thansettakij
thansettakij
IVF-ETERNITY ปั้น Ecosystem สุขภาพ รุกตลาด Fertility-Urology รายแรกในเอเชีย

IVF-ETERNITY ปั้น Ecosystem สุขภาพ รุกตลาด Fertility-Urology รายแรกในเอเชีย

10 ส.ค. 69 | 09:02 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ส.ค. 69 | 09:15 น.

IVF จับมือ ETERNITY ผสาน Fertility-Urology รายแรกในเอเชีย ปั้น Healthcare Ecosystem รับเทรนด์ Medical Tourism ชูจุดแข็งดึงลูกค้าพรีเมียม GCC ดันรายได้ปี 69 โต 15%

KEY

POINTS

  • บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ (IVF) เข้าถือหุ้น 24% ใน อีเทอร์นิตี้ เฮลท์แคร์ (ETERNITY) เพื่อสร้าง Healthcare Ecosystem ที่ผสานองค์ความรู้ด้านภาวะมีบุตรยาก (Fertility) และสุขภาพเพศชาย (Urology) เป็นครั้งแรกในเอเชีย
  • ความร่วมมือนี้มุ่งเจาะตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติกำลังซื้อสูง เพื่อผลักดันรายได้รวมให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% และตอกย้ำสถานะ "Global Medical Hub" ของไทย
  • มีแผนขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศโดยตั้งฐานที่ดูไบเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า GCC และมีแผนจัดตั้ง "โรงพยาบาลสุขภาพเพศชาย" แห่งแรกในไทย รวมถึงขยายสาขาคลินิกในประเทศ

นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) หรือ IVF ผู้นำศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยากแบบครบวงจรระดับพรีเมียมของเอเชีย กล่าวว่า IVF เดินเกมรุกครั้งสำคัญสร้าง Healthcare Ecosystem ผ่านการเข้าถือหุ้น 24% ใน บริษัท อีเทอร์นิตี้ เฮลท์แคร์ 369 จำกัด หรือ ETERNITY คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมศัลยศาสตร์ยูโรวิทยาและสุขภาพเพศชายชั้นนำของไทย มูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 140.40 ล้านบาท 

เป็นครั้งแรกในเอเชียของการผสานองค์ความรู้ระหว่าง “Fertility และ Urology” เพื่อยกระดับบริการสู่รูปแบบครบวงจร รองรับโอกาสจากกระแส Medical Tourism หลังประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 2 ของโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ด้วยโมเดลธุรกิจที่มุ่งสู่ Health Care Ecosystem ครอบคลุมตั้งแต่

  • การวางแผนครอบครัว
  • Fertility
  • Wellness
  • การดูแลสุขภาพระยะยาว

โดยทิศทางธุรกิจช่วงครึ่งหลังปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการวางรากฐานระยะยาวทั้งด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น Telemedicine ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ (Robotics) การขยายสาขาสู่ต่างประเทศที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การต่อยอดธุรกิจผ่านใบอนุญาตสหคลินิก รวมถึงดีลการลงทุนใน ETERNITY ซึ่งเป็นกลไกสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ JUMP+ ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน สอดรับสังคมสูงอายุ เทรนด์เกิดน้อยแต่เน้นคุณภาพ และการขยายตัวของตลาดเวชศาสตร์ป้องกันที่มีมูลค่าระดับหมื่นล้านบาท

IVF และ ETERNITY ดันรายได้เติบโต 15%

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว IVF และ ETERNITY จะร่วมกำหนดกลยุทธ์และแชร์องค์ความรู้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดย IVF พร้อมสนับสนุนการขยายตลาดต่างประเทศอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมจากประเทศ GCC ที่นิยมเดินทางเข้ามารับบริการด้านสุขภาพเพศชายในไทย ซึ่งสร้างรายได้ต่อหัวตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท ปัจจัยนี้จะช่วยผลักดันรายได้รวมปี 2569 ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% และรักษาอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 12% ตามเป้าหมาย

นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน)

