thansettakij
thansettakij
เจาะยุทธศาสตร์ BCH ทุ่มพัฒนานวัตกรรม สยายปีกรับเทรนด์สุขภาพ

เจาะยุทธศาสตร์ BCH ทุ่มพัฒนานวัตกรรม สยายปีกรับเทรนด์สุขภาพ

02 มิ.ย. 69 | 23:30 น.
อัปