
Men’s Health ตลาดดาวรุ่ง ดันไทยยืนหนึ่งฮับศัลยกรรมชาย
เทรนด์ Men’s Health เติบโตพุ่ง 30% ต่อปี พบกลุ่มใหญ่อายุ 25-45 ปี มีปัญหาสุขภาพ-ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ คือด่านแรกคัดกรองโรค NCDs ชี้ไทยเดสติเนชัน เสริมขนาดชายของเอเชีย ดันการพัฒนาสู่ Medical Hub
KEY
POINTS
- ตลาดสุขภาพชาย (Men’s Health) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการที่ผู้ชายหันมาใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ การหลั่งเร็ว และการเสริมขนาด
- ประเทศไทยเป็นผู้นำเทรนด์ด้านการเสริมสมรรถภาพและศัลยกรรมชาย (Male Enhancement) ในภูมิภาคเอเชีย และเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญด้านนี้
- การศัลยกรรมเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพและเสริมขนาดได้รับความนิยมสูง ดึงดูดลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป ผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub)
ปัญหาด้านสุขภาพของ “ผู้ชาย” และความต้องการดูแลเชิงป้องกันเกี่ยวกับ Men’s Health กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD พบว่า ปี 2569 ผู้ชายมีอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยจากโรคไม่ติดต่อสูงกว่าผู้หญิงถึง 77% ในกลุ่มประเทศสมาชิก
ขณะที่สถานการณ์ของประเทศไทย ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็พบว่ามีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กลุ่มประชากรเพศชายมีอัตราการสูญเสียสูงกว่าเพศหญิง จากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมอง ที่ครองแชมป์ความสูญเสียสูงสุด
นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา ผู้ก่อตั้ง Eternity Clinic และเชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศชาย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แนวโน้มธุรกิจเกี่ยวกับ Men’s Health ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้มูลค่าตลาดโดยรวมจะไม่สามารถระบุได้แน่ชัด แต่ผู้ชายหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ท่ามกลางการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มีปัจจัยสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ โรคเรื้อรังและภาวะพร่องฮอร์โมนตามอายุ หรือ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ
หย่อนสมรรถภาพทางเพศ สัญญาณเตือนโรคเรื้อรัง
ในมุมมองทางการแพทย์ ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศถือเป็นด่านแรกสำคัญในการช่วยคัดกรองโรคอันตรายที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง สาเหตุสำคัญมาจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กมากเพียง 1-2 มิลลิเมตร ขณะที่เส้นเลือดหัวใจหรือสมองมีขนาดประมาณ 5-7 มิลลิเมตร
ดังนั้น เมื่อร่างกายเริ่มเผชิญกับโรคเรื้อรัง เส้นเลือดขนาดเล็กที่อวัยวะเพศจึงเป็นจุดแรก ๆ ที่ถูกโจมตี ส่งผลให้สมรรถภาพทางเพศลดลงก่อนอาการอื่น ๆ ช่วยให้พบผู้ป่วยได้ตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 16-18 ปี หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาภายในระยะเวลา 5 ปี อาจจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบหรือเส้นเลือดสมองอุดตันสูงกว่าคนปกติถึง 50 เท่า ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
ทั้งนี้ เรื่องสมรรถภาพทางเพศเป็นจุดโฟกัสอันดับต้น ๆ ของผู้ชายและกำลังเป็นเทรนด์มาแรงในยุคปัจจุบัน ซึ่งหลายคนเผชิญกับภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หลายคนต้องการให้สมรรถภาพทางเพศคงอยู่คู่กับตนเองไปจนสิ้นอายุขัย ขณะที่บางกลุ่มก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์และความมั่นใจของตนเองมากขึ้นตามเทรนด์ด้านความงาม
โดยประเทศไทยคือผู้สร้างเทรนด์ Male Enhancement ในภูมิภาคเอเชีย และเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญด้านนี้ ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) มีกลุ่มลูกค้าครอบคลุมทั้งผู้ชายทั่วไปที่ต้องการเสริมความมั่นใจและการทำหน้าที่ทางเพศ รวมถึงกลุ่ม LGBTQ ที่ยังคงมีอวัยวะเพศชายอยู่
สำหรับปัญหาด้านสุขภาพเพศชายที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย คือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือการแข็งตัวไม่ดี เป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีตัวเลขสถิติเฉลี่ยของประชากรที่มีปัญหานี้อยู่ที่ประมาณ 18-30% เท่านั้น
ปัญหาอันดับ 1 ของชายไทยคือการหลั่งเร็ว
ขณะที่ปัญหาอันดับ 1 ที่ผู้ชายไทยประสบมากที่สุดคือ “อาการหลั่งเร็ว” (Premature Ejaculation) ซึ่งสูงถึง 33% ทว่าผู้ชายจำนวนมากเลือกที่จะไม่ยอมรับ หรือไม่ทราบว่าปัญหานี้สามารถแก้ไขได้
“ในทางการแพทย์ เกณฑ์การวินิจฉัยอาการหลั่งเร็วรุนแรงคือ การหลั่งที่เกิดขึ้นในเวลาที่น้อยกว่า 1 นาที โดยนับเฉพาะตอนเริ่มใช้งานจริง ไม่รวมขั้นตอนการถอดเสื้อผ้า หรือพิจารณาจากความไม่พึงพอใจในระยะเวลาของตัวผู้ป่วยและคู่รัก”
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการเสริมขนาดและความยาว ที่ส่งผลต่อความมั่นใจแลดช่วยปรับปรุงฟังก์ชันการใช้งานทางเพศอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ เว็บไซต์ World Population Review เผยสถิติปี 2569 ค่าเฉลี่ยขนาดอวัยวะเพศชายทั่วโลก พบว่า 10 อันดับที่มีค่าเฉลี่ยเล็กที่สุดส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย โดยชายไทยอยู่อันดับ 9 เฉลี่ย 10.16 เซนติเมตร (ประมาณ 4-4.5 นิ้ว) ส่วนประเทศที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกาและอเมริกาใต้
นายแพทย์สืบพงษ์ กล่าวว่า ในด้านมาตรฐานขนาดและการจัดอันดับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันแม้แต่ผู้ชายไทยที่มีขนาดรอบวงใหญ่เทียบเท่าถุงยางอนามัยไซส์ 56 ก็ยังคงมีความรู้สึกไม่พึงพอใจในขนาดของตัวเอง ซึ่งขนาดมาตรฐานเฉลี่ยของผู้ชายไทย เมื่ออวัยวะเพศแข็งตัวจะมีเส้นรอบวงอยู่ที่ประมาณ 100 มล. หรือเทียบเท่าถุงยางอนามัยไซส์ 49-52
ฟื้นฟูสมรรถภาพ-เสริมขนาดกำลังได้รับความนิยม
สำหรับพฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้บริการในเรื่องสุขภาพทางเพศ พบว่า ผู้รับบริการมีตั้งแต่ผู้ชายทุกคนที่บรรลุนิติภาวะและสามารถตัดสินใจทำการศัลยกรรมได้ด้วยตนเอง โดยอายุเฉลี่ยส่วนใหญ่จะเริ่มต้นตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ส่วนกลุ่มอายุ 25-45 ปี ถือเป็นกลุ่มใหญ่ประมาณ 50% มักจะใช้บริการด้วยความต้องการเสริมขนาดและสมรรถภาพทางเพศ
ขณะที่กลุ่มอายุ 60-70 ปี ในสัดส่วนประมาณ 20-25% มักประสบปัญหาสมรรถภาพทางเพศถดถอย ซึ่งเป้าหมายหลักคือการเข้ามาเพื่อฟื้นฟูระบบการแข็งตัวให้กลับมาดีก่อน จากนั้นจึงจะเริ่มพิจารณาดูแลเรื่องระยะเวลาและความอึดต่อไป
สำหรับกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เดินทางมารักษาในประเทศไทยเกี่ยวกับด้าน Men’s Health พบว่ากลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (Middle East) เป็นกลุ่มหลักที่เข้ามารับบริการรักษาโรคเรื้อรังและฟื้นฟูสมรรถภาพ เนื่องจากมีอัตราการเกิดโรคเบาหวานและความดันสูงจากวัฒนธรรมการแต่งงานในเครือญาติ ประกอบกับการอนุญาตให้มีคู่รักได้มากกว่า 1 คน หรือมีภรรยาสูงสุด 4 คน ทำให้ความต้องการใช้งานสูง เมื่อสมรรถภาพเสื่อมถอยลงจึงแสดงอาการผิดปกติออกมาได้เร็วและชัดเจนกว่าคนทั่วไป
ส่วนกลุ่มประเทศยุโรป นิยมเดินทางมารักษาในไทย เนื่องจากสามารถเข้าถึงระบบบริการทางการแพทย์ได้ง่าย สะดวก และมีอัตราค่าบริการที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับการเข้ารักษาในยุโรปหรืออเมริกา
ส่วนการเติบโตของธุรกิจด้าน Men’s Health อาจมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 30% ต่อปี เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่มีจำนวนผู้เล่นและแพทย์เฉพาะทางน้อยมาก เพราะในแต่ละปีมีแพทย์ทั่วไปที่สนใจเข้ามาศึกษาต่อด้านนี้ไม่เกิน 40 คน และมีแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ (Urologist) ที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศอย่างแท้จริงเพียงแค่ 3-5 คนต่อปีเท่านั้น
ความต้องการที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็น การเสริมขนาดอวัยวะเพศชายหลากหลายรูปแบบ เช่น การผ่าตัดใส่ซิลิโคน การผ่าตัดใส่เนื้อเยื่อเทียม หรือการฉีดไขมันตัวเอง ตลอดจนเสริมขนาดด้วยสารเติมเต็ม (Dermal Filler)
อย่างไรก็ตาม Eternity Clinic (อีเทอร์นิตี คลินิก) ที่เป็นคลินิกเฉพาะทางด้านสุขภาพทางเพศ สมรรถภาพทางเพศ และระบบทางเดินปัสสาวะ ได้แม่แผนดำเนินธุรกิจเปิดสาขาที่ 7 ภายในปี 2569 นี้ และเตรียมรอรับเทรนด์ตลาด เปิดโครงการโรงพยาบาลสุขภาพเพศแห่งแรกดูแลทั้งเพศชายและเพศหญิงร่วมกับกลุ่มพันธมิตร เพื่อดึงดูดกำลังซื้อจากต่างประเทศ และพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ในด้านนี้อย่างเต็มตัว







