
ถอดความสำเร็จ Bangkok Rights Fair ดันไทยผงาดฮับหนังสือเอเชีย
ถอดความสำเร็จ Bangkok Rights Fair ดันไทยผงาดฮับหนังสือเอเชีย ต่างชาติแห่ร่วมโต๊ะเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ทะลุ 90 ล้านบาท
KEY
POINTS
- งาน Bangkok Rights Fair 2026 ประสบความสำเร็จอย่างสูง สร้างมูลค่าการซื้อขายลิขสิทธิ์ได้ถึง 90 ล้านบาท เติบโตขึ้น 50% จากปีก่อนหน้า
- เนื้อหาที่ได้รับความนิยมจากตลาดต่างประเทศอย่างโดดเด่นคือนิยาย โดยเฉพาะกลุ่มนิยายวาย (BL) และหญิงรักหญิง (GL) ซึ่งถูกนำไปต่อยอดสู่สื่ออื่น ๆ เช่น เว็บตูน
- ความสำเร็จของงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็น "ศูนย์กลางหนังสือของเอเชีย" โดยเชื่อมโยงอุตสาหกรรมหนังสือเข้ากับสื่อบันเทิงอื่น ๆ เช่น เกมและซีรีส์
ภาพรวมความสำเร็จของการจัดงานเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ “Bangkok Rights Fair 2026” ภายใต้ความร่วมมือของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ( PUBAT) พร้อมการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และแพลตฟอร์ม VIRF สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในเวทีโลก
จากจุดเริ่มต้นในปี 2567 ที่สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ผลักดันให้เกิดการเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์หนังสือไทยไปต่างประเทศ และได้รับการตอบรับดีในระดับหนึ่งจนวันนี้การจัดงาน Bangkok Rights Fair 2026 ถูกกล่าวขานในโลกธุรกิจทั้งในแวดวงสำนักพิมพ์ หนังสือ ตลอดจนโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม ฯลฯ มากมาย และกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่ผู้ประกอบการรอคอย ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เห็นได้จากการเข้ามาเจรจาธุรกิจที่ปีนี้มีมากถึง 624 คู่
“ธีรภัทร เจริญสุข” เลขาธิการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ถอดบทเรียนถึงความสำเร็จในครั้งนี้ให้ “ฐานเศรษฐกิจ” ฟังว่า ผลการดำเนินงานในปีนี้พุ่งสูงเกินกว่าเป้าหมายที่เคยตั้งไว้เดิม โดยพบว่าตัวเลขการซื้อขายลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้สูงถึง 90 ล้านบาท การเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีมูลค่าราว 68 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 50% สอดคล้องกับการขยายตัวของพื้นที่จัดงานที่มีโต๊ะเจรจาธุรกิจเพิ่มขึ้นจาก 40 โต๊ะเป็น 60 โต๊ะ
สถิติผู้เข้าร่วมงานในปีนี้มีความหลากหลายอย่างมาก มีบริษัทและนักเขียนเข้าร่วมรวม 163 ราย จาก 24 ประเทศและเขตแดน แบ่งเป็นผู้ประกอบการไทย 83 ราย และต่างประเทศ 80 ราย เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจรวมกว่า 624 คู่ โดยประเทศที่มีมูลค่าการซื้อสูงสุดคือเกาหลีใต้ ส่วนไต้หวันครองแชมป์จำนวนคู่เจรจาธุรกิจมากที่สุด ตามมาด้วยจีน และอินเดียซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมปีแรกแต่สามารถติดอันดับท็อปได้ทันที
ทิศทางของเนื้อหาหนังสือไทยที่ได้รับความสนใจอย่างโดดเด่นในตลาดต่างประเทศคือนวนิยาย โดยเฉพาะกลุ่มนิยายวาย (BL) และนิยายหญิงรักหญิง (GL) ซึ่งประเทศไทยถือเป็นผู้นำตลาดที่โดดเด่นกว่าประเทศอื่น จนกล่าวได้ว่าเป็นยุคสมัยใหม่ (New Era) ของอุตสาหกรรมหนังสือไทย เนื่องจากสำนักพิมพ์ต่างประเทศเป็นฝ่ายเดินเข้ามาสอบถามหาลิขสิทธิ์นิยาย GL โดยตรง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักเขียนและสำนักพิมพ์ไทยในตลาดที่กำลังเติบโต
นอกจากนี้ รูปแบบการซื้อขายยังขยายตัวไปสู่การดัดแปลงในสื่ออื่น เช่น การนำไปทำเป็นคอมมิกส์และเว็บตูน (Webtoon) ซึ่งตลาดเกาหลีใต้ให้ความสนใจนำนิยายไทยไปพัฒนาในรูปแบบนี้อย่างมาก ขณะที่ตลาดอินเดีย ก็ได้รับการตอบรับที่ดี มีการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะหนังสือเด็ก ฯลฯ
ความสำเร็จที่น่าสนใจอีกประการคือการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมหนังสือเข้ากับภาคการผลิตสื่ออื่น (Production) รวมไปถึงผู้ผลิตในกลุ่มเกม ซีรีส์ ทีวี และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก ซึ่งนอกจากจะมีสำนักพิมพ์เข้าร่วมเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์แล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักเขียนอิสระ
ได้เข้าร่วมเจรจาและเรียนรู้มาตรฐานการทำงานระดับสากลและพบกับเอเจนซี่ต่างประเทศโดยตรงด้วย ทำให้ Bangkok Rights Fair 2026 กลายเป็นเวทีที่เปิดกว้าง และเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกมุมโลกได้เข้ามามีส่วนร่วม และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางหนังสือของเอเชีย” ได้เร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
“ไทยมีความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ในฐานะประเทศที่เป็นกลาง ทำให้ผู้ประกอบการจากประเทศที่มีความขัดแย้งกันสามารถเข้าร่วมเจรจาการค้าในพื้นที่เดียวกันได้อย่างราบรื่น โดยมองว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเป็นเรื่องของวัฒนธรรม วรรณกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการนำเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม VIRF มาใช้เพื่อจับคู่ธุรกิจออนไลน์ล่วงหน้า ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถนัดหมายและศึกษาข้อมูลก่อนพบตัวจริง”
“ธีรภัทร” ย้ำว่า การวางยุทธศาสตร์ในระยะยาว สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยเริ่มจากจุดเล็ก ๆ และค่อย ๆ ขยายตัว ด้วยโอกาสและศักยภาพของผู้ประกอบการไทยทำให้เชื่อมั่นว่า ตลาดหนังสือไทยจะเติบโตถึงระดับแสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการแสดงศักยภาพระดับโลกอย่างเต็มตัวด้วยการเข้าร่วมงานแฟร์ในระดับโลก
“ความสำเร็จของ Bangkok Rights Fair 2026 ที่สามารถสร้างมูลค่าการค้าได้ในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางลิขสิทธิ์วรรณกรรมของเอเชีย พร้อมปูทางสู่การเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านวรรณกรรมระดับโลกในอนาคต โดยสมาคมฯ ยังคงเดินหน้าสร้างเครือข่ายและเสริมศักยภาพสำนักพิมพ์ ร้านหนังสือ รวมถึงนักเขียนไทยให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้นต่อไป”







