ซีพีเอฟ ขึ้นทะเบียน T-VER อบก.ชูศักยภาพลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

06 พ.ค. 2565 | 10:10 น.

ซีพีเอฟ สนับสนุนกลไกลดก๊าซเรือนกระจก อบก. ชูโครงการพลังงานทดแทน และการจัดการของเสีย ขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจก T-VER ตั้งเป้าลดได้มากกว่า 60,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

นายพีรพงศ์ กรินชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สำนักวิศวกรรมกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในฐานะประธานความมุ่งมั่นด้านการบริหารทรัพยากรที่เป็นเลิศ หนึ่งในกลยุทธ์ความยั่งยืนCPF 2030 Sustainability in Action เปิดเผยว่า ซีพีเอฟได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาดำเนินโครงการ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การจัดการมูลสัตว์และน้ำเสีย และส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ไบโอดีเซล ก๊าซชีวภาพและพลังงานแสงอาทิตย์  เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 

ซีพีเอฟ ขึ้นทะเบียน T-VER อบก.ชูศักยภาพลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

และได้ขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T- VER) กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. คาดว่าปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ประมาณ 60,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี  (หรือเทียบเท่าการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 6.5 ล้านต้น) โดย 59 % มาจากโครงการด้านการจัดการของเสีย และอีกมากกว่า 40%  มาจากโครงการด้านพลังงานทดแทน     

สำหรับโครงการที่ขึ้นทะเบียนในโครงการ T-VER จำนวน 5 โครงการ ประกอบด้วย โครงการติดตั้งระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์  ประเภทโครงการด้านพลังงานทดแทน  กำลังการผลิตติดตั้งรวม 24 แห่ง โดยจะทําการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ บนหลังคาของโรงงานซีพีเอฟ ครอบคลุมโรงงานอาหารสัตว์บก โรงงานอาหารสัตว์น้ำ  ฟาร์ม โรงงานแปรรูปอาหาร โรงงานอาหารสําเร็จรูป และศูนย์กระจายสินค้า  ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้ 11,092 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี  

ซีพีเอฟ ขึ้นทะเบียน T-VER อบก.ชูศักยภาพลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

โครงการบำบัดน้ำเสียฟาร์มสุกรด้วยระบบก๊าซชีวภาพ เพื่อใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนจากระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ประเภทโครงการพลังงานทดแทนและการจัดการของเสีย ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้ 41,100 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ซึ่งฟาร์มสุกรของซีพีเอฟ เป็นต้นแบบที่มีการใช้ระบบกักเก็บก๊าซชีวภาพในฟาร์มสุกร ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน และสามารถผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้ในฟาร์ม     

นอกจากนี้  ยังมีโครงการผลิตไอน้ำจากก๊าซชีวภาพ ขนาด 5 ตัน ของโรงงานแปรรูปเนื้อไก่นครราชสีมา ประเภทโครงการพลังงานทดแทน ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้  5,626 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีโครงการ Biodiesel Production for Use  as Fuel of  Vehicle by  CPF   ประเภทโครงการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน  ดำเนินการโดยโรงงานแปรรูปเนื้อไก่และอาหารแปรรูปสระบุรี   ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้  3,961  ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี  และโครงการเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างประสิทธิภาพสูง ของโรงงานอาหารสำเร็จรูปแปดริ้ว  เป็นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน คาดว่าจะสามารถลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 41 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี               

  ซีพีเอฟ ขึ้นทะเบียน T-VER อบก.ชูศักยภาพลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก    

ซีพีเอฟ  ยังได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากอบก. ภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme : LESS) ประเภทโครงการด้านป่าไม้และการเกษตร จากโครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ  ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง และพื้นที่สีเขียวในฟาร์มและโรงงาน และโครงการด้านพลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์   ซึ่งรวมแล้วสามารถดูดซับและลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 22,255 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 

  ซีพีเอฟ ขึ้นทะเบียน T-VER อบก.ชูศักยภาพลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก      

ทั้งนี้ T-VER เป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่อบก.พัฒนาขึ้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยโดยความสมัครใจ และสามารถนำปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นหรือคาร์บอนเครดิต ไปใช้ในการรายงานผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยน หรือ ซื้อขาย ภายในประเทศ โดยประเภทของโครงการที่สามารถเข้าร่วม T-VER  ได้แก่  โครงการด้านการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การพัฒนาพลังงานทดแทน การจัดการของเสีย  การจัดการในภาคขนส่ง การปลูกป่า/ต้นไม้  การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า  และการเกษตร