thansettakij
thansettakij
PMOS ภัยเงียบผู้หญิง 1 ใน 8 คน เสี่ยงเบาหวาน-มะเร็ง รู้เร็วรักษาได้

PMOS ภัยเงียบผู้หญิง 1 ใน 8 คน เสี่ยงเบาหวาน-มะเร็ง รู้เร็วรักษาได้

21 มิ.ย. 69 | 06:10 น.
อัปเดตล่าสุด :21 มิ.ย. 69 | 06:15 น.

แพทย์เตือน PMOS ภัยเงียบผู้หญิงยุคใหม่ เช็ก 3 สัญญาณเตือน ประจำเดือนผิดปกติ สิวเยอะ น้ำหนักขึ้นง่าย รู้เร็วรักษาได้ ลดเสี่ยงโรคเรื้อรังในอนาคต

KEY

POINTS

  • PMOS (ชื่อเดิม PCOS) คือภาวะฮอร์โมนและระบบเผาผลาญผิดปกติ พบได้ในผู้หญิง 1 ใน 8 คน โดยผู้ป่วยกว่า 70% ไม่รู้ตัว
  • สัญญาณเตือนสำคัญ ได้แก่ ประจำเดือนมาผิดปกติ มีลักษณะของฮอร์โมนเพศชายเกิน (เช่น สิวเยอะ หน้ามัน ขนดก) และน้ำหนักขึ้นง่าย
  • หากไม่ได้รับการรักษาในระยะยาว จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • การวินิจฉัยทำได้ไม่ยุ่งยาก และสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาและปรับพฤติกรรม ซึ่งการตรวจพบเร็วจะช่วยควบคุมอาการและลดความเสี่ยงได้

ประจำเดือนมาบ้างไม่มาบ้าง สิวขึ้นไม่หยุด น้ำหนักขึ้นง่ายทั้งที่กินเท่าเดิม อาการเล็กน้อยที่ผู้หญิงหลายคนปล่อยผ่าน อาจเป็นสัญญาณของ PMOS ภาวะฮอร์โมนและระบบเผาผลาญรวนที่พบในผู้หญิงมากถึง 1 ใน 8 คน และที่น่าตกใจกว่าคือข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกชี้ว่า ผู้ที่ป่วยโรคนี้กว่า 70% ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็น และหากปล่อยไว้ไม่รักษา ในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังหลายชนิด

วันนี้ ผศ.พญ.สิริลักษณ์ ตันธนาวิภาส แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลวิมุต จะพาไปรู้จักโรคนี้ พร้อมแชร์สัญญาณเตือนที่เช็กได้ด้วยตัวเอง และแนวทางการตรวจและรักษาที่ง่ายกว่าที่คิด

ผศ.พญ.สิริลักษณ์ ตันธนาวิภาส แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลวิมุต

ทำความรู้จัก PMOS ชื่อใหม่ที่บอกว่าโรคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของรังไข่

หลายคนอาจคุ้นกับชื่อ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) หรือ "ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ" ซึ่งล่าสุดวงการแพทย์ได้เปลี่ยนชื่อเป็น PMOS (Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome) หรือ "กลุ่มอาการรังไข่เมตาบอลิกหลายต่อมไร้ท่อ" เพราะชื่อเดิมชวนให้เข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องของ "ถุงน้ำรังไข่ที่ต้องผ่าตัด"

ทั้งที่สิ่งที่เห็นเป็น “ฟองไข่ หรือ follicle” ซึ่งพบได้ตามปกติในหญิงวัยมีประจำเดือนทุกราย แต่ความผิดปกติที่พบแท้จริงแล้วคือ ฟองไข่หลายใบที่เกิดจากการทำงานของฮอร์โมนที่ผิดปกติและไข่ไม่ตก นอกจากนี้ โรคนี้ไม่ได้กระทบแค่รังไข่เท่านั้น แต่กระทบไปถึงฮอร์โมนและระบบเผาผลาญทั้งร่างกาย

ผศ.พญ.สิริลักษณ์ อธิบายว่า ปัจจุบันพบว่าสาเหตุการเกิด PMOS เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย โดยยังไม่สามารถระบุสาเหตุหลักได้อย่างแน่ชัด

รูป ที่สื่อถึง "ภาวะดื้ออินซูลิน" "ฮอร์โมนเพศชายเกิน" และ "ไข่ไม่ตก"

ส่วนใหญ่สรุปว่า PMOS มีความสัมพันธ์กับ "ภาวะดื้ออินซูลิน" "ฮอร์โมนเพศชายเกิน" และ "ไข่ไม่ตก" ซึ่งส่งผลกระทบต่อกันเป็นวงจร กล่าวคือ เมื่อร่างกายดื้ออินซูลิน จะผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้น และอินซูลินที่สูงนี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนเพศชายมากขึ้น

ทั้งภาวะดื้ออินซูลินและฮอร์โมนเพศชายเกิน ส่งผลให้ไข่ไม่ตก ขณะที่ฮอร์โมนรังไข่ที่ผิดปกติเอง นอกจากจะทำให้ไข่ไม่ตกแล้ว ยังส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเพศชายสูงขึ้นอีกด้วย

ในกรณีที่มีภาวะอ้วนร่วมด้วย จะยิ่งซ้ำเติมให้ภาวะดื้ออินซูลิน ฮอร์โมนเพศชายเกิน และภาวะไข่ไม่ตกมีความรุนแรงมากขึ้น

เช็กเลย 3 สัญญาณที่บอกว่ากำลังเป็น PMOS โดยไม่รู้ตัว

คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าเป็น PMOS เพราะไม่รู้ว่าประจำเดือนที่ "ปกติ" ควรเป็นอย่างไร บางคนไม่เคยจดบันทึกรอบเดือน หรือคิดว่านาน ๆ มาทีก็สบายดี ไม่ต้องจัดการให้ยุ่งยาก นอกจากนี้ อาการอื่น ๆ ยังดูเล็กน้อยจนอาจถูกมองข้ามไป ผศ.พญ.สิริลักษณ์ อธิบายว่า เราสามารถเช็กความเสี่ยงของตัวเองได้ 3 ข้อ

  • ข้อแรก รอบเดือนผิดปกติ โดยรอบเดือนควรอยู่ในช่วง 21-35 วัน หากมาเร็วกว่า 21 วัน หรือห่างเกิน 35 วันเป็นประจำ หรือมีประจำเดือนน้อยกว่า 8 ครั้งต่อปี ถือว่าผิดปกติ
  • ข้อสอง มีอาการของฮอร์โมนเพศชายเกิน เช่น สิวเยอะ หน้ามัน ขนดก ผมร่วง
  • ข้อสาม น้ำหนักขึ้นง่าย

หากมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้มาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้ชัดเจน ส่วนความเชื่อที่ว่า "ต้องอ้วนเท่านั้นถึงจะเป็น" นั้นไม่จริง เพราะในกลุ่มผู้ป่วยมีคนน้ำหนักปกติหรือผอมราว 30-50% ดังนั้นไม่ว่ารูปร่างแบบไหน หากเข้าข่ายตามเช็กลิสต์ก็ไม่ควรชะล่าใจ

รูปอาการของฮอร์โมนเพศชายเกิน เช่น สิวเยอะ

PMOS จุดเริ่มต้น "เบาหวาน-มะเร็ง-โรคหัวใจ" รู้ตัวเร็ว ป้องกันได้

PMOS เป็นภาวะที่ค่อย ๆ ลุกลามทีละระบบหากปล่อยไว้นาน เริ่มจากมีประจำเดือนผิดปกติและมีบุตรยายการที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ทำให้ผนังมดลูกหนาตัว จนเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

ขณะเดียวกัน ในด้านระบบเผาผลาญ ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ไปจนถึงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองในระยะยาว

นอกจากนี้ หากตั้งครรภ์ ยังมีความเสี่ยงแท้งบุตร เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และครรภ์เป็นพิษ มากกว่าคนทั่วไป แม้ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจฟังดูน่ากังวล แต่หากรู้ตัวและเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถควบคุมอาการและลดความเสี่ยงได้

PMOS ตรวจง่าย รักษาได้ แค่เริ่มจากจดรอบเดือนของตัวเอง

การเช็กภาวะ PMOS ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนกังวล เริ่มจากการจดบันทึกรอบประจำเดือนสัก 2-3 รอบหากรอบเดือนยังผิดเพี้ยนอยู่เรื่อย ๆ ก็ควรมาปรึกษาแพทย์

สำหรับวัยรุ่นที่เพิ่งมีประจำเดือนในช่วง 3 ปีแรก รอบเดือนอาจยังไม่สม่ำเสมอได้ตามปกติ โดยใช้เกณฑ์ว่าหากรอบเดือนห่างเกิน 45 วัน จึงค่อยมาพบแพทย์

ขั้นตอนการตรวจเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเจาะเลือด โดยอาจพิจารณาอัลตราซาวนด์เพิ่มเติมเมื่อมีข้อบ่งชี้

จากนั้นแพทย์จะเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งหลัก ๆ มี 3 แนวทาง ได้แก่ การใช้ฮอร์โมนและยาตามอาการ การปรับพฤติกรรมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง และการตรวจเลือดเพื่อคัดกรองความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อและระบบเมตาบอลิก

ในกรณีที่มีภาวะอ้วนร่วมด้วย การลดน้ำหนักเพียงประมาณ 5% ของน้ำหนักตัว ก็สามารถช่วยให้ฮอร์โมนกลับมาสมดุลมากขึ้นได้ ทั้งนี้แนวทางการรักษาหลักในปัจจุบันคือการใช้ยาและการปรับพฤติกรรม ไม่ใช่การผ่าตัด ยกเว้นในกรณีที่มีโรคร่วมอื่น ๆ ซึ่งจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

"อยากชวนทุกคนเริ่มจากการจดบันทึกรอบเดือน เพราะเป็นการเช็กสุขภาพง่าย ๆ ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่ต้องกลัวการมาพบแพทย์ เพราะการตรวจ PMOS ไม่ยุ่งยาก และไม่จำเป็นต้องตรวจภายในแบบที่หลายคนกังวล ที่สำคัญ PMOS เป็นภาวะที่ดูแลได้ ยิ่งรู้เร็วยิ่งรักษาได้ดีขึ้น จึงอยากให้มาพบแพทย์เพื่อหาทางดูแลตัวเองร่วมกันตั้งแต่วันนี้"