thansettakij
thansettakij
ออกซ์ฟอร์ด ทดลองฉีดวัคซีนอีโบลา “บุนดิบูโย” ในมนุษย์ครั้งแรก

ออกซ์ฟอร์ด ทดลองฉีดวัคซีนอีโบลา “บุนดิบูโย” ในมนุษย์ครั้งแรก

25 ก.ค. 69 | 08:01 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.ค. 69 | 08:09 น.

มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดฉีดวัคซีน ChAdOx1 BDBV ให้อาสาสมัครรายแรก เปิดการทดลองวัคซีนป้องกันอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโยในมนุษย์ครั้งแรกของโลก ท่ามกลางการระบาดในดีอาร์คองโกที่พบผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 2,905 ราย เสียชีวิต 1,269 ราย

KEY

POINTS

  • มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเริ่มการทดลองทางคลินิกฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโย (Bundibugyo) ในมนุษย์เป็นครั้งแรก
  • วัคซีนต้นแบบ ChAdOx1 BDBV ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มเดียวกับวัคซีนโควิด-19 ของออกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ทำให้พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
  • การทดลองนี้เป็นความร่วมมือกับสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ซึ่งได้ผลิตวัคซีนสำรองไว้แล้วประมาณ 620,000 โดส เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต

มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด หรือ Oxford  ประกาศความสำเร็จในการฉีดวัคซีนต้นแบบ ChAdOx1 BDBV ให้อาสาสมัครรายแรก ภายใต้การทดลองทางคลินิกวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโย หรือ Bundibugyo ebolavirus เป็นครั้งแรกในมนุษย์

ความคืบหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังเริ่มโครงการศึกษา BD-Ebov โดยคณะวิจัยจะเดินหน้ารับสมัครและฉีดวัคซีนให้อาสาสมัครเพิ่มเติม พร้อมติดตามความปลอดภัยและการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

ออกซ์ฟอร์ด ทดลองฉีดวัคซีนอีโบลา “บุนดิบูโย” ในมนุษย์ครั้งแรก

คองโกติดเชื้อสะสม 2,905 ราย

ข้อมูลที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก รายงานเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ซึ่งครอบคลุมข้อมูลถึงวันที่ 22 กรกฎาคม ระบุว่า พบผู้ติดเชื้ออีโบลาที่ได้รับการยืนยันสะสม 2,905 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 1,269 ราย รักษาหายแล้ว 519 ราย ขณะที่ผู้ป่วยอีก 722 รายยังอยู่ระหว่างการแยกกักตัวและรับการรักษา

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขสะสมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากไม่ได้หมายถึงผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากการตรวจสอบและปรับฐานข้อมูลผู้ป่วยจากจังหวัดอิตูรีและนอร์ทคิวูให้สอดคล้องกับฐานข้อมูลระดับประเทศ ซึ่งทำให้มีการนับรวมผู้ป่วยที่ยังไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน

ใช้เทคโนโลยีเดียวกับวัคซีนโควิด-19

วัคซีน ChAdOx1 BDBV พัฒนาโดย Oxford Vaccine Group และ Pandemic Sciences Institute ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด โดยใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มเดียวกับวัคซีนโควิด-19 ของออกซ์ฟอร์ดและแอสตร้าเซนเนก้า

คณะวิจัยระบุว่า โครงการสามารถนำวัคซีนจากขั้นแนวคิดเข้าสู่การทดลองทางคลินิกได้ภายในเวลาเพียง 8 สัปดาห์ จากความร่วมมือระหว่างศูนย์ผลิตชีวภัณฑ์เพื่อการทดลองทางคลินิกของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย

การทดลองได้รับเงินสนับสนุนจากกลุ่มพันธมิตรความร่วมมือด้านนวัตกรรมเพื่อรับมือโรคระบาด หรือ CEPI ภายใต้โครงการมูลค่า 8.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโย

 

อินเดียผลิตสำรอง 620,000 โดส

สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียสามารถผลิตและสำรองวัคซีน ChAdOx1 BDBV ได้ประมาณ 620,000 โดสภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต พร้อมจัดส่งวัคซีนสำหรับการทดลองครั้งนี้จำนวน 4,000 โดส

ออกซ์ฟอร์ด ทดลองฉีดวัคซีนอีโบลา “บุนดิบูโย” ในมนุษย์ครั้งแรก

อาดาร์ พูนาวัลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ระบุว่า การผลิตวัคซีนได้อย่างรวดเร็วสะท้อนความสำคัญของการเตรียมความพร้อม นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ และกำลังการผลิตขนาดใหญ่ในการรับมือโรคติดเชื้ออุบัติใหม่

เตรียมศึกษาต่อในยูกันดา

มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดอยู่ระหว่างเตรียมการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติมร่วมกับพันธมิตรในยูกันดา ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

หากผลการทดลองระยะเริ่มต้นเป็นที่น่าพอใจ CEPI จะทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย เพื่อสนับสนุนการทดลองระยะท้าย และรวบรวมข้อมูลสำหรับการขออนุญาตใช้วัคซีนในภาวะฉุกเฉินหรือการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ

ริชาร์ด แฮตเชตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CEPI ระบุว่า การระบาดในดีอาร์คองโกยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลง ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในระดับน่ากังวล ทำให้ความจำเป็นในการพัฒนาวัคซีนที่ป้องกันไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูโยโดยเฉพาะมีความเร่งด่วนมากขึ้น

เรียบเรียงจาก  The University of Oxford’s