thansettakij
thansettakij
เช็กด่วน 3 สัญญาณ PMOS ฮอร์โมนพัง-น้ำหนักพุ่ง เสี่ยงมะเร็ง

เช็กด่วน 3 สัญญาณ PMOS ฮอร์โมนพัง-น้ำหนักพุ่ง เสี่ยงมะเร็ง

25 มิ.ย. 69 | 07:56 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 08:46 น.

แพทย์เตือน PMOS ภัยฮอร์โมนรวนที่พบในผู้หญิง 1 ใน 8 แต่กว่า 70% ไม่รู้ตัว! สังเกต 3 สัญญาณ ประจำเดือนรวน สิวบุก น้ำหนักพุ่งง่าย หากปล่อยไว้อาจเสี่ยงเบาหวาน-มะเร็ง

KEY

POINTS

  • สิวขึ้นซ้ำๆ น้ำหนักขึ้นง่าย และประจำเดือนมาผิดปกติ เป็น 3 สัญญาณเตือนสำคัญของภาวะ PMOS ซึ่งเป็นความผิดปกติของฮอร์โมนและระบบเผาผลาญ
  • ภาวะ PMOS มีความสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลินและฮอร์โมนเพศชายเกิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายระบบ ไม่ใช่แค่เรื่องถุงน้ำในรังไข่
  • หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงในระยะยาวได้ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

ประจำเดือนมาไม่ตรง สิวขึ้นซ้ำ ๆ น้ำหนักเพิ่มทั้งที่กินเท่าเดิม หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องเล็กหรือแค่ฮอร์โมนแปรปรวน แต่ความจริงอาจเป็นสัญญาณของ PMOS ภาวะความผิดปกติของฮอร์โมนและระบบเผาผลาญที่พบในผู้หญิงมากถึง 1 ใน 8 คน โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้ป่วยกว่า 70% ไม่รู้ตัวว่าป่วย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังหลายชนิด ทั้งเบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

PMOS ภาวะฮอร์โมนผิดปกติ-ดื้ออินซูลิน

ผศ.พญ.สิริลักษณ์ ตันธนาวิภาส แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) หรือ "ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ" ซึ่งล่าสุดวงการแพทย์ได้เปลี่ยนชื่อเป็น PMOS (Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome) หรือ "กลุ่มอาการรังไข่เมตาบอลิกหลายต่อมไร้ท่อ"

เพราะชื่อเดิมชวนให้เข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องของ "ถุงน้ำรังไข่ที่ต้องผ่าตัด"  ทั้งที่สิ่งที่เห็นเป็น “ฟองไข่ หรือ follicle” ซึ่งพบได้ตามปกติในหญิงวัยมีประจำเดือนทุกราย แต่ความผิดปกติที่พบแท้จริงแล้วคือ ฟองไข่หลายใบที่เกิดจากการทำงานของฮอร์โมนที่ผิดปกติและไข่ไม่ตก

โรคนี้ไม่ได้กระทบแค่รังไข่

แต่กระทบไปถึงฮอร์โมนและระบบเผาผลาญทั้งร่างกาย โดยการเกิด PMOS เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุหลักการเกิด PMOS ได้อย่างแน่ชัด”

ส่วนใหญ่สรุปว่า PMOS มีความสัมพันธ์กับ 'ภาวะดื้ออินซูลิน' 'ฮอร์โมนเพศชายเกิน' และ 'ไข่ไม่ตก' ซึ่งมีผลกระทบต่อกันเป็นวงจร กล่าวคือ เมื่อร่างกายดื้ออินซูลิน ทำให้ผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้น อินซูลินที่สูงนี้จะไปกระตุ้นให้สร้างฮอร์โมนเพศชายมากขึ้น

ทั้งการดื้ออินซูลินและฮอร์โมนเพศชายเกินส่งผลให้ไข่ไม่ตก ฮอร์โมนรังไข่ที่ผิดปกติเองนอกจากจะทำให้ไข่ไม่ตกแล้วยังส่งผลทำให้ฮอร์โมนเพศชายที่สูงขึ้นอีก ในกรณีที่มีภาวะอ้วน ภาวะอ้วนนี้จะส่งผลซ้ำเติมทำให้ภาวะดื้ออินซูลิน ฮอร์โมนเพศชายเกิน และไข่ไม่ตกแย่ลง

โมเดลจำลองส่วนที่เป็นรังไข่ กับจุดสังเกตการเป็นประจำเดือน

คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าเป็น PMOS เพราะไม่รู้ว่าประจำเดือนที่ "ปกติ" ควรเป็นอย่างไร บางคนไม่เคยจดบันทึก หรือคิดว่านาน ๆ มาทีก็สบายดี ไม่ต้องจัดการให้ยุ่งยาก นอกจากนี้อาการอื่น ๆ ยังดูเล็กน้อยจนอาจมองข้ามไป

