
ศัลยแพทย์ เปิดสูตรอายุยืน 81 ปี ไม่กินยา-ไม่ออกกำลังกาย ยังผ่าตัดได้ฉลุย
เผยสูตรอายุยืน “นายแพทย์กฤษณ์ จาฏามระ“ ศัลยแพทย์วัย 81 ปี ไร้โรคภัย ร่างกายแข็งแรง ไม่กินยา-อาหารเสริม ยังผ่าตัดได้ทุกสัปดาห์ ย้ำ “สุขภาพดี” อยู่ที่สมดุลของการใช้ชีวิต
KEY
POINTS
- วัย 80+ ไร้โรค ร่างกายแข็งแรงได้ ไม่ได้ออกกำลังกายแบบจริงจัง แต่เน้นการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน เช่น การเดิน และการทำงานในโรงพยาบาล ซึ่งเชื่อว่าเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติกว่า
- มีวินัยในการกินที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงอาหารรสหวานและเค็ม ซึ่งเป็นนิสัยที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ควบคู่กับการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และหยุดเมื่ออิ่ม
- ใช้ชีวิตอย่างสมดุลทั้งการทำงาน การพักผ่อน และการจัดการความเครียดด้วยสมาธิ รวมถึงยอมรับว่าพันธุกรรมและการเลี้ยงดูที่ดีเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพ
กาลเวลาไม่เคยปรานีความชรา จากคนหนุ่มสาวที่เคยสุขภาพดีเมื่อแก่ตัวลงจะเริ่มมีโรคภัยเป็นเพื่อนร่วมทาง ไปจนถึงจุดสิ้นสุดของลมหายใจ แน่นอนว่าการกินยา อาการเสริม วิตามินต่างๆ ก็กลายเป็นของคู่กัน เสมือนเป็นราคาที่ต้องจ่ายเพื่อพยุงวัย
แต่ดูเหมือนกฎข้อธรรมชาตินี้จะใช้ไม่ได้กับ “นายแพทย์กฤษณ์ จาฏามระ” ผู้ก่อตั้งศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม วัย 81 ปี ศัลยแพทย์ผู้ใช้ชีวิตอยู่ในห้องผ่าตัดมานานมากกว่าครึ่งศตวรรษ ซึ่งปัจจุบันยังคงสวมชุดกาวน์ ยืนอยู่ใต้แสงไฟผ่าตัดแทบทุกสัปดาห์ มือที่ผ่านการจับมีดผ่าตัดมานับไม่ถ้วนยังนิ่ง แข็งแรง มั่นคง การเคลื่อนไหวของร่างกายคล่องแคล่ว ราวกับไม่เคยยอมจำนนต่อกาลเวลา
“ปัจจุบันหมอไม่มีโรคประจำตัว ไม่เคยรับประทานยา ไม่มี ไม่กินเลย ไม่พึ่งวิตามินหรืออาหารเสริมใด ๆ”
คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคนี้ชวนให้เกิดคำถามมากมาย เพราะในยุคที่ผู้คนต่างพยายามซื้อสุขภาพด้วยเทคโนโลยีราคาแพง เข้าคลาสดูแลร่างกายสารพัด แต่นายแพทย์กฤษณ์กลับดูแลชีวิตด้วยวิธีที่เรียบง่ายจนแทบไม่น่าเชื่อ
นายแพทย์กฤษณ์ เล่าให้ "ฐานเศรษฐกิจ" ฟังว่า แม้จะมาอายุ 81 ปีแล้ว แต่ไม่เคยมีโรคประจำตัว ไม่เคยรับประทานยาเป็นประจำ และไม่เคยฝากความหวังไว้กับวิตามินเม็ดใด ร่างกายในส่วนสูง 170 เซนติเมตร ยังคงรักษาน้ำหนักไว้ที่ประมาณ 63-65 กิโลกรัมต่อเนื่องมานานมากกว่าสิบปี การกินอาหารไม่เคยนับแคลอรี ไม่เคยชั่งน้ำหนักทุกเช้า และไม่เคยไล่ตามกระแสการดูแลสุขภาพที่เปลี่ยนไปในทุกปี
ความลับร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัยในวัย 80+
“หมอหยุด exercise มานานมากกว่า 30-40 ปีแล้ว เพราะไม่มีสัตว์ชนิดไหนในโลกนี้ที่ exercise for good health มีแต่มนุษย์ที่ทำ นักกีฬาที่มีชื่อเสียงก็ไม่ใช่คนอายุยืน หัวใจวายเยอะ วิ่งก็ข้อเข่าเสื่อม ออกกำลังกายก็อาจตายเร็ว"
ด้วยการยืนยันและยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า แม้ในวัยหนุ่มจะเคยเป็นนักกีฬา แต่ปัจจุบันไม่เคยออกกำลังกายเลย อีกนัยหนึ่งก็ไม่ได้ปฏิเสธการเคลื่อนไหว โดยทุกเช้าเวลา 06.00 น. จะตื่นนอน จูงสุนัขเดินประมาณ 15 นาที ก่อนเริ่มประชุมในเวลา 07.00 น. แล้วจึงเข้าสู่ตารางงานในโรงพยาบาลที่แน่นตลอดทุกวัน ทั้งตรวจคนไข้ ยืนอยู่ในห้องผ่าตัด ไม่ปล่อยให้ร่างกายอยู่นิ่ง
"ในโรงพยาบาลหมอเปิดห้องตรวจ 2 ห้อง เดินสลับไปมาแทบตลอดเวลา ไม่นั่งประจำโต๊ะ เพราะเชื่อว่าการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน คือการใช้ชีวิตเป็นธรรมชาติมากกว่าการวิ่งบนลู่วิ่งหรือใช้เวลาในฟิตเนส ซึ่งทำทุกอย่างที่ทำปกติ และปฏิเสธการขยับร่างกายแบบฝืนธรรมชาติทั้งหมด"
สิ่งสำคัญไม่กินหวานและเค็มเป็นนิสัย
นายแพทย์กฤษณ์ กล่าวว่า ไม่เคยยึดติดกับสูตรลดน้ำหนัก ไม่เคยนับแคลอรี และไม่แบ่งอาหารออกเป็นสิ่งที่กินได้หรือกินไม่ได้ ทุกเช้าจะเริ่มต้นวันด้วยกาแฟหนึ่งแก้ว และยังชื่นชอบการดื่มชา แต่หลักสำคัญมีเพียงรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แล้วเรียนรู้ที่จะฟังเสียงของร่างกาย เมื่ออิ่มก็หยุดทันที ไม่ฝืนกินต่อเพียงเพราะเสียดายหรือเพราะอาหารยังอร่อยอยู่
อาหารที่ชื่นชอบคือข้าวไรซ์เบอร์รี่ ปลาสลิดทอดที่ไม่เค็ม และน้ำพริกปลาทู แต่ในความเป็นจริง ก็รับประทานอาหารได้แทบทุกประเภท ทั้งอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารตะวันตก รวมถึงทุเรียนพันธุ์ก้านยาวและหลงลับแลที่เป็นของโปรด ขณะที่อาหารฟาสต์ฟู้ดอาจรับประทานเพียงปีละ 1 ครั้ง หรือนาน ๆ ครั้ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิต คือ อาหารรสหวานและเค็ม
ฆหมอไม่ชอบอาหารที่มีรสหวานและเค็ม เป็นวินัยการกินที่คุณแม่ปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเด็ก พร้อมกับสอนให้รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ จนกลายเป็นนิสัยที่ติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน ผลไม้จึงยังเป็นส่วนหนึ่งของทุกมื้อ ไม่ว่าจะเป็นเงาะ กระท้อน มะยงชิด มังคุด หรือลำไยบางครั้งยังเคยกินลำไยได้มากกว่าสามสิบลูกในคราวเดียว”
ทั้งนี้ ร่างกายของมนุษย์มีระบบเตือนตามธรรมชาติ ในเรื่องอาหารการกิน ยกตัวอย่างโดยส่วนตัวหากดื่มแชมเปญเกิน 2 แก้ว ร่างกายจะส่งสัญญาณให้หยุดเอง เช่นเดียวกับการรับประทานอาหาร เมื่ออิ่มก็จะรู้สึกว่าเพียงพอ จึงไม่จำเป็นต้องบังคับตัวเองให้กินต่อ
การทำงานในแต่ละวันคือพื้นฐานสุขภาพ
นายแพทย์กฤษณ์ บอกว่า แม้อายุจะล่วงเข้าสู่วัย 81 ปี แต่ตารางงานยังคงแน่นตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งประเด็นการทำงานยังปกติ แต่ในการผ่านตัดที่มักจะใช้เวลายืนนานหลายชั่วโมงที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ ดังนั้น ต้องทำอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ยิ่งใช้เวลาเปิดแผลสั้นเท่าใด คนไข้ก็ยิ่งเสียเลือดน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว ส่วนหมอก็ไม่เหนื่อยมาก
“ทุกการเคลื่อนไหวในห้องผ่าตัด ต้องผ่านการคิดมาแล้วอย่างละเอียด เพราะทุกวินาทีล้วนมีความหมายต่อการฟื้นตัวของผู้ป่วย”
แน่นอนว่าก่อนเริ่มผ่าตัดจะปรับระดับเตียงผ่าตัดให้พอดีกับความสูงของตัวเองเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการก้มหลังเป็นเวลานาน ลดปัญหาเกี่ยวกับกระดูก และรักษาบุคลิกภาพในการทำงานให้คงอยู่ได้ในระยะยาว
ส่วนเรื่องธรรมะและสมาธิก็สำคัญ เป็นเครื่องมือที่ใช้จัดการความเครียด ทุกครั้งที่ก้าวเข้าสู่ห้องผ่าตัด จะต้องตัดทุกเรื่องออกจากความคิด เหลือเพียงสมาธิที่จดจ่ออยู่กับคนไข้ตรงหน้า โดยเชื่อว่าความนิ่งของจิตใจคือส่วนหนึ่งของความแม่นยำในการรักษา
พันธุกรรมการปลูกฝังจากครอบครัวสำคัญ
นอกจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เหตุผลที่ทำให้สุขภาพยังแข็งแรงในวัย 81 ปี ยอมรับว่าพันธุกรรมมีส่วนสำคัญ จากประวัติหมอทั้งบิดาและมารดาไม่มีโรคเบาหวาน ความดัน หรือโรคมะเร็ง ไม่มีโรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพราะสิ่งที่สำคัญคือวินัยในการใช้ชีวิตที่ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเด็ก วินัยเหล่านั้นค่อย ๆ สะสมเป็นพื้นฐานของสุขภาพให้แข็งแรง
ส่วนการนอนหลับในวัยสูงอายุจะไม่ต่อเนื่องเหมือนในวัยหนุ่ม แต่ก็เลือกชดเชยด้วยการงีบสั้น ๆ หรือ Cat Nap ประมาณ 10-15 นาที ระหว่างเดินทางหรือบนรถได้ เพื่อให้สมองและร่างกายได้พัก ก่อนกลับไปทำงานต่อด้วยความสดชื่น
ส่วนยามว่างจะใช้เวลากับการถ่ายภาพ การอ่านหนังสือ ฟังข่าวเศรษฐกิจโลกรวมถึงเรื่องราวต่าง ๆ เพราะเชื่อว่าการเปิดรับความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ คือวิธีหนึ่งที่ช่วยให้สมองยังคงตื่นตัวและไม่หยุดเรียนรู้
ท้ายที่สุดแล้ว นายแพทย์กฤษณ์ มองว่า สุขภาพที่ดีไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีทางลัด และไม่มีสิ่งใดทดแทนการใช้ชีวิตอย่างสมดุลได้ คำว่า “Balance” จึงเป็นหลักคิดที่ยึดถือมาตลอด ทั้งในเรื่องอาหาร การทำงาน การพักผ่อน และการจัดการความเครียด
ขณะเดียวกัน ยังเชื่อว่าครอบครัวคือจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดี เพราะสิ่งเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ใครคนหนึ่งยังคงมีร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัยเมื่อเข้าสู่วัยชรา






