thansettakij
thansettakij
10 อาหารไทยโซเดียมสูง ทำลายไตไม่รู้ตัว เปิดวิธีกินอย่างไรให้รอด

10 อาหารไทยโซเดียมสูง ทำลายไตไม่รู้ตัว เปิดวิธีกินอย่างไรให้รอด

25 เม.ย. 69 | 11:03 น.
อัปเดตล่าสุด :25 เม.ย. 69 | 11:15 น.

“โรคไต” กำลังกลายเป็นภัยเงียบที่คืบคลานเข้าใกล้คนไทยมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะจากพฤติกรรมการกินที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งกินหวาน มัน และโดยเฉพาะ “กินเค็ม” จากอาหารไทยรสจัดที่คุ้นลิ้น แต่กลับซ่อนปริมาณโซเดียมสูงเกินจำเป็นแบบไม่รู้ตัว

KEY

POINTS

  • การบริโภคโซเดียมสูงเกินเกณฑ์ที่แนะนำเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไตเสื่อมโดยไม่แสดงอาการ ซึ่งคนไทยบริโภคโซเดียมสูงกว่าค่าแนะนำเกือบ 2 เท่า
  • เปิดเผย 10 เมนูอาหารไทยยอดนิยมที่มีโซเดียมสูงเกือบเต็มโควต้าต่อวันในมื้อเดียว เช่น ส้มตำปลาร้า ต้มยำกุ้งน้ำข้น และสุกี้แห้ง
  • แพทย์แนะนำวิธีกินอาหารไทยให้ปลอดภัยต่อไต โดยลดการซดน้ำแกงหรือน้ำซุป สั่งอาหารรสอ่อน และหลีกเลี่ยงการปรุงรสเพิ่มบนโต๊ะ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตเตือนว่า โซเดียมสูงคือหนึ่งในตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น เพราะเมื่อร่างกายได้รับเกลือมากเกินไป จะทำให้เกิดภาวะคั่งน้ำ ความดันโลหิตสูง และเพิ่มแรงดันไปยังกระจุกเส้นเลือดฝอยในไตหรือ “ตาข่ายกรองไต” จนเกิดการสึกหรอและฉีกขาดในระยะยาว ส่งผลให้ไตค่อย ๆ สูญเสียประสิทธิภาพการทำงานทีละน้อยโดยแทบไม่แสดงอาการ

องค์การอนามัยโลกและกระทรวงสาธารณสุขไทยแนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือประมาณ 1 ช้อนชาเท่านั้น ขณะที่ข้อมูลสำรวจล่าสุดพบว่าคนไทยบริโภคโซเดียมเฉลี่ยสูงถึง 3,650–3,850 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเกือบ 2 เท่าของค่าที่แนะนำ

แพทย์ระบุด้วยว่า ไตเป็นอวัยวะที่อดทนมาก แม้เสียหายไปแล้วกว่า 70% ผู้ป่วยจำนวนมากยังไม่รู้สึกผิดปกติ จนกระทั่งเข้าสู่ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย หรือระยะที่ 5 ซึ่งไตจะหยุดทำงาน จำเป็นต้องฟอกไตหรือล้างไต ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย ซีด บวม กระดูกเปราะ ภูมิคุ้มกันต่ำ และเสี่ยงเสียชีวิตได้

เปิด 10 อาหารไทยยอดฮิต โซเดียมสูง เร่งไตพังแบบไม่รู้ตัว

10 อาหารไทยโซเดียมสูง ทำลายไตไม่รู้ตัว เปิดวิธีกินอย่างไรให้รอด

แม้จะเป็นเมนูใกล้ตัวที่คนไทยกินแทบทุกสัปดาห์ แต่หลายจานมีปริมาณโซเดียมเกือบแตะหรือเกินโควตาทั้งวันในมื้อเดียว ได้แก่

1. ส้มตำปลาร้า / ส้มตำปู โซเดียมประมาณ 1,913 มิลลิกรัม
แค่จานเดียวเกือบเต็มเพดานโซเดียมทั้งวันจากปลาร้า น้ำปลา และปูเค็ม

2. ต้มยำกุ้งน้ำข้น โซเดียมประมาณ 1,726 มิลลิกรัม
น้ำพริกเผา น้ำปลา และเครื่องปรุงสำเร็จทำให้ซดน้ำเพลินแต่ไตรับศึกหนัก

3. สุกี้แห้ง โซเดียมประมาณ 1,300–1,500 มิลลิกรัม
จุดเสี่ยงไม่ใช่เส้นหรือเนื้อสัตว์ แต่คือซอสสุกี้และน้ำจิ้ม

4. แกงพะแนงหมู โซเดียมประมาณ 1,349 มิลลิกรัม
เครื่องแกงสำเร็จ + กะทิ + น้ำปลา ทำให้เป็นเมนูเข้มข้นที่แฝงเค็มจัด

5. แกงมัสมั่นไก่ โซเดียมประมาณ 1,303 มิลลิกรัม
แม้รสออกหวาน แต่น้ำพริกแกงและเครื่องปรุงเค็มสะสมสูงมาก

6. ผัดไทย โซเดียมประมาณ 1,138 มิลลิกรัม
น้ำมะขามหวานกลบรสเค็มจนหลายคนไม่รู้ว่ามีน้ำปลาและซอสจำนวนมาก

7. ยำมาม่า โซเดียมมากกว่า 1,000 มิลลิกรัม
หนักทั้งจากเส้นกึ่งสำเร็จรูปและน้ำยำรสจัด

8. แกงเขียวหวานไก่ โซเดียมประมาณ 870 มิลลิกรัม

9. ต้มข่าไก่ โซเดียมประมาณ 854 มิลลิกรัม

10. ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก โซเดียมประมาณ 842 มิลลิกรัม
ยิ่งปรุงเพิ่มพริกน้ำปลา น้ำส้ม พริกป่น ยิ่งทะลุเพดานง่าย

How to กินอาหารไทยยังไง ไม่ให้ไตพังเร็ว

แม้เมนูเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องงดถาวร แต่แพทย์แนะว่าต้อง “กินอย่างมีชั้นเชิง” เพื่อลดภาระไต ดังนี้

1. ลดการซดน้ำ

อาหารไทยจำนวนมากโซเดียมซ่อนอยู่ในน้ำแกง น้ำซุป และน้ำยำ การกินแต่เนื้อและผักจะลดโซเดียมลงได้มาก

2. สั่งร้าน “ลดเค็ม-ไม่ใส่ผงชูรส-งดเติมซอส”

ปัจจุบันหลายร้านพร้อมปรับสูตร หากแจ้งตั้งแต่ต้น

3. หลีกเลี่ยงการเติมเครื่องปรุงบนโต๊ะ

หลายคนกินก๋วยเตี๋ยวหรือส้มตำแล้วเติมน้ำปลาเพิ่มทันที เท่ากับเพิ่มโซเดียมแบบทวีคูณ

4. กินผักผลไม้โพแทสเซียมสูงควบคู่

เช่น กล้วย ฝรั่ง แตงโม ผักใบเขียว ช่วยปรับสมดุลโซเดียมในร่างกาย

5. ดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่ไม่ใช่ข้ออ้างกินเค็ม

น้ำช่วยการขับของเสีย แต่ไม่สามารถชดเชยการกินเค็มเรื้อรังได้ทั้งหมด

6. ตรวจไตและวัดความดันอย่างน้อยปีละครั้ง

เพราะโรคไตระยะแรกแทบไม่มีอาการ การตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และค่า eGFR คือทางจับสัญญาณเร็วที่สุด

10 อาหารไทยโซเดียมสูง ทำลายไตไม่รู้ตัว เปิดวิธีกินอย่างไรให้รอด

สัญญาณเตือนว่าคุณอาจกินเค็มเกินไปทุกวัน

หากมีอาการเหล่านี้บ่อย ๆ ต้องเริ่มระวัง

  • หน้าบวม มือบวม เท้าบวมตอนเช้า
  • กระหายน้ำตลอดเวลา
  • ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม
  • ปวดศีรษะบ่อย
  • ความดันสูง
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ

อาการเหล่านี้สะท้อนว่าร่างกายกำลังคั่งน้ำและไตกำลังทำงานหนักจากการขับโซเดียมส่วนเกิน

 

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า โรคไตไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน แต่เกิดจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่สะสมทุกวัน โดยเฉพาะการกินอาหารรสจัดที่มีโซเดียมสูงต่อเนื่อง หากไม่เริ่มปรับตั้งแต่วันนี้ วันหนึ่งอาจต้องจ่ายค่ารักษาด้วยการฟอกไตตลอดชีวิต