thansettakij
thansettakij
เปิดโมเดล Longevity แบรนด์ไทย ‘Divana’ จับมือ ‘Grand Nikko’ รุกตลาดเวลเนส

เปิดโมเดล Longevity แบรนด์ไทย ‘Divana’ จับมือ ‘Grand Nikko’ รุกตลาดเวลเนส

27 มิ.ย. 69 | 07:49 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มิ.ย. 69 | 08:36 น.

Divana ยืนหยัดแบรนด์ไทยแท้ ชูกลยุทธ์ Longevity Ecosystem ผนึก Grand Nikko Sathorn ปั้น Wellness Hospitality แห่งแรกนอกญี่ปุ่น พร้อมสยายปีกรุก ตลาดโลก

KEY

POINTS

  • Divana แบรนด์สปาและเวลเนสไทย ประกาศความร่วมมือกับ Grand Nikko จากญี่ปุ่น เพื่อรุกตลาดเวลเนส
  • เปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่ "Longevity" ที่มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งกาย ใจ และคุณภาพชีวิต
  • วางกลยุทธ์สร้าง Wellness Ecosystem ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร พร้อมขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน และยุโรป

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจเครื่องหอมและเวลเนสในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การแข่งขันในตลาดวันนี้นับได้ว่าแตกต่างจากอดีตอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะแบรนด์ไทย หลายรายเริ่มทยอยเข้าสู่การร่วมทุนกับกลุ่มทุนต่างชาติ

บางรายก็ผลักดันบริษัทจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ บางรายก็ปรับเปลี่ยนจากแบรนด์ไทยไปสู่แบรนด์ต่างชาติ ขณะที่ Divana ยังคงยืนหยัดดำเนินธุรกิจในฐานะแบรนด์ไทยแท้ ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายพอสมควร

นายพัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง และนายธเนศ จิระเสวกดิลก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ดีวานา เวลเนส จำกัด หรือ แบรนด์ “Divana”

นายพัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง และนายธเนศ จิระเสวกดิลก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ดีวานา เวลเนส จำกัด หรือ แบรนด์ “Divana” เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบัน Divana ได้มองเกมใหม่ ท่ามกลางการแข่งขันและการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเครื่องหอมและเวลเนสในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังการระบาดของโควิด-19 การแข่งขันในตลาดยิ่งเข้มข้นขึ้น ขณะที่ต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการไทยยังสูงกว่าต่างชาติ

“ทุกวันนี้เราต้องปรับตัวเยอะมาก แบรนด์พี่น้องที่เคยรู้จักกันไหลเข้าตลาดมหาชนหมดแล้ว เหลือแต่เราที่ยัง ‘เวอร์จิ้น’ อยู่ นับเป็นช่วงเวลาที่ Challenging พอสมควร เพราะคนอื่นเขาลงทุ่มทุนได้ แต่เราลงไม่ได้ ลงปุ๊บติดดอกเบี้ย สู้กันยากมาก ตอนนี้จึงต้องใช้แพชชั่นกับแรงที่อยู่ข้างในช่วย แต่ทุกครั้งที่เกิดวิกฤต ทำให้เห็นมิตรภาพและผู้คนที่ยังอยู่เคียงข้างกัน”

ปรับตัวจากยุคสปาสู่แนวคิด Wellness 

ดังนั้น ในปี 2569 นี้ Divana จึงเปิดตัวร่วมงานกับบริษัทญี่ปุ่นผ่านโครงการกับ Grand Nikko โดยมองภาพรวมของอุตสาหกรรมเวลเนส ที่จะพัฒนาและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากยุคสปาที่มุ่งสร้างสมดุลของร่างกายและจิตใจ (Balance body by soul) สู่แนวคิด Wellness ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค

เพราะปัจจุบัน แนวโน้มของโลกกำลังก้าวไปสู่ Longevity ซึ่งไม่ได้หมายถึงการมีอายุยืนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่ครอบคลุมสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความสัมพันธ์ทางสังคม และคุณภาพชีวิต

รูปแบบห้องบริการด้านเวลเนส ภายใต้แนวคิด Mindfulness

นายธเนศ กล่าวว่า ประเทศไทยมีพื้นฐานบางอย่างที่สอดคล้องกับแนวคิดดังกล่าว ทั้งวัฒนธรรมการดูแลกัน ความเอื้อเฟื้อ และแนวคิดเรื่อง Mindfulness เช่น มีศูนย์รวมคือวัดเพื่อดีท็อกซ์อารมณ์ ในขณะที่หลายประเทศไม่รู้ทางออก สิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์โลกได้ ขณะเดียวกัน Technology Disruption และ AI ก็ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ถ้าธุรกิจเดิมไม่ตอบโจทย์ก็ต้องพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้น 

"ผมมีคำกล่าวที่ใช้เตือนทีมงานอยู่เสมอว่า ผู้ที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุดหรือแข็งแกร่งที่สุด แต่คือคนที่ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ดีที่สุดหรือ Not only the smartest or the strongest will survive, but the one who can adapt themselves to the world” 

สร้าง Wellness Ecosystem ดันการเติบโตต่อเนื่อง

ทั้งนี้  Divana วางแผนดำเนินธุรกิจควบคู่กันทั้งการ “ซ่อม” ธุรกิจเดิมและ “สร้าง” ธุรกิจใหม่สำหรับอนาคต โดยกำหนด 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Hospitality Partnership ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เช่น Grand Nikko Sathorn, การขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ โดยมุ่งเป้าญี่ปุ่น จีน ตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ และยุโรป, การสร้าง Wellness Ecosystem ที่เชื่อมโยงสปา ผลิตภัณฑ์รีเทล คาเฟ่ และ Workshop รวมถึงการต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์สู่โมเดลธุรกิจด้านสุขภาพ

นายธเนศ กล่าวว่า ปัจจุบันรายได้ของ Divana มาจากธุรกิจสปาและรีเทลในสัดส่วน 50:50 จากเดิมที่ธุรกิจสปาเคยมีสัดส่วน 70-80% และประเมินว่าในอนาคตธุรกิจรีเทลอาจเติบโตจนมีสัดส่วนถึง 80% เนื่องจากสามารถขยายธุรกิจได้รวดเร็วกว่า พร้อมตั้งเป้าการเติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 25% ต่อปี และตั้งเป้าเพิ่มยอดขายเป็นสองเท่าในอนาคต

รูปแบบห้องให้บริการ Sensory Design ที่ออกแบบให้มีกลิ่น มี Color Puncture สำหรับบำบัดอารมณ์

ขณะที่กลุ่มลูกค้า บริษัทแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ Urbanized People, Wellness Seeker, Business Traveler และ Global Tourist โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบประสบการณ์ผ่านแนวคิด Sensory Design เน้นการออกแบบประสบการณ์ที่เรียกว่า Sensory Design ไม่ใช่แค่มานวด แต่ให้หลุดเข้าไปในโลกอดีต 100-200 ปี ด้วยการออกแบบกลิ่น มี Color Puncture บำบัดอารมณ์

ทั้งนี้ ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เช่น สเปรย์ช่วยการนอนหลับ สำหรับผู้ที่มีปัญหาคุณภาพการนอน ซึ่งเป้าหมายของ Divana ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การให้บริการด้านสปา แต่ต้องการให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตา  นอกจากความร่วมมือกับ Grand Nikko แล้ว Divana ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรมากกว่า 20 ราย และคาดว่าจะเกิดโครงการร่วมกันไม่น้อยกว่า 5 โครงการภายในปี 2569 นี้ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อขยายโซลูชันด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตไปยังตลาดในวงกว้างมาขึ้น