นายชนะชัย กล่าวว่า การผนึกกำลังครั้งนี้ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรม Healthcare ของไทย ผ่านการดึงดูดกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติและนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับศักยภาพระบบสาธารณสุขไทยที่แข็งแกร่ง โดยในปี 2567 ไทยสามารถดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติมากกว่า 3 ล้านคน ตอกย้ำสถานะ “Global Medical Hub” บนเวทีโลก

ขณะเดียวกัน ตลาดสุขภาพเพศยังมีแนวโน้มเติบโตสูง เนื่องจากไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาระบบปัสสาวะ แต่ครอบคลุมผู้บริโภคหลากหลายช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยรักษาแล้วไม่ได้ผล ซึ่งมีแรงจูงใจสูงในการเข้ารับบริการกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่งผลให้ดีมานด์ขยายตัวต่อเนื่อง และผลักดันให้ Eternity Clinic ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับแนวหน้าของตลาดนี้ ตอบโจทย์ผู้เข้ารับบริการต่างประเทศมากกว่า 80% ที่มีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูง และให้ความสำคัญกับผลลัพธ์มากกว่าราคา

ด้าน นางสาวเกศิณี กุลดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) หรือ “IVF” กล่าวว่า การขับเคลื่อนธุรกิจผ่านความร่วมมือ จะช่วยต่อจิ๊กซอว์ระบบสุขภาพให้เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ทั้ง IVF และ ETERNITY ต่างมีฐานลูกค้าเดียวกัน เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และมีศักยภาพในการรักษาภาวะมีบุตรยาก เชื่อมโยงโดยตรงกับการรักษาสมรรถภาพทางเพศและสุขภาพฝ่ายชาย ความร่วมมือครั้งนี้จึงเข้ามาเติมเต็ม Ecosystem การรักษาแบบครบวงจร และเปิดทางสู่การทำ Cross-selling ที่มีประสิทธิภาพในระดับที่ตลาดยังไม่เคยเห็นมาก่อน

ขยายการตลาดใน “ดูไบ” ครอบคลุม 6 ประเทศ

ขณะเดียวกัน ก็มีกลยุทธ์การขยายตลาดต่างประเทศคือ “ดูไบ” ซึ่ฝเป็นจุดยุทธศาสตร์หลัก เนื่องจากเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของกลุ่มประเทศ GCC ทั้ง 6 ประเทศ และมีโครงสร้างประชากรแบบ International Family มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ร่วมกันมากกว่า 70% ทำให้เป็นตลาดที่เปิดกว้างและสามารถดึงดูดลูกค้าจากหลายประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากประเทศที่มีข้อจำกัดด้านวัฒนธรรมหรือศาสนา ที่นิยมเดินทางมาพักผ่อนและใช้บริการในดูไบที่มีความยืดหยุ่นด้านไลฟ์สไตล์

นางสาวเกศิณี กุลดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) 

ในเชิงโครงสร้างธุรกิจ บริษัทยังมีฐานในเขต Free Zone แทน Mainland แม้การดำเนินการจะซับซ้อนและใช้เวลานานกว่า แต่ให้ข้อได้เปรียบด้านภาษีในระดับ 0% ทั้งสำหรับองค์กรและพนักงาน รวมถึงโอกาสในการเข้าถึงเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกผ่าน Dubai Chamber ซึ่งมีข้อจำกัดในการเข้าร่วมสูง นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งยังอยู่ใกล้สนามบิน เพิ่มความสะดวกในการให้บริการลูกค้าต่างชาติ ตั้งแต่การรับ-ส่ง การให้คำปรึกษา ไปจนถึงการวางแผนการรักษาผ่านระบบ Conference และ Telemedicine เพื่อเชื่อมต่อกับทีมแพทย์และออกแบบ Treatment Plan ก่อนเดินทางเข้ารับบริการจริง ทั้งในมิติ Fertility และ Wellness

“การตั้งฐานในดูไบยังสะท้อนความมุ่งมั่นระยะยาวของบริษัท ผ่านกระบวนการอนุมัติจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งการลงทุนด้านบุคลากรแบบ Full-time ในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกของตลาด รักษาความสัมพันธ์กับพันธมิตร และขับเคลื่อนการประชุมเชิงธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้ววเป้าหมายสำคัญคือการสร้างรายได้กลับเข้าสู่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องอาศัยทั้งศักยภาพ ความพร้อม และความตั้งใจจริงในการขยายสู่เวทีระดับสากล”

แผนธุรกิจสร้างการเติบโตต่อเนื่องในีะดับสากล

นางสาวเกศิณี กล่าวว่า สำหรับแผนธุรกิจระยะ 1-3 ปีข้างหน้า บริษัทวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน 3 แกนหลัก ได้แก่ การยกระดับศักยภาพบริการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การสร้างการเติบโตร่วมกันระหว่างพันธมิตร และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ โดยปัจจุบัน IVF มีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติมากกว่า 80% ครอบคลุมกลุ่ม CLMV, GCC, จีน และอินเดีย พร้อมต่อยอดการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม Telemedicine รองรับ 5 ภาษา เพื่อขยายโอกาสเข้าถึงผู้ป่วยในระดับสากล

นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน ผู้ก่อตั้ง Eternity Clinic คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา กล่าวว่า การเป็นพันธมิตรระหว่าง ETERNITY และ IVF ช่วยเสริมความแข็งแกร่งเชิงธุรกิจ ทั้งด้านความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และความคล่องตัวในการขยายตลาดสู่ระดับสากล รองรับดีมานด์กลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เติบโตต่อเนื่อง

นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน ผู้ก่อตั้ง Eternity Clinic คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา 

กางแผน “รพ.สุขภาพเพศชาย” แห่งแรกของไทย

ส่วนแผนธุรกิจ ETERNITY เตรียมขยายสาขาเชิงรุกอีก 5 แห่งในหัวเมืองหลัก ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคใต้ตอนบน และภาคอีสาน พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายเป็น 14–15 สาขาภายใน 3 ปี จากปัจจุบัน 7 สาขา นอกจากนี้ยังมีแผนร่วมจัดตั้ง “โรงพยาบาลสุขภาพเพศชาย” แห่งแรกของไทย เพื่อรับโอกาสจากยุทธศาสตร์ Medical Hub โดยอาศัยจุดแข็งของประเทศทั้งด้านบุคลากรทางการแพทย์ ค่าใช้จ่ายที่แข่งขันได้ และคุณภาพการบริการ

“หนึ่งใน Pain Point สำคัญของผู้ป่วยชายคือ “ความเขินอาย” และการถูกละเลยในกระบวนการรักษา ทั้งที่ในข้อเท็จจริง ปัญหาภาวะมีบุตรยากมีสาเหตุจากฝ่ายชายสูงถึง 40–50% ความร่วมมือระหว่าง IVF และ ETERNITY จึงออกแบบเป็นบริการแบบ One-Stop Service ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจวิเคราะห์คุณภาพอสุจิเชิงลึก การปรับสมดุลฮอร์โมน ไปจนถึงการดูแลสุขภาพเพศชายแบบองค์รวม เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์อย่างเป็นระบบ”

นพ.สืบพงษ์ กล่าวว่า ในมุมตลาด ปัจจุบัน Men’s Health มีมูลค่าระดับ “หมื่นล้านบาท” และพบอินไซต์สำคัญว่า ผู้ชายรุ่นใหม่เข้ามาปรึกษาแพทย์เร็วขึ้นอย่างชัดเจน โดยเน้นการดูแลเชิงป้องกันและการวางแผนครอบครัวล่วงหน้า มากกว่าการรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยรักษา สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่แนวคิด Preventive Healthcare อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม  ETERNITY ยังวางตัวเป็น “Academic Center” ในการพัฒนาองค์ความรู้และผลิตแพทย์เฉพาะทางด้านสุขภาพเพศชาย เพื่อเติมเต็มช่องว่างของระบบการศึกษาแพทย์ไทยที่ยังไม่มีการสอนเฉพาะทางในสาขานี้อย่างชัดเจน จึงมุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในวงการแพทย์ ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน