
สปสช. จ่อปรับเกณฑ์ใหม่ เพิ่มงบ-จ่ายค่าตอบแทนดูแล 'ผู้มีภาวะพึ่งพิง' กทม.ลงถึงชุมชน
สปสช. ประกาศเปิดฟังเสียงประชาชนและทุกภาคส่วน เร่งปรับปรุงกฎหมายการจ่ายค่าสาธารณสุขสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนกรุงเทพมหานคร วางกลไกตรวจสอบงบประมาณที่ชัดเจน ลดภาระโรงพยาบาล พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยและครอบครัวอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- สปสช. เตรียมปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ เพื่อแก้ปัญหาและลดความเหลื่อมล้ำ
- ร่างประกาศใหม่จะปลดล็อกให้สามารถจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้ช่วยเหลือดูแล (Caregiver) ใน กทม. ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สร้างมาตรฐานการเบิกจ่ายที่ชัดเจน
- การปรับปรุงนี้จะทำให้ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงและผู้สูงอายุในชุมชนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตามแผนการดูแลรายบุคคล (Care Plan) และช่วยลดภาระของครอบครัว
ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์อย่างเป็นทางการ ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ตัวเลขที่ปรากฎให้เห็นแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของหลายล้านครอบครัวทั่วประเทศโดยเฉพาะในเขตเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครที่โครงสร้างสังคมและรูปแบบการดำเนินชีวิตมีความซับซ้อนสูง จำนวนผู้สูงอายุ บุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้ป่วยสมองเสื่อม ตลอดจนผู้ที่มีข้อจำกัดในการดำรงชีวิตประจำวันที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง การได้รับการดูแลสุขภาพและการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องในระดับชุมชนนับเป็นความจำเป็นขั้นพื้นฐานที่ไม่อาจมองข้ามได้
ดังนั้น เพื่อตอบสนองต่อปัญหาระดับชาตินี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ "ร่างประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง การจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ..." ผ่านทางเว็บไซต์ ระบบกลางทางกฎหมาย เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม ถึง 17 กันยายน 2569
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สปสช.ได้สนับสนุนงบประมาณและจัดบริการดูแลระยะยาวสำหรับ "ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง" (Long-Term Care) ผ่านกลไกหน่วยบริการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้นพบอุปสรรคสำคัญเนื่องจากโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินของ กทม. มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจาก อปท. อื่น ๆ ในประเทศ
ปรับปรุงการจ่ายค่าสาธารณสุขดูแล 'ผู้มีภาวะพึ่งพิง' ใน กทม.
ข้อจำกัดสำคัญในอดีต คือ กรุงเทพมหานครยังไม่มีระเบียบหรือหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่รองรับการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ "ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง" (Caregiver: CG) ในลักษณะเดียวกับพื้นที่ต่างจังหวัดส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำและอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานดูแลผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนเมืองอย่างเต็มประสิทธิภาพ
สำหรับร่างประกาศฉบับใหม่นี้จึงถูกยกร่างขึ้นมาเพื่ออุดช่องว่างดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนเป็นการเฉพาะสำหรับกรุงเทพมหานคร มุ่งหวังให้การบริหารงบประมาณ การกำกับติดตาม และการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นไปอย่างมีมาตรฐานเดียวกัน โปร่งใส คุ้มค่า และเกิดประโยชน์แก่ประชาชน
สร้างแนวทางการเบิกจ่ายเงินกองทุนสอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง
สาระสำคัญและประเด็นเปลี่ยนที่ต้องจับตาในร่างประกาศการจ่าย LTC กทม. ฉบับนี้ หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างแนวทางการเบิกจ่ายเงินกองทุนที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่โดยมีประเด็นสำคัญ อาทิ การเบิกจ่ายตามแผนการดูแลรายบุคคลที่กำหนดแนวทางรองรับการจ่ายค่าใช้จ่ายตามแผนการดูแลที่ได้รับการอนุมัติจริง รวมถึงการจัดเก็บหลักฐานและการรับรองผลงานบริการ เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณมีความแม่นยำและตรวจสอบได้
รวมถึงการสนับสนุนค่าจ้างและค่าตอบแทนผู้ดูแล (Caregiver) โดยปลดล็อกกลไกให้สามารถจ่ายค่าตอบแทนแก่ Caregiver และผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อให้สอดคล้องกับประกาศหลักเกณฑ์การดำเนินงานระดับท้องถิ่นที่กำหนดให้กรุงเทพมหานครสมทบเงินกองทุนเพื่อนำไปใช้จ่ายเป็นค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ด้วย เป็นต้น
ครอบคลุมกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้อง-ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
หากมองถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวนั้นจะครอบคลุมกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบสุขภาพ 4 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน คือ 1. ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงและครอบครัว ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ผู้ป่วยระยะสุดท้าย และผู้สูงอายุ จะได้รับการดูแลฟื้นฟูสุขภาพอย่างต่อเนื่องที่บ้านตาม Care Plan ซึ่งจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ลดอัตราการเข้ารับการรักษาซ้ำในโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น และช่วยบรรเทาภาระอันหนักอึ้งของครอบครัวผู้ดูแล
2. กลุ่มผู้ช่วยเหลือดูแล หรือ Caregiver และหน่วยบริการ ซึ่งจะครอบคลุมบุคลากรสาธารณสุข ผู้จัดการการดูแล Caregiver รวมถึงศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ หน่วยงานรัฐ องค์กรชุมชน และเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร จะมีแนวทางปฏิบัติงานและการเบิกจ่ายเงินที่ชัดเจน มั่นใจ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน
3. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะผู้บริหารจัดการกองทุน จะสามารถกำกับดูแลการใช้น้ำหนักงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และ 4. กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานภาครัฐ ในฐานะผู้กำหนดนโยบาย จะสามารถขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศและบูรณาการการทำงานร่วมกับ กทม. ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ร่างประกาศฉบับนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยเปราะบางในกรุงเทพมหานครสามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม







