
กรม สบส. บุกคลินิกย่านปทุมวัน สอบปมหนุ่ม 38 สลบยาวหลังศัลยกรรม
กรม สบส. กระทรวงสาธารณสุข ส่งทีมลงสอบคลินิกเสริมความงามย่านปทุมวัน หลังญาติร้องหนุ่มวัย 38 เข้ารับบริการศัลยกรรมจมูกและคาง เกิดอาการผิดปกติจนต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาล และไม่รู้สึกตัวอยู่เป็นเวลาหลายวัน
KEY
POINTS
- กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เข้าตรวจสอบคลินิกศัลยกรรมในเขตปทุมวัน กรณีชายวัย 38 ปี เข้ารับการผ่าตัดเสริมจมูกและคางแล้วหมดสติไม่รู้สึกตัว
- ผู้ป่วยเกิดภาวะผิดปกติในช่วงท้ายของการผ่าตัด โดยวิสัญญีแพทย์ตรวจพบว่า มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
- จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คลินิกขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และทางคลินิกได้แจ้งว่า ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมด
9 มีนาคม 2569 ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ( สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีหนุ่มวัย 38 ปีเข้ารับบริการศัลยกรรมจมูกและคางแต่เกิดอาการผิดปกติจนต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลและไม่รู้สึกตัวเป็นเวลาหลายวันว่า เมื่อได้รับข้อมูลข้างต้น นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. จึงสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมายดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ คลินิกดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปทุมวัน พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ พบแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และผู้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล เป็นผู้ให้ข้อเท็จจริงพร้อมนำตรวจสถานพยาบาล
จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า คลินิกมีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนมาตรฐานสถานพยาบาลด้านอื่นก็เป็นไปตามมาตรฐานที่พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 กำหนด
ทั้งนี้ จากการสอบถ้อยคำจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อเท็จจริงว่า เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผู้รับบริการชายวัย 38 ปี ได้ติดต่อคลินิกดังกล่าวเพื่อทำศัลยกรรมบริเวณจมูกและคาง โดยคลินิกได้ซักประวัติ ตรวจร่างกายและเลือดเพื่อประเมินซึ่งผลการตรวจร่างกายผู้รับบริการสามารถดมยาผ่าตัดได้ คลินิกจึงนัดหมายทำศัลยกรรมในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยให้ผู้รับบริการดมยาสลบ แต่ในช่วงท้ายของการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์พบว่าผู้ป่วยมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้น ชีพจรเต้นเเรง และอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงแจ้งแพทย์ผู้ให้บริการ
พร้อมประสานรถพยาบาลฉุกเฉินส่งตัวผู้รับบริการไปที่โรงพยาบาลใกล้เคียง ซึ่งคลินิกแจ้งว่ายินดีรับผิดชอบค่ารักษา และค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องจนผู้ป่วยหายเป็นปกติ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จะนำข้อมูลที่รวบรวมได้ในวันนี้เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทันตแพทย์อาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า การศัลยกรรมเสริมความงาม บริเวณจมูก หรือคาง มักจะเป็นการศัลยกรรมผ่าตัดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนกับผู้รับบริการมากกว่าการผ่าตัดเล็ก ดังนั้น สถานพยาบาลจะต้องควบคุมคุณภาพ มาตรฐาน ทั้งในด้านสถานที่ ผู้ให้บริการ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงอุปกรณ์การช่วยเหลือชีวิตในกรณีฉุกเฉิน ให้ถูกต้องตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
ประการสำคัญการผ่าตัดใหญ่นั้น มักจะต้องมีการใช้ยาสลบกับผู้รับบริการ ซึ่งในผู้รับบริการบางรายอาจจะเกิดอาการแพ้ยาสลบ หรือภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ (Malignant Hyperthermia ) ซึ่งทำให้เกิดการตอบสนองผิดปกติของกล้ามเนื้อต่อยาชาหรือยาสลบ จนนำไปสู่การเกิดระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวและเสียชีวิตได้
ดังนั้น การฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำเพื่อให้หลับ หรือการดมยาสลบก่อนทำการผ่าตัดทุกครั้ง จะต้องมีการซักประวัติคนไข้ เพื่อประเมินความเสี่ยง และจัดให้มีวิสัญญีแพทย์ หรือแพทย์ที่ผ่านการอบรมจากราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์เป็นผู้ดำเนินการให้ยาระงับความรู้สึกเพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ หากพบว่าสถานพยาบาลใดไม่ดำเนินการตามมาตรฐานก็จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายทันที

