังงานปิดฉาก

KEY

POINTS

  • คาดการณ์ว่างานจะกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างเงินสะพัดเพิ่มขึ้น 3 เท่า โดยภาคเอกชนร่วมมือรักษาราคามาตรฐานเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
  • ชูจุดเด่นเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับแหล่งมรดกโลก (บ้านเชียง, ภูพระบาท) ทะเลบัวแดง และเป็นประตูสู่การท่องเที่ยว สปป.ลาว
  • วางแผนต่อยอดจัดงาน "Isan Expo" หลังจบมหกรรมพืชสวนโลก เพื่อผลักดันอุดรธานีให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคอีสานอย่างยั่งยืน

การเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ระดับนานาชาติอย่าง “มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี” ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ นายทินกร ทองเผ้า นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ได้ฉายภาพความพร้อมเชิงรุกที่ผสมผสานทั้งเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

 

 

นายทินกร ทองเผ้า นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี

 

รายได้โต 3 เท่า-แรงขับเคลื่อนเปิดตัวโรงแรมใหม่

ภาคธุรกิจท่องเที่ยวอุดรธานีตั้งเป้ารับผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจเต็มเม็ดเต็มหน่วย จากการสอดประสานกันของโรงแรม ที่พัก และร้านอาหารในพื้นที่ โดยคาดการณ์ว่างานมหกรรมนี้จะดันเงินสะพัดเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติอย่างน้อย 3 เท่า และขับเคลื่อน GDP ของจังหวัดอย่างมีนัยสำคัญ

แม้ช่วงเวลาจัดงานจะตรงกับช่วง High Season ที่มีอัตราการครองห้องพักเฉลี่ยสูงถึง 80% - 90% อยู่แล้ว แต่งานนี้จะกลายเป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัวโรงแรมย่อยและโรงแรมเปิดใหม่ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ภาคเอกชนท้องถิ่นกว่า 80% ยังยืนยันการใช้นโยบายราคามาตรฐานเดียวตลอด ไม่มีปรับเพิ่มราคาตามวันหยุดศุกร์-เสาร์ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้เข้าพัก

ภาพมุมสูง งานมหกรรมพืชสวนโลก

 

บัตรเดียวเที่ยวคุ้ม

เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โครงสร้างราคาค่าเข้าชมงานถูกกำหนดไว้ในมาตรฐานที่ไม่เกิน 199 บาท พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สุดเซอร์ไพรส์ ดังนี้:

  • ชาวอุดรธานี: จ่ายครั้งเดียว เข้าชมงานได้ตลอดระยะเวลาการจัดงาน
  • กลุ่มจังหวัดใกล้เคียง (หนองบัวลำภู, สกลนคร, หนองคาย): จ่ายครั้งเดียว ถือบัตรเดียวเที่ยวได้ต่อเนื่องนานเป็นเดือน
  • กลุ่มเข้าฟรี: ผู้บกพร่องทางร่างกาย/ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังจัดโปรโมชันพิเศษเพียง 199 บาท ซึ่งรวมทั้งบัตรเข้าชมงานและบริการรถรับ-ส่งรอบเมือง ออกเดินทางทุก 30 นาที จากจุดขึ้นรถหลักหน้าโรงแรมเจริญโฮเต็ล ช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้สะดวกสบายไร้กังวล

ราคาบัตรเข้างาน

One Stop Service ที่ "ตลาดรวมใจ"

เพื่อป้องกันปัญหาการจราจร สมาคมฯ ได้วางระบบการขนส่งร่วมกับภาครัฐ โดยให้ซ้อมระบบเส้นทางตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พร้อมเปิดจุด One Stop Service ณ "ตลาดรวมใจ" (รวมใจ Space) โซนทางไปสนามบิน

จุดนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ มีลานจอดรถบัสรองรับได้ 300 - 400 คัน พร้อมหลังคาบังแดดและห้องน้ำเกือบ 50 ห้อง เพื่อให้รถทัวร์นำเที่ยวได้พักรถและจุดรับ-ส่งผู้โดยสารนอกตัวเมือง อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นนำอาหารเช้า อาหารกลางวัน และของฝากมาจำหน่ายสร้างการกระจาย รายได้สู่ฐานรากตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางมาถึง

 

ปักหมุดทริปพรีเมียม: มรดกโลกคู่ ทะเลบัวแดง และประตูสู่อินโดจีน

ความโดดเด่นของการมาเยือนพืชสวนโลกอุดรธานี คือการได้สัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงหลากหลายมิติ

  1. มหัศจรรย์ธรรมชาติ: ตรงกับช่วงพีคของ "ทะเลบัวแดง" (ธันวาคม - มีนาคม) ซึ่งสมาคมฯ ได้จัดแพ็กเกจพิเศษ One Day Trip รวมรับ-ส่งและค่าเรือ ในราคาเพียง 599 บาท
  2. มรดกโลก 2 แห่ง: เยือนจุดกำเนิดอารยธรรม "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง" และสัมผัสความงดงามทางประวัติศาสตร์ที่ "อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท"
  3. ประตูสู่อินโดจีน: เดินทางเชื่อมต่อไปยังจังหวัดหนองคาย และข้ามแดนท่องเที่ยวเมืองเวียงจันทน์ - วังเวียง ประเทศลาว ได้อย่างสะดวกสบาย

อุดรฯ วางเกมต่อยอด "พืชสวนโลก" เปิดประตูสู่เมืองท่องเที่ยวอีสาน

ดัน Isan Expo ต่อยอดพืชสวนโลก

“มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี" ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแห่งความงดงามของมวลดอกไม้และพืชพรรณจากนานาประเทศ หากยังเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสครั้งสำคัญในการต่อยอดศักยภาพทางเศรษฐกิจของภาคอีสานให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ตลอด 134 วันของการจัดงาน ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสทั้งความงดงามของพืชสวน ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเสน่ห์ของวิถีชีวิตอีสาน ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นของชาวอุดรธานี ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนอุดรธานีและภาคีเครือข่ายคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ได้มองไกลไปกว่าวันปิดงาน ด้วยการเตรียมแผนต่อยอดพื้นที่และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากมหกรรมครั้งนี้

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือการเตรียมจัดงานใหญ่ “Isan Expo” ต่อเนื่องหลังสิ้นสุดงานพืชสวนโลกอีกประมาณ 15 วันถึง 1 เดือน เพื่อเปิดพื้นที่รวบรวมและนำเสนอศักยภาพของภาคอีสานในมิติที่หลากหลาย ตั้งแต่เทคโนโลยี นวัตกรรม สินค้าและบริการ ไปจนถึงซอฟต์พาวเวอร์ อัตลักษณ์ท้องถิ่น และศักยภาพของผู้ประกอบการจากทั่วภูมิภาค

ดัน Isan Expo ต่อยอดพืชสวนโลก

แนวคิดดังกล่าวไม่เพียงต้องการสร้างงานแสดงสินค้า แต่เป็นการต่อยอดจาก “ผู้มาเยือน” ให้กลายเป็น “โอกาสทางธุรกิจ” เชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน นักท่องเที่ยว และคู่ค้าจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าด้วยกัน เพื่อให้เม็ดเงินจากการจัดงานหมุนเวียนสู่ภาคธุรกิจ ชุมชน และเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง

อุดรธานียังมีจุดแข็งสำคัญในฐานะศูนย์กลางคมนาคมของภาคอีสาน โดยเฉพาะการเดินทางทางอากาศและระบบโลจิสติกส์ที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและตลาดระหว่างประเทศ ศักยภาพดังกล่าวจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยผลักดัน “Isan Expo” ให้ก้าวพ้นจากการเป็นเพียงงานแสดงสินค้า สู่การเป็นเวทีเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของภูมิภาค

บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง

อุดรฯ ไม่จบที่พืชสวนโลก ปูทางเศรษฐกิจอีสาน

จากสีสันของดอกไม้ที่ผลิบานตลอด 134 วัน จึงอาจกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ทางเศรษฐกิจที่ถูกนำไปเพาะต่อในรูปแบบใหม่ เมื่อเสียงของงานพืชสวนโลกสิ้นสุดลง ไม่ได้หมายความว่าโอกาสของอุดรธานีและภาคอีสานจะสิ้นสุดตามไปด้วย หากแต่เป็นจังหวะที่จะเปลี่ยนความสำเร็จของมหกรรมระดับโลก ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว

นี่คือการวางอนาคตให้อุดรธานีเป็นมากกว่าสถานที่จัดงาน แต่เป็น “ประตูเศรษฐกิจอีสาน” ที่เชื่อมผู้คน สินค้า เทคโนโลยี วัฒนธรรม และโอกาสทางธุรกิจจากท้องถิ่นสู่ภูมิภาคและตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ดังนั้น ผู้ที่วางแผนเดินทางมาสัมผัสความงดงามของมวลดอกไม้และความอบอุ่นของชาวอีสานในงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี อาจไม่ได้กำลังเดินทางมาเพียงเพื่อชมความงามของธรรมชาติ หากยังได้สัมผัสจุดเริ่มต้นของเรื่องราวบทใหม่ ที่อุดรธานีและภาคีเครือข่ายกำลังร่วมกันเขียนขึ้น เพื่อให้โอกาสจากงานครั้งนี้เติบโตต่อไปอีกนานหลังม่านมหกรรมปิดลง