thansettakij
thansettakij
เมินสงคราม-น้ำมันแพง นักอ่านแห่ช้อปงานสัปดาห์หนังสือ 12 วัน เงินสะพัด 534 ล้าน

เมินสงคราม-น้ำมันแพง นักอ่านแห่ช้อปงานสัปดาห์หนังสือ 12 วัน เงินสะพัด 534 ล้าน

06 เม.ย. 69 | 10:05 น.
อัปเดตล่าสุด :06 เม.ย. 69 | 10:10 น.

เมินสงครามตะวันออกกลาง วิกฤตน้ำมันแพง นักอ่านแห่ช้อปงานสัปดาห์หนังสือฯ 12 วัน ทะลุ 1.3 ล้านคน ทำเงินสะพัดกว่า 534 ล้านบาท ต่างชาติแห่ซื้อลิขสิทธิ์ ดันไทยสู่ “ฮับหนังสือเอเชีย”

KEY

POINTS

  • งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติจัดขึ้น 12 วัน ประสบความสำเร็จท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและราคาน้ำมันแพง สร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกว่า 534 ล้านบาท
  • มีนักอ่านเข้าร่วมงานมากกว่า 1.3 ล้านคน โดยกลุ่มหลักคือ Gen Z สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังให้ความสำคัญกับการอ่าน
  • ยอดเงินสะพัด 534 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายหนังสือในงานกว่า 444 ล้านบาท และการเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์กับต่างชาติอีกกว่า 90 ล้านบาท

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ภายใต้แนวคิด “Read The Legend” โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา และปิดฉากในวันนี้ (6 เม.ย.) พบว่า มีนักอ่านเดินทางเข้ามาร่วมงานจำนวน ส่งผลให้ตลอดระยะเวลา 12 วันมีนักอ่านเข้าร่วมงานมากกว่า 1.3 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกว่า 534 ล้านบาท

นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่บรรยากาศภายในงานยังคงคึกคักเกินคาด สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังให้ความสำคัญกับ “หนังสือ” ในฐานะแหล่งความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และแรงบันดาลใจในชีวิต

โดยพบว่าในวันธรรมดามีผู้เข้าร่วมงานเฉลี่ยประมาณ 8 หมื่นคนต่อวัน ขณะที่ช่วงวันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์มีผู้เข้าร่วมงานเฉลี่ยประมาณ 1 แสนคนต่อวัน ส่งผลให้ตลอดระยะเวลา 12 วันมีนักอ่านเข้าร่วมงานมากกว่า 1.3 ล้านคนใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่การสำรวจพฤติกรรมนักอ่าน พบว่า กลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มหลักของผู้เข้าร่วมงานมากที่สุด คิดเป็น 46.26% ตามด้วย Gen Y 33.71% และ Gen X 10.21% ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการซื้อหนังสือต่อคนอยู่ที่ 500–1,000 บาท คิดเป็น 33.76% รองลงมา ต่ำกว่า 500 บาท 22.02% และ 1,000–1,500 บาท 14.51%

ด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจ พบว่า มีเงินสะพัดตลอดการจัดงานกว่า 534 ล้านบาท แบ่งออกเป็น ยอดจำหน่ายหนังสือภายในงานกว่า 444 ล้านบาท เติบโตประมาณ 5% ขณะที่การเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศมีมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท เติบโตขึ้น 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เมินสงคราม-น้ำมันแพง นักอ่านแห่ช้อปงานสัปดาห์หนังสือ 12 วัน เงินสะพัด 534 ล้าน

“ความสำเร็จของการจัดงานในปีนี้เกิดจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างชุมชนนักอ่านผ่านกิจกรรม “กระทรวงว่าการนักอ่านมืออาชีพ” ซึ่งสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ คัดเลือกคอนเทนต์ครีเอเตอร์กว่า 200 คน ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของงานหนังสือผ่านทุกแพลตฟอร์มอย่างสร้างสรรค์ จุดกระแสให้การอ่านกลายเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน”

นายณัฐกร กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันสมาคมฯ ได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดนิทรรศการดีๆ และกิจกรรมคุณภาพ สร้างแรงดึงดูดความสนใจ อาทิ นิทรรศการ “แสงแห่งปัญญาในสมเด็จพระพันปีหลวง” ถ่ายทอดพระราชดำริด้านการศึกษาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นิทรรศการอ่านพุทธตำนานผ่านบรรณพิภพ พร้อมจัดแสดงพระไตรปิฏกจุลจอมเกล้าฯ ฉบับพิมพ์ครั้งแรกของโลก รวมถึงนิทรรศการ “Read The Legend : หนังสือต้องห้าม (ลืม)” และกิจกรรม “Meet the Legends : พบปะนักเขียนในดวงใจ” ที่เปิดประสบการณ์การอ่านรูปแบบใหม่อย่างใกล้ชิด รวมถึงกิจกรรม “PUBAT X คณะหุ่นเจ้าขุนทอง” ที่กลับมาสร้างความประทับใจให้กับนักอ่านทุกช่วงวัยผ่านการแสดง เวิร์กชอป และโซนสินค้าที่ระลึก

ขณะที่การเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ “Bangkok Rights Fair 2026” ระหว่างวันที่ 27–28 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสมาคมฯ พร้อมการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และแพลตฟอร์ม VIRF ประสบความสำเร็จเกินคาด มีผู้เข้าร่วมถึง 163 บริษัทและนักเขียนจาก 24 ประเทศและเขตแดน

เมินสงคราม-น้ำมันแพง นักอ่านแห่ช้อปงานสัปดาห์หนังสือ 12 วัน เงินสะพัด 534 ล้าน

แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมจากไทย 83 ราย และต่างประเทศ 80 ราย เกิดการเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์กว่า 624 คู่ โดยเฉพาะจากเกาหลี ไต้หวัน จีน และอินเดีย ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายลิขสิทธิ์รวมกว่า 90 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยในฐานะ “ฮับหนังสือเอเชีย” อย่างเป็นรูปธรรม

“ความสำเร็จของงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของสำนักพิมพ์ ร้านหนังสือ และภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันปรับตัว พัฒนาคอนเทนต์ และสร้างกลยุทธ์การตลาดใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์นักอ่านยุคปัจจุบัน พร้อมขอบคุณนักอ่านและสมาชิกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ที่ร่วมกันผลักดันให้งานครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

พร้อมกันนี้ สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เตรียมเดินหน้าขับเคลื่อน Book Economy อย่างต่อเนื่อง ด้วยการต่อยอดอุตสาหกรรมหนังสือสู่แพลตฟอร์มสร้างสรรค์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม และเว็บตูน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้คอนเทนต์ไทย และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่เศรษฐกิจประเทศในระยะยาวด้วย”