3 สัญญาณบ่งบอกว่ากำลังเป็น PMOS

อาการของความเสี่ยงเมื่อป่วยโรค PMOS สามารถสังเกตได้ 3 ข้อ ดังนี้

  1. รอบเดือนผิดปกติ ซึ่งรอบเดือนควรอยู่ในช่วง 21–35 วัน ถ้ามาเร็วกว่า 21 วัน หรือห่างเกิน 35 วันอยู่เรื่อย ๆ หรือมีประจำเดือนน้อยกว่า 8 ครั้งในหนึ่งปี ถือว่าผิดปกติ
  2. มีอาการของฮอร์โมนเพศชายเกิน เช่น สิวเยอะ หน้ามัน ขนดก ผมร่วง หรือข้อสาม น้ำหนักขึ้นง่าย โดยถ้ามีอาการเหล่านี้ แนะนำให้มาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจให้ชัดเจน
  3. ความเชื่อที่ว่า ‘ต้องอ้วนเท่านั้นถึงจะเป็น’ นั้นไม่จริง เพราะในกลุ่มผู้ป่วยมีคนน้ำหนักปกติหรือผอมราว 30–50% ดังนั้นไม่ว่ารูปร่างแบบไหน ถ้าเข้าข่ายตามเช็กลิสต์ก็ไม่ควรชะล่าใจ”

PMOS จุดเริ่มต้น "เบาหวาน-มะเร็ง-โรคหัวใจ"

ผศ.พญ.สิริลักษณ์ กล่าวว่า PMOS เป็นภาวะที่ค่อย ๆ ลุกลามทีละระบบหากปล่อยไว้นาน เริ่มจากมีประจำเดือนผิดปกติและมีบุตรยาก จากการที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอทำให้ผนังมดลูกหนาตัวจนเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก 

ส่วนในระบบเผาผลาญก็จะทำให้เสี่ยงเบาหวาน ความดัน ไขมันโลหิตสูง ไขมันพอกตับ หยุดหายใจขณะนอนหลับ ไปจนถึงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองในระยะยาว และหากตั้งครรภ์ก็เสี่ยงแท้งบุตร เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และครรภ์เป็นพิษ มากกว่าคนทั่วไป แม้ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจฟังดูน่ากลัว แต่หากเรารู้ตัวและเริ่มดูแลแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้

PMOS ตรวจง่าย รักษาได้ เริ่มจากจดรอบเดือน

การเช็กภาวะ PMOS ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนกังวล เริ่มจากการลองจดบันทึกรอบประจำเดือนสัก 2-3 รอบ ถ้ารอบเดือนยังผิดเพี้ยนอยู่เรื่อย ๆ ก็ค่อยมาปรึกษาแพทย์ ส่วนวัยรุ่นที่เพิ่งมีประจำเดือนในช่วง 3 ปีแรก รอบเดือนอาจยังแกว่งได้เป็นเรื่องปกติ ให้ใช้เกณฑ์ว่าถ้าห่างเกิน 45 วันค่อยมาพบแพทย์ก็พอ

ผศ.พญ.สิริลักษณ์ ตันธนาวิภาส แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลวิมุต

โดยขั้นตอนการตรวจเริ่มจากซักประวัติ ตรวจร่างกาย เจาะเลือด อาจพิจารณาอัลตราซาวนด์เมื่อมีข้อบ่งชี้ จากนั้นแพทย์จะเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งหลัก ๆ มี 3 วิธี ได้แก่ การใช้ฮอร์โมนและยาตามอาการของผู้ป่วยแต่ละราย การปรับพฤติกรรมเพิ่มเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง

ในกรณีที่มีภาวะอ้วนร่วมด้วย การลดน้ำหนักได้ราว 5% ก็ช่วยให้ฮอร์โมนกลับมาสมดุลขึ้นได้ ตรวจเลือดเพื่อคัดกรองความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิก จะเห็นได้ว่าแนวทางการรักษาหลักในปัจจุบันคือการใช้ยาและปรับพฤติกรรม ไม่ใช้การผ่าตัด ยกเว้นแต่มีโรคร่วมอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมด้วย

อย่างไรก็ตามการจดบันทึกรอบเดือน เป็นจุดเริ่มต้นในการเช็กสุขภาพง่าย ๆ ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่ต้องกลัวการมาพบแพทย์ เพราะการตรวจ PMOS ไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องตรวจภายในแบบที่หลายคนกังวล ที่สำคัญ PMOS เป็นภาวะที่ดูแลได้ ยิ่งรู้เร็วยิ่งรักษาได้ดีขึ้น