
TMAN รุก Longevity ปั้น New S-Curve ดันรายได้ 4 พันล้าน ภายใน 3–5 ปี
TMAN เดินหน้าขยายธุรกิจ Health & Wellness สู่ตลาด Longevity วางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใน 5 ปี ครอบคลุมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมตั้งเป้ารายได้ 4 พันล้านบาท ภายใน 3–5 ปี
KEY
POINTS
- ที.แมน ฟาร์มา (TMAN) ตั้งเป้าสร้างรายได้ 4,000 ล้านบาท ภายใน 3-5 ปี โดยตั้งเป้าการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี
- รุกขยายธุรกิจสู่ตลาด Longevity เพื่อสร้างการเติบโตแบบ New S-Curve ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพเชิงป้องกันประมาณ 15 รายการใน 5 ปี
- ผลักดันผลิตภัณฑ์เรือธง "Propoliz" ซึ่งเป็นนวัตกรรมสกัดสมุนไพร เพื่อขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นเกาหลีใต้และตะวันออกกลาง
นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล หรือ TMAN กล่าวว่า ที.แมน กำลังเดินหน้าขยายธุรกิจ Health & Wellness สู่ตลาด Longevity วางแผนสร้าง New S-Curve พัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใน 5 ปี ประมาณ 15 รายการ ครอบคลุมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ตั้งแต่ระบบเผาผลาญ สุขภาพลำไส้ สมอง การนอนหลับ ไปจนถึงสุขภาพผิว เร่งดีล M&A เติมพอร์ต พร้อมดัน Propoliz ยึดตลาดเกาหลีใต้-ตะวันออกกลาง หวังโตสวนกระแสไม่ต่ำกว่า 10% ตั้งเป้ายอดขาย 4,000 ล้านบาท ภายใน 3–5 ปี
โดยบริษัทประเมินว่าตลาด Healthcare ของประเทศไทยในปี 2569 มีมูลค่าประมาณ 37.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 61.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2575 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8.49% ต่อปี ตามข้อมูลของ MarkNtel Advisors
"แผนขยายพอร์ตโฟลิโอ Longevity ในช่วง 5 ปี บริษัทวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Science-backed Longevity Solutions ประมาณ 15 รายการ หรือ SKUs เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี และผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีงานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ก่อนต่อยอดในระยะยาวไปสู่ Health Solutions ที่ผสานกับเทคโนโลยี"
ใช้ฐานธุรกิจต่อยอดผลิตภัณฑ์
นายประพล กล่าวว่า บริษัทจะใช้ศักยภาพของกลุ่มธุรกิจในเครือ ได้แก่ ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตยา การควบคุมคุณภาพ และการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ขณะที่โนว่า เฮลธ์ ทำหน้าที่ด้าน Open Innovation และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจใหม่
ส่วนโรงงานเฮเว่น เฮิร์บ เป็นฐานการผลิตที่สามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี งานวิจัย และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ การต่อยอด ไปจนถึงการผลิตในระดับอุตสาหกรรม
พร้อมขยายฐานตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รองรับผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รวมถึงความต้องการในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ผ่านทั้งรูปแบบการรับจ้างผลิต หรือ OEM และการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ ODM ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุน
ทั้งนี้ บริษัทได้นำเทคโนโลยีการผลิตยาแผนปัจจุบันมาปรับใช้ (Apply) กับโรงงานผลิตสินค้า Health Care และอาหารเสริม เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด Longevity (การมีอายุยืนยาวและสุขภาพดี) ซึ่งเป็น Megatrend ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ใช้ความเชี่ยวชาญในการผลิตหลากหลายรูปแบบ ทั้งของแข็ง (Solid form) และของเหลว (Liquid form) รวมถึงจุดเด่นสำคัญคือการสกัดสารสกัดสมุนไพรได้ด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบเอกลักษณ์อัตลักษณ์ของคนไทยที่บริษัทข้ามชาติไม่สามารถทำได้ในบริบทแบบไทย
