
กองทุนบัตรทองปี 2570 มุ่งยกระดับ รพ.สต. สะท้อนต้นทุนจริง รพ.ใหญ่
สปสช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นผู้ให้บริการต่อร่างประกาศบริหารกองทุนบัตรทอง ปีงบประมาณ 2570 เสนอไอเดียจับมือหน่วยบริการรัฐ-เอกชน บูรณาการ 'ทีมสุขภาพปฐมภูมิ' ดูแลผู้ป่วยกลุ่มโรค NCDs หนุน อปท. ร่วมจัดซื้อบริการสุขภาพเน้นการป้องกันก่อนป่วย หวังลดความแออัดใน รพ.ใหญ่ สร้างความต่อเนื่องในการรักษา
KEY
POINTS
- เสนอให้กองทุนบัตรทองปี 2570 มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในฐานะหน่วยบริการปฐมภูมิ และสนับสนุนการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลแม่ข่ายอย่างเป็นธรรม
- โรงพยาบาลขนาดใหญ่เสนอให้ปรับปรุงระบบการจ่ายชดเชยค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในให้สอดคล้องกับต้นทุนการบริการจริงที่สูงขึ้น
- มีข้อเสนอให้พิจารณาระบบอนุมัติล่วงหน้า (Pre-authorization) สำหรับบริการผู้ป่วยใน เพื่อควบคุมการใช้ทรัพยากร และสร้างสมดุลระหว่างงบส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคกับการรักษาพยาบาล
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้บริการต่อ (ร่าง) ประกาศการดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2570 ระดมข้อเสนอจากหน่วยบริการทุกระดับ ทั้ง รพ.สต. โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยบริการเอกชน ภาคประชาชน และสภาวิชาชีพ เพื่อประกอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์บริหารกองทุนบัตรทองให้สอดคล้องกับบริบทบริการสุขภาพและตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น
เวทีครั้งนี้มีผู้ร่วมอภิปรายจากหลายภาคส่วน อาทิ นายสมศักดิ์ จึงตระกูล ประธานชมรมผู้อำนวยการ รพ.สต. แห่งประเทศไทย, นายศักดิ์ชาย ธนะรัชต์ ผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านฉาง จ.ปทุมธานี, นางกัญชลาภรณ์ แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการ รพ.สต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี, นพ.สุรชัย คำภักดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านฉาง จ.ระยอง, นพ.อัครพงศ์ จุธากรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร และ นพ.ไกรสุข เพชระบูรณิน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก รวมถึงผู้แทนจาก UHosNet สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร สมาคมคลินิกชุมชนอบอุ่น สภาการพยาบาล แพทยสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย
ผู้แทน รพ.สต. ทั้งในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและที่ถ่ายโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เสนอให้การบริหารกองทุนบัตรทองปี 2570 ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพ รพ.สต. ในฐานะหน่วยบริการปฐมภูมิ ให้มีความพร้อมรองรับการจัดบริการตามสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง โดยเฉพาะการสนับสนุนการทำงานระหว่างโรงพยาบาลแม่ข่ายกับ รพ.สต. ลูกข่ายให้ชัดเจน ต่อเนื่อง และเป็นธรรม รวมถึงการกำกับบทบาทของคณะกรรมการบริหารเครือข่ายหน่วยบริการ หรือ CUP Board เพื่อให้การบริหารงบประมาณและการจัดบริการในพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่น
ด้านผู้แทนโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป และผู้ให้บริการระดับทุติยภูมิ-ตติยภูมิ เห็นว่า งบประมาณกองทุนบัตรทองปี 2570 ที่ปรับเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณที่สะท้อนต้นทุนบริการสุขภาพที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาระบบจ่ายชดเชยค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในให้เหมาะสมกับต้นทุนจริงมากขึ้น พร้อมเสนอให้โรงพยาบาลชุมชนมีส่วนร่วมออกแบบระบบเบิกจ่ายจากฐานข้อมูลสุขภาพและบริบทพื้นที่ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในชุมชน
ขณะเดียวกันมีข้อเสนอให้พิจารณาระบบขออนุมัติล่วงหน้าก่อนให้บริการ หรือ Pre-authorization สำหรับบริการผู้ป่วยใน เพื่อช่วยกำกับการใช้ทรัพยากรให้เหมาะสม โปร่งใส และไม่กระทบต่อการเข้าถึงบริการของผู้ป่วย โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องวางระบบรองรับภาระค่าใช้จ่ายผู้ป่วยในให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอให้การบริหารกองทุนบัตรทองสร้างสมดุลระหว่างการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคกับการรักษาพยาบาล โดยเห็นว่าทั้งสองส่วนต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพระดับชุมชนที่ควรเน้นการป้องกันก่อนเจ็บป่วย ขณะเดียวกันควรมีหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายที่ชัดเจนในกรณีส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลเอกชนตามมาตรา 7 เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการต่อเนื่องและหน่วยบริการสามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม
ด้านผู้แทนหน่วยบริการเอกชนและภาคประชาชน เสนอให้บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยบริการปฐมภูมิของภาครัฐและเอกชนในระบบบัตรทอง ให้เป็นทีมสุขภาพปฐมภูมิในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการใกล้บ้าน ต่อเนื่อง และมีทิศทางการดูแลร่วมกัน โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ที่ต้องอาศัยการติดตามดูแลระยะยาวในชุมชน
ขณะที่ผู้แทนสภาวิชาชีพให้ความเห็นว่า ระบบการเบิกจ่ายควรคำนึงถึงความสมดุลระหว่างโรคเรื้อรังและโรคเฉียบพลัน รวมถึงควรพิจารณาเพิ่มบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการร่วมจัดซื้อบริการสุขภาพให้ประชาชนในพื้นที่ ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ทั้งนี้ หลังการรับฟังความคิดเห็นฯ สปสช. จะรวบรวมข้อเสนอและความคิดเห็นทั้งหมดจากเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เสนอต่อคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บอร์ด สปสช. เพื่อรับทราบภาพรวมการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทั่วประเทศ ก่อนส่งต่อให้คณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ พิจารณาปรับร่างประกาศกองทุนฯ ให้สอดคล้องกับนโยบายและบริบทระบบสุขภาพ จากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุขให้ความเห็น ก่อนเสนอบอร์ด สปสช. พิจารณาอีกครั้ง และประกาศใช้ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569







