
กินเจ 2566 "กินอะไรได้บ้าง-ห้ามกินอะไร" ที่ได้ทั้งบุญและสุขภาพ
คำแนะนำจากแพทย์โรงพยาบาลจุฬา "วิธีการกินเจ 2566" กินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ที่จะได้ทั้งบุญและได้สุขภาพ อ่านได้ที่นี่
มีคำถามว่า เทศกาลกินเจปีนี้ 2566 วิธีการรับประทานอาหารรับประทานอะไรได้บ้าง หรือห้ามรับประทานอะไร ที่จะได้ทั้งบุญและได้สุขภาพที่ดี
ฐานเศรษฐกิจ ขอนำเสนอบทความพิเศษโดย "อ.พญ.ณิชา สมหล่อ ฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ" ซึ่งได้เขียนบทความเรื่อง "กินเจอย่างไรให้ได้บุญ แถมคืนทุนให้สุขภาพ" โดยระบุว่า
การกินเจ เป็นการหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์และผักมีกลิ่นบางชนิด ซึ่งทำให้ได้รับสารอาหารจำพวกโปรตีน วิตามินดี และธาตุเหล็กลดลง
เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนและดีต่อสุขภาพ ควรเลือกบริโภคอาหารเจตามแนวทางต่อไปนี้
เน้นผักเป็นหลัก
- โดยเลือกให้มีความหลากหลาย ให้พลังงานและสารอาหารที่เพียงพอ ได้แก่ ข้าวและธัญพืช ผักใบ ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วเปลือกแข็ง
- เน้นผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเพื่อช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก เช่น ส้ม เบอร์รี มะเขือเทศ พริกหยวก รวมถึงผักที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ผักโขม คะน้า บร็อคโคลี เป็นต้น
เลือกผลไม้หวานน้อย
- เช่น ชมพู่ ฝรั่ง แก้วมังกร
ดื่มนมถั่วเหลือง
- รับประทานโปรตีนเกษตร เต้าหู้ เห็ด ถั่ว ควินัว หรือธัญพืชอื่น ๆ เพื่อทดแทนโปรตีนที่หายไปจากการงดรับประทานเนื้อสัตว์และนมวัว
รับประทานแป้งในปริมาณที่พอดี
- โดยเลือกข้าวกล้องแทนข้าวขาว หรือรับประทานขนมปังโฮลวีท
เลี่ยงอาหารที่มีน้ำมันมาก
- ลดเมนูผัด ทอด เน้นไปที่เมนู ตุ๋น ต้ม อบ นึ่ง ยำ
หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด
- เช่น หวานจัด เค็มจัด ซึ่งจะส่งผลให้ไตทำงานหนัก จากปริมาณโซเดียมที่สูงเกินไป
แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ หลาย ๆ มื้อ
-
ไม่รับประทานทีเดียวมากจนเกินไป
การกินเจที่ถูกหลักจะทำให้ได้รับสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างครบถ้วน เมื่อร่วมกับการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้เบิกบานแจ่มใส ก็จะได้สุขภาพที่ดี และได้บุญอีกด้วย
ขอบคุณที่มาข้อมูล : chulalongkornhospital.go.th







