thansettakij
thansettakij
แพทย์ไทยประกาศ "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล" เริ่มทดลองในมนุษย์แล้ว

แพทย์ไทยประกาศ "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล" เริ่มทดลองในมนุษย์แล้ว

23 มิ.ย. 69 | 12:20 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มิ.ย. 69 | 12:33 น.

อภ. ผนึก จุฬาฯ-สหรัฐฯ พัฒนา "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล" เริ่มทดลองในมนุษย์แล้ว พร้อมช่วยลดค่ารักษาจากต่างประเทศได้ถึง 5 เท่า ปูทางไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์แม่นยำระดับโลก

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยเริ่มทดลอง "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล" ในมนุษย์แล้ว โดยเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การเภสัชกรรม (อภ.) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และบริษัทจากสหรัฐอเมริกา
  • วัคซีนนี้ใช้ข้อมูลพันธุกรรมจากเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยแต่ละรายมาออกแบบ เพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถจดจำและทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะเจาะจง
  • การทดลองในประเทศไทยมุ่งเน้นไปที่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การแพทย์แม่นยำ

ประเทศไทยเริ่มก้าวไปสู่เส้นทางการแพทย์แม่นยำ หลังองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ร่วมกับบริษัท Seqker Biosciences Inc. จากสหรัฐอเมริกา และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินหน้าพัฒนา “วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล” ซึ่งองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และบริษัท Seqker Biosciences Inc. ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา เพื่อผลักดันการแพทย์แม่นยำและนวัตกรรมการรักษามะเร็งในประเทศไทย

โดยขณะนี้ได้เริ่มทดลองในมนุษย์แล้ว ผ่านการนำข้อมูลพันธุกรรมของเซลล์มะเร็งจากผู้ป่วยแต่ละรายมาออกแบบวัคซีนเฉพาะบุคคล เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถจดจำและโจมตีเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีดังกล่าวอาศัยการวิเคราะห์พันธุกรรมของเซลล์มะเร็งจากผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อนำมาออกแบบวัคซีนเฉพาะบุคคล ซึ่งมีเป้าหมายในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถจดจำและโจมตีเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะมากยิ่งขึ้น

แนวทางนี้ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีใหม่ด้านการรักษามะเร็งที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเร่งพัฒนา โดยเฉพาะการใช้ร่วมกับยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา

แนวทางการทดลองวัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล

ปัจจุบัน ในต่างประเทศมีการศึกษาและทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในมะเร็งหลายชนิด อาทิ มะเร็งผิวหนัง มะเร็งไต มะเร็งปอด และมะเร็งตับอ่อน ขณะที่ในประเทศไทย ได้มีการทดลองในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

โครงการนี้สะท้อนถึงศักยภาพและความก้าวหน้าของประเทศไทยด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ ตั้งแต่การถอดรหัสพันธุกรรม การวิเคราะห์ชีวสารสนเทศ ไปจนถึงการพัฒนาวัคซีนภายในประเทศ ซึ่งอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้ถึง 4–5 เท่า เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา

ตัวอย่าง ผลการทดสอบทางคลินิกวัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล

แม้ว่าวัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและประเมินผลทางคลินิก แต่ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์แม่นยำในอนาคต

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการ จำเป็นต้องผ่านการประเมินตามเกณฑ์ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งจากโรงพยาบาลเครือข่ายของโครงการ โดยสามารถติดต่อผ่าน Google Form ขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) หรือบัญชี LINE ID อย่างเป็นทางการขององค์การเภสัชกรรม (อภ.)