
คิกออฟ Thailand Wellness Expo 2026 ชูนวัตกรรม-Longevity รับเทรนด์สุขภาพโตแรง
เริ่มแล้วมหกรรมสุขภาพ-กีฬาจาก 6 ประเทศ ขนทัพ 300 บูธบุกไบเทค ชูนวัตกรรม Longevity และสปอร์ตเทคระดับโลก มุ่งยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางเวลเนสสากล คาดเงินสะพัด 500 ล้านบาท
KEY
POINTS
- งาน Thailand Wellness Expo 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน 2569 ณ ไบเทค บางนา เป็นมหกรรมรวบรวมสินค้าและบริการด้านสุขภาพ เวลเนส และกีฬา
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับธุรกิจสุขภาพและเวลเนสของไทยสู่เวทีโลก และเป็นเวทีสำคัญสำหรับการเจรจาจับคู่ธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ
- คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินสะพัดจากการจัดงานได้มากกว่า 500 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่วันแรก กับงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 มหกรรมที่รวบรวมสินค้าและบริการด้านสุขภาพ เวลเนส สปา Longevity ความงาม เครื่องมือแพทย์ อาหารเพื่อสุขภาพ ฟิตเนส กีฬา และนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน 2569 ณ ฮอลล์ 101-102 ไบเทค บางนา เข้าชมฟรี
พร้อมโปรโมชั่นพิเศษช่วงกลางปีจากผู้ประกอบการกว่า 300 บูธ ภายในงานยังอัดแน่นด้วยเวทีเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งไทยและต่างประเทศ กิจกรรมสร้างสีสัน และเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยจัดต่อเนื่องถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ณ ฮอลล์ 101-102 ไบเทค บางนา ตั้งเป้ายกระดับธุรกิจสุขภาพและเวลเนสไทยสู่เวทีโลก
ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ประเทศไทยมีฐานแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาวะติดอันดับต้น ๆ ของโลก รัฐบาลจึงกำหนดให้สุขภาวะและการแพทย์ ให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศ
เวทีสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย
โดยเชื่อมั่นว่า งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 จะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย สร้างโอกาสใหม่ และขับเคลื่อนอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ
นางสาวณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้จะเชื่อมโยงอุตสาหกรรมสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส กีฬา และการแพทย์เชิงป้องกันไว้ในงานเดียว โดยจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน พัฒนานวัตกรรม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต
การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กรมพัฒนาธุรกิจการค้า การกีฬาแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้และโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ
กิจกรรมเเบบจัดเต็ม
ภายในงานยังมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เสวนาจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของไทย รวมถึง Experience Room ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมสัมผัสประสบการณ์ด้านสุขภาพ เวลเนส และฟิตเนสแบบเจาะลึก ตลอดทั้ง 3 วัน โดยเชื่อมั่นว่างานนี้จะเป็นเวทีแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬาของประเทศไทย เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย พร้อมคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดภายในงานมากกว่า 500 ล้านบาท
ด้าน นาย ซึโยชิ ซาซากิ ประธานบริษัท TSO International Inc. กล่าวว่า ความสำเร็จกว่า 16 ปีของ SPORTEC ประเทศญี่ปุ่น ได้ต่อยอดสู่การจัดงานครั้งแรกในประเทศไทย โดยรวบรวมนวัตกรรมกีฬา ฟิตเนส และสปอร์ตเทคจาก 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และปากีสถาน พร้อมแบรนด์ระดับโลก อาทิ Life Fitness, Hammer Strength, Precor, Keiser, ZIVA, DHZ Fitness และ Fairtex ที่นำเทคโนโลยีการออกกำลังกาย อุปกรณ์ฟื้นฟูร่างกาย
สำหรับนวัตกรรมล่าสุดมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่กับกิจกรรมเวิร์กชอปสำหรับสายฟิตเนสและกีฬา ไม่ว่าจะเป็น ONTRACK RACEON การแข่งขัน Functional Fitness แบบทีม การแข่งขันนำคลาสออกกำลังกายระดับประเทศ Barre Workout สไตล์เกาหลี เวิร์กชอป Zumba, The Key Yoga และ Fit Thailand
ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า เศรษฐกิจสุขภาพเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง ทั้งจากจุดแข็งด้านบริการสุขภาพ การท่องเที่ยว บุคลากรทางการแพทย์ และภูมิปัญญาไทย โดยการนำวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมมาใช้ จะช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ
ภายในงาน สกสว. นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพและสมุนไพรไทยจากหน่วยบริหารและจัดการทุน มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และเครือข่ายในระบบ ววน. มาจัดแสดง เพื่อสะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งด้านการแพทย์ สุขภาพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมกิจกรรมสร้างประสบการณ์ด้านสุขภาวะจากงานวิจัยและนวัตกรรม
เช่น เครื่องวัดคลื่นสมอง และการทดสอบการนอนหลับ โดย สกสว. พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม กับภาคธุรกิจและทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness และ Healthcare ของภูมิภาค และสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจสุขภาพอย่างยั่งยืน







