thansettakij
thansettakij
พระพรหมเสนาบดี สร้างประวัติศาสตร์ ลาออกจาก มส. ถึง 2 ครั้ง

พระพรหมเสนาบดี สร้างประวัติศาสตร์ ลาออกจาก มส. ถึง 2 ครั้ง

15 มิ.ย. 69 | 08:30 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มิ.ย. 69 | 03:10 น.

เจาะเบื้องหลังพระพรหมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา พระเถระผู้สร้างประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทย ด้วยการลาออกจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมถึง 2 ครั้ง

ที่กล่าวเช่นนี้ ก็สืบเนื่องจาก ท่านเป็นหนึ่งของพระราชาคณะ 20 รูป ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหารขององค์กรสูงสุดแห่งคณะสงฆ์ไทย แต่ท่านเต็มใจลาออกถึง 2 ครั้ง ปรากฏการเช่นนี้ไม่เคยปรากฎว่า พระราชาคณะรูปใดที่ได้รับโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่ง มส.เคยปฏิบัติมาก่อน ท่านจึงเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่ตนเองโดยแท้

ปัจจุบันพระพรหมเสนาบดี(พิมพ์ ญาณวีโร ปธ.7 MA.) อายุ 80 ปี เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เขตสัมพันธ์วงศ์ กทม. ยังรับกิจนิมนต์ทั้งงานราษฎร์และงานหลวง อีกทั้งเป็นผู้อบรมวิปัสสนากรรมฐานแก่ญาติโยมในวัดและที่สำคัญยังเป็นผู้สวดปาฏิโมกข์ ทุกวันพระใหญ่ โดยสลับสับเปลี่ยนกับพระผู้ทรงปาฏิโมกข์ในวัดด้วย

ส่วนการลาออกจากมหาเถรสมาคมครั้งที่ 1 มีขึ้นเมื่อ วันที่ 15 กันยายน 2567 ในครั้งนั้นพระพรหมวัชรเมธี ( สมเกียรติ) เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ลาออกพร้อมกัน เหตุที่ลาออกครั้งนั้น มาจากที่ประชุม มส. ถามว่าจะมีผู้ใดเสียสละลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้ พระพรหมดิลก (เอื้อน) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และพระพรหมสิทธิ (ธงชัย) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เข้ามาสวมตำแหน่งแทน (หลังจากศาลยกฟ้องคดีต่างๆ แล้ว) ที่ประชุมเงียบกริบ หาผู้เสนอตัวไม่ได้ ท่านจึงขอเสนอตัวลาออก พร้อมกับเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรราราม จึงกล่าวกันว่าทั้ง 2 ท่านคือผู้เสียสละที่แท้จริง และไม่ยึดติดกับยศฐาบรรดาศักดิ์

ส่วนการลาออกครั้งที่ 2 เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 โดยมีท่านเพียงผู้เดียว ตามข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่าหลังจากทราบว่า มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากสำนักพระราชวัง เข้าพบและนมัสการสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน) เลขาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ซึ่งผู้มาพบกราบรายงานว่าต้องการ มส.ฝ่ายมหานิกาย ให้ว่าง 1 ตำแหน่ง เพื่อจะได้โปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธิ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน

เมื่อพระพรหมเสนาบดีทราบเรื่องดังกล่าว จึงมีลิขิต ถวายสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช มหาสังฆปริณายก ในฐานะประธาน มส. ว่า ขอลาออกจากตำแหน่ง มส. ทราบว่าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงอนุโมทนาและตั้งให้เป็นที่ปรึกษามส. และให้เป็นประธานอีกหลายหน้าที่เพราะตระหนักดีว่า พระพรหมเสนาบดีเป็นพระเถระที่มีจิตอาสา ช่วยงานคณะสงฆ์ได้ทุกเรื่อง

ในกรณีที่โปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธิ์) ดำรงตำแหน่ง มส.ครั้งนี้ เนื่องจากสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กับอดีต มส.อีก 5 รูปไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งนี้ ตามราชกิจจานุเบกษา 28 พ.ย. 568 ซึ่งยังความแปลกใจแก่ทุกคนที่ติดตามเรื่องคณะสงฆ์

อย่างไรก็ตามขณะที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นมส.นั้น สมเด็จท่านปฏิบัติศาสนกิจ ที่สหรัฐอเมริกา ทั้งๆ ที่อายุมากถึง 89 ปีแล้วก็ตาม