thansettakij
thansettakij
เปิดสถิติวัยทำงาน เสียชีวิตจาก ‘สโตรก’ พุ่ง ชี้สัญญาณเตือน BEFAST

เปิดสถิติวัยทำงาน เสียชีวิตจาก ‘สโตรก’ พุ่ง ชี้สัญญาณเตือน BEFAST

06 พ.ย. 69 | 03:55 น.
อัปเดตล่าสุด :06 พ.ย. 69 | 03:56 น.

ผู้เสียชีวิตสโตรกพุ่ง 100% วัยทำงาน 30-40 ปีป่วยเพิ่มขึ้น แพทย์เตือนสมองอุดตันสูญเสียเซลล์ประสาท 1.9 ล้านเซลล์/นาที สามารถสังเกตอาการได้ด้วยหลัก BEFAST

KEY

POINTS

  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการ ซึ่งการรักษาอย่างรวดเร็วผ่านระบบ Stroke Fast Track จะช่วยลดความเสียหายของสมองและลดโอกาสเกิดความพิการถาวร
  • ประชาชนสามารถสังเกตสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองได้จากหลักการ BEFAST ซึ่งครอบคลุมอาการเสียการทรงตัว (Balance) การมองเห็นผิดปกติ (Eyes) ใบหน้าเบี้ยว (Face) แขนขาอ่อนแรง (Arm) และพูดไม่ชัด (Speech)
  • หากพบอาการผิดปกติแม้เพียงข้อเดียวตามหลัก BEFAST ให้รีบโทรสายด่วน 1669 ทันที (Time) เพราะทุกวินาทีมีความสำคัญต่อการรักษาและเพิ่มโอกาสรอดชีวิต

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการของคนไทย ข้อมูลกรมควบคุมโรคพบผู้ป่วยสะสมในปี 2568 จากระบบ HDC กระทรวงสาธารณสุขจำนวน 362,506 คน สะท้อนภาระโรคที่ยังต้องเร่งป้องกันและลดความเสี่ยง โดยเฉพาะการเข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดอาการ

ดังนั้น โรงพยาบาลพระรามเก้าเร่งพัฒนาระบบ Stroke Fast Track ผสานเทคโนโลยี MRI และ Biplane DSA เพิ่มโอกาสรักษาทันท่วงที ลดความเสียหายของสมองและความพิการถาวร ชูแนวคิด “ทุกวินาทีมีความหมายต่อสมอง”

นพ.สิทธิ เพชรรัชตะชาติ แพทย์หัวหน้าศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพระรามเก้า

นพ.สิทธิ เพชรรัชตะชาติ แพทย์หัวหน้าศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองตีบ อุดตัน หรือแตก ส่งผลให้สมองขาดเลือดและออกซิเจน หรือเกิดภาวะเลือดออกในสมอง ทำให้เซลล์สมองเสียหายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดสมองเส้นใหญ่อุดตันและไม่ได้รับการรักษา อาจสูญเสียเซลล์ประสาทเฉลี่ยประมาณ 1.9 ล้านเซลล์ต่อนาที

ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ระยะเวลาการรักษามีความสำคัญอย่างยิ่ง ยิ่งผู้ป่วยได้รับการรักษาเร็วเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสลดความเสียหายของเนื้อสมองและความพิการได้มากขึ้น โรงพยาบาลจึงนำระบบ Stroke Fast Track มาใช้ดูแลผู้ป่วยตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย รักษาระยะเฉียบพลัน ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ ลดระยะเวลารอคอยในขั้นตอนสำคัญและเพิ่มโอกาสการฟื้นตัวมากขึ้น

MRI-Biplane DSA เพิ่มประสิทธิภาพรักษาสโตรก

นพ.สิทธิ กล่าวว่า Stroke Fast Track เป็นกระบวนการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่การคัดกรองและประเมินอาการ การตรวจภาพสมอง ไปจนถึงการเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม ซึ่งโรงพยาบาลมีเทคโนโลยี MRI ช่วยประเมินเนื้อสมอง และ Biplane Digital Subtraction Angiography (Biplane DSA) ระบบถ่ายภาพหลอดเลือดสองระนาบ ช่วยให้แพทย์มองเห็นหลอดเลือดได้อย่างละเอียดและสนับสนุนการรักษาผ่านสายสวนหลอดเลือด โดยเฉพาะการนำลิ่มเลือดออกจากหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์

โดยโรคหลอดเลือดสมองแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน พบประมาณ 80% และโรคหลอดเลือดสมองแตก พบประมาณ 20% ซึ่งมีแนวทางการรักษาแตกต่างกัน และผู้ป่วยหลอดเลือดสมองแตก แพทย์จะพิจารณาควบคุมความดันโลหิต เฝ้าระวังอาการ หรือผ่าตัดตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

อุปกรณ์จำลองสมองคน

ส่วนผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน มีแนวทางรักษาสำคัญ ได้แก่ การให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำ ซึ่งโดยทั่วไปต้องได้รับภายใน 4.5 ชั่วโมงแรกนับจากเวลาเริ่มมีอาการในผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ และการนำลิ่มเลือดออกผ่านสายสวนหลอดเลือด (Mechanical Thrombectomy) สำหรับผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดสมองเส้นใหญ่อุดตัน เพื่อให้เลือดกลับไปเลี้ยงสมองโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีการตรวจภาพสมองในปัจจุบันช่วยให้แพทย์ประเมินเนื้อสมองที่ยังมีโอกาสฟื้นตัว ทำให้ผู้ป่วยบางรายสามารถได้รับการพิจารณารักษานอกช่วงเวลามาตรฐาน โดยเฉพาะการนำลิ่มเลือดออกผ่านสายสวนหลอดเลือด อาจพิจารณาได้ถึง 24 ชั่วโมงนับจากเวลาสุดท้ายที่ทราบว่าผู้ป่วยยังปกติ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลตรวจภาพสมองและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

สัญญาณ BEFAST เตือนสโตรก รู้ทันก่อนสมองเสียหาย

สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และการสูบบุหรี่ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีไขมันและโซเดียมสูง ขณะที่การสัมผัสฝุ่น PM2.5 ก็มีหลักฐานทางการแพทย์เชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองเช่นกัน

ประชาชนสามารถสังเกตสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองด้วยหลัก BEFAST ได้แก่

  • B – Balance: เดินเซหรือเสียการทรงตัวเฉียบพลัน
  • E – Eyes: มองเห็นผิดปกติ
  • F – Face: ใบหน้าเบี้ยวหรือมุมปากตก
  • A – Arm: แขนหรือขาอ่อนแรงเฉียบพลัน
  • S – Speech: พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก
  • T – Time: รีบโทร 1669 พร้อมจดจำเวลาเริ่มมีอาการหรือเวลาสุดท้ายที่ผู้ป่วยยังปกติ

ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดอาการครบทุกข้อ หากพบความผิดปกติเพียงข้อเดียวก็ต้องรีบเข้ารับการรักษา

นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการผิดปกติเพียงไม่กี่นาทีแล้วหายไปเอง ซึ่งอาจเป็นภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (Transient Ischemic Attack: TIA) หรือสัญญาณเตือนก่อนเกิดโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรกหลังเกิดอาการที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตามมา จึงควรรีบเข้ารับการประเมินทางการแพทย์ แม้อาการจะกลับมาเป็นปกติแล้วก็ตาม

กิจกรรมวัน World Stroke Day โรงพยาบาลพระรามเก้า

นพ.สิทธิ กล่าวปิดท้ายว่า สำหรับวันโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 29 ตุลาคมของทุกปี ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพระรามเก้า ได้จัดกิจกรรม World Stroke Day “ทุกวินาทีมีความหมายต่อสมอง” ภายในงานมีกิจกรรม Doctor Talk หัวข้อ “สมองขาดเลือด…ทุกวินาทีมีค่า”

เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักรู้ถึงโรคหลอดเลือดสมอง ว่าเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว การรู้ทันสัญญาณเตือน BEFAST และการเข้าถึงระบบ Stroke Fast Track จึงเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ลดความพิการ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