
สปสช. จ่อปรับเกณฑ์จ่าย 'ปลูกถ่ายหัวใจ-ตับ' หนุนผู้ป่วยบัตรทองเข้าถึงการรักษา
บอร์ด สปสช. เตรียมปรับอัตราจ่ายค่าบริการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจและตับ พร้อมเปิดประชาพิจารณ์ร่างประกาศใหม่ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ถึง 19 ส.ค. นี้
KEY
POINTS
- สปสช. เตรียมปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายชดเชยค่าบริการปลูกถ่ายหัวใจและตับ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองเข้าถึงการรักษาที่จำเป็น
- ปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายค่าผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจเป็น 600,000 บาท และตับเป็น 660,000 บาท พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด รวมถึงการดูแลผู้บริจาคตับที่มีชีวิต
- ขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมค่ารักษาภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด เช่น การติดเชื้อ ภาวะปฏิเสธอวัยวะ และสนับสนุนค่ายากดภูมิคุ้มกันในระยะยาว
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ปรับใหญ่เกณฑ์จ่าย "ปลูกถ่ายอวัยวะ" ยกระดับสิทธิบัตรทองเพื่อชีวิตใหม่ผู้ป่วย การผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะถือเป็นเข็มทิศชี้วัดความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ของประเทศซึ่งในอดีตผู้ป่วยโรคเรื้อรังระยะสุดท้ายมักติดกับด้วยภาระค่าใช้จ่ายค่ายาที่สูงมาก ขณะที่สถานพยาบาลต้องเผชิญความเสี่ยงทางการเงินจากงบชดเชยที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง
แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสปสช.
ด้วยเหตุนี้ เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าว สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศปรับหลักเกณฑ์การจ่ายชดเชยค่าบริการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) ถึงวันที่ 19 สิงหาคมนี้
สาระสำคัญของการปรับใหญ่ครั้งนี้เป็นการบริหารงบประมาณสนับสนุนที่จะครอบคลุมตลอดเส้นทางการรักษาชีวิตของผู้ป่วย เริ่มตั้งแต่ ระยะเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ที่จะกำหนดอัตราเหมาจ่าย 40,000 บาทต่อรายสำหรับผู้รับบริจาคหัวใจและตับในเด็ก พร้อมเพิ่มค่าประเมินความพร้อมของผู้บริจาคตับที่มีชีวิต และเมื่อเข้าสู่ระยะผ่าตัด หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ได้ปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจเป็น 600,000 บาทต่อราย และผ่าตัดปลูกถ่ายตับที่พุ่งสูงรวมถึงสนับสนุนค่าผ่าตัดดูแลผู้บริจาคตับที่มีชีวิต 200,000 บาทต่อราย เป็นต้น
พร้อมกันนี้ สปสช. ได้เปิดให้มีการคุ้มครองภาวะแทรกซ้อนโดยเพิ่มงบสู้การติดเชื้อไวรัส CMV ไม่เกิน 180,000 บาทต่อครั้ง และภาวะตรวจพบเชื้อในเลือดไม่เกิน 40,000 บาทต่อครั้ง พร้อมชดเชยภาวะปฏิเสธอวัยวะ (Rejection) สูงสุดถึง 320,000 บาทต่อราย
สำหรับการดูแลหลังผ่าตัดระยะยาว สปสช. สนับสนุนค่ายากดภูมิคุ้มกันและการตรวจติดตามผลอย่างต่อเนื่องจนกว่าผู้ป่วยจะเสียชีวิตหรือเปลี่ยนสิทธิ โดยจ่าย 30,000 บาทต่อเดือนใน 6 เดือนแรก แล้วทยอยลดไล่ระดับลงจนเหลือ 13,000 บาทต่อเดือนเมื่อพ้น 25 เดือนขึ้นไป นอกจากนี้ยังขยายขอบเขตครอบคลุมการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตเพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดในอัตรา 500,000 ถึง 1,500,000 บาทต่อราย เป็นต้น
ประชาชนที่เข้าถึงการรักษาชั้นสูงได้ฟรี
การปฏิรูปอัตราจ่ายครั้งนี้จึงเป็นความร่วมมือที่จะทำให้เกิดประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน ทั้งประชาชนที่เข้าถึงการรักษาชั้นสูงได้ฟรี โรงพยาบาลที่ลดความเสี่ยงทางการเงิน และ สปสช. ที่บริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย สปสช. ได้กำชับระบบธรรมาภิบาลให้ยื่นเบิกผ่านระบบ DMIS_CKD และ e-Claim พร้อมตรวจสอบเวชระเบียนอย่างเข้มงวดเพื่อความโปร่งใสและประโยชน์ของประชาชน
อ่านรายละเอียด ร่างประกาศจ่ายบริการเฉพาะเพื่อลดความเสี่ยง ฉ. ..(ปลูกถ่ายอวัยวะ)