นายประพล กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เรือธงที่จะขับเคลื่อนสู่ International Brand (Flagship Products & Global Expansion) คือ ผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมสกัดสมุนไพร ได้แก่ สเปรย์พ่นคอและลูกอม Propoliz รวมถึงยาแก้ไอ "ไอยรา" โดยสถานะการขยายตลาดในปัจจุบันของ Propoliz ขยายตลาดไปแล้ว 7 ประเทศ และตั้งเป้าเพิ่มอีกอย่างน้อย 2–3 ประเทศ ภายในสิ้นปี 2569 นี้
"แม้บริษัทจะมีสินค้ามากกว่า 800 SKUs แต่เลือกใช้ Propoliz เป็นสินค้าเรือธง (Flagship) นำทางเข้าสู่ต่างประเทศก่อน เนื่องจากขึ้นทะเบียนง่ายกว่ายาแผนปัจจุบัน และสามารถนำประสบการณ์ทำตลาดในไทยไปปรับใช้ได้อย่างรวดเร็ว เราได้เซ็นสัญญากับพาร์ทเนอร์ใน เกาหลีใต้ และ อินโดนีเซีย เรียบร้อยแล้ว คาดว่ายอดขายจริงจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างเจาะตลาด ฟิลิปปินส์ และกลุ่มตะวันออกกลาง เช่น โอมาน"
จับเทรนด์ Health Care ป้องกันก่อนป่วย
จะเห็นว่าตลาดสมุนไพรได้รับการตอบรับที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมจากการรอให้ป่วยแล้วค่อยรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน มาเป็นการดูแลและป้องกันตัวเองก่อนป่วย ทั้งหันมาดูแลสุขภาพผ่านแนวคิดการกินอาหารเป็นยา การรับประทานอาหารเสริมเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นไม่ให้พัฒนารุนแรงขึ้น รวมถึงการใช้อุปกรณ์ตรวจจับสุขภาพ (Wearable products) ร่วมด้วย บริษัทนำจุดแข็งด้านการสกัดสมุนไพรมาเป็นสารตั้งต้นในการพัฒนาสินค้า Health Care เพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเบื้องต้นของประชาชน
แม้ตลาด Health Care โดยทั่วไปจะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 5–6% ต่อปี แต่ TMAN ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งเป้าหมายท้าทายตัวเองให้เติบโต ไม่ต่ำกว่าประมาณ 10% ต่อปี วางเป้าหมายระยะยาวมุ่งสู่ยอดขายระดับ 4,000 ล้านบาท ในอนาคตในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า
พร้อมร่วมมือกับภาครัฐ ภาคการศึกษา นักวิจัย และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยให้มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Healthcare Ecosystem ของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็น Global Wellness Hub อย่างเป็นรูปธรรม
เฮเว่น เฮิร์บ เร่งทรานส์ฟอร์มสู่ Smart Factory
นายตรัส อบสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ TMAN กล่าวว่า สำหรับโรงงานเฮเว่น เฮิร์บ รองรับการผลิตตั้งแต่การสกัดสารสำคัญจากสมุนไพร การพัฒนาและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาต่อยอดจากสมุนไพร รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่ม Health & Wellness และ Preventive Healthcare
โรงงานรองรับมาตรฐาน GMP PIC/S สำหรับการผลิตยาและเวชภัณฑ์ ISO 22716 สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และ ISO 22000 สำหรับระบบการจัดการความปลอดภัยด้านอาหาร ได้วางแผนทรานส์ฟอร์มอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาไปสู่ Smart Factory รองรับการขยายตลาดในอนาคต โดยจะนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรมาใช้ในกระบวนการผลิต พร้อมขยายกำลังการผลิตและระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความสม่ำเสมอของคุณภาพผลิตภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างอัตราการใช้กำลังการผลิต หรือ Utilization Rate ประสิทธิภาพด้านต้นทุน หรือ Cost Efficiency และความพร้อมด้านกำลังการผลิต หรือ Capacity Readiness เพื่อรองรับการเติบโตของผลิตภัณฑ์ Health & Wellnessภายใต้กรอบ ESG
ทั้งสนับสนุนการสร้างอาชีพให้ผู้สูงอายุและคนในชุมชน เปิดโรงงานเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักศึกษาแพทย์แผนไทย ตลอดจนร่วมมือกับนักวิจัยและสถาบันต่าง ๆ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและต่อยอดเชิงพาณิชย์ รวมถึงเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ







