
ออกซ์ฟอร์ด ทดลองฉีดวัคซีนอีโบลา “บุนดิบูโย” ในมนุษย์ครั้งแรก
มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดฉีดวัคซีน ChAdOx1 BDBV ให้อาสาสมัครรายแรก เปิดการทดลองวัคซีนป้องกันอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโยในมนุษย์ครั้งแรกของโลก ท่ามกลางการระบาดในดีอาร์คองโกที่พบผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 2,905 ราย เสียชีวิต 1,269 ราย
KEY
POINTS
- มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเริ่มการทดลองทางคลินิกฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโย (Bundibugyo) ในมนุษย์เป็นครั้งแรก
- วัคซีนต้นแบบ ChAdOx1 BDBV ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มเดียวกับวัคซีนโควิด-19 ของออกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ทำให้พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
- การทดลองนี้เป็นความร่วมมือกับสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ซึ่งได้ผลิตวัคซีนสำรองไว้แล้วประมาณ 620,000 โดส เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต
มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด หรือ Oxford ประกาศความสำเร็จในการฉีดวัคซีนต้นแบบ ChAdOx1 BDBV ให้อาสาสมัครรายแรก ภายใต้การทดลองทางคลินิกวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโย หรือ Bundibugyo ebolavirus เป็นครั้งแรกในมนุษย์
ความคืบหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังเริ่มโครงการศึกษา BD-Ebov โดยคณะวิจัยจะเดินหน้ารับสมัครและฉีดวัคซีนให้อาสาสมัครเพิ่มเติม พร้อมติดตามความปลอดภัยและการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
คองโกติดเชื้อสะสม 2,905 ราย
ข้อมูลที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก รายงานเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ซึ่งครอบคลุมข้อมูลถึงวันที่ 22 กรกฎาคม ระบุว่า พบผู้ติดเชื้ออีโบลาที่ได้รับการยืนยันสะสม 2,905 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 1,269 ราย รักษาหายแล้ว 519 ราย ขณะที่ผู้ป่วยอีก 722 รายยังอยู่ระหว่างการแยกกักตัวและรับการรักษา
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขสะสมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากไม่ได้หมายถึงผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากการตรวจสอบและปรับฐานข้อมูลผู้ป่วยจากจังหวัดอิตูรีและนอร์ทคิวูให้สอดคล้องกับฐานข้อมูลระดับประเทศ ซึ่งทำให้มีการนับรวมผู้ป่วยที่ยังไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน
ใช้เทคโนโลยีเดียวกับวัคซีนโควิด-19
วัคซีน ChAdOx1 BDBV พัฒนาโดย Oxford Vaccine Group และ Pandemic Sciences Institute ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด โดยใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มเดียวกับวัคซีนโควิด-19 ของออกซ์ฟอร์ดและแอสตร้าเซนเนก้า
คณะวิจัยระบุว่า โครงการสามารถนำวัคซีนจากขั้นแนวคิดเข้าสู่การทดลองทางคลินิกได้ภายในเวลาเพียง 8 สัปดาห์ จากความร่วมมือระหว่างศูนย์ผลิตชีวภัณฑ์เพื่อการทดลองทางคลินิกของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย
การทดลองได้รับเงินสนับสนุนจากกลุ่มพันธมิตรความร่วมมือด้านนวัตกรรมเพื่อรับมือโรคระบาด หรือ CEPI ภายใต้โครงการมูลค่า 8.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโย
อินเดียผลิตสำรอง 620,000 โดส
สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียสามารถผลิตและสำรองวัคซีน ChAdOx1 BDBV ได้ประมาณ 620,000 โดสภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต พร้อมจัดส่งวัคซีนสำหรับการทดลองครั้งนี้จำนวน 4,000 โดส
อาดาร์ พูนาวัลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ระบุว่า การผลิตวัคซีนได้อย่างรวดเร็วสะท้อนความสำคัญของการเตรียมความพร้อม นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ และกำลังการผลิตขนาดใหญ่ในการรับมือโรคติดเชื้ออุบัติใหม่
เตรียมศึกษาต่อในยูกันดา
มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดอยู่ระหว่างเตรียมการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติมร่วมกับพันธมิตรในยูกันดา ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล
หากผลการทดลองระยะเริ่มต้นเป็นที่น่าพอใจ CEPI จะทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย เพื่อสนับสนุนการทดลองระยะท้าย และรวบรวมข้อมูลสำหรับการขออนุญาตใช้วัคซีนในภาวะฉุกเฉินหรือการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ
ริชาร์ด แฮตเชตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CEPI ระบุว่า การระบาดในดีอาร์คองโกยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลง ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในระดับน่ากังวล ทำให้ความจำเป็นในการพัฒนาวัคซีนที่ป้องกันไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูโยโดยเฉพาะมีความเร่งด่วนมากขึ้น
เรียบเรียงจาก The University of Oxford’s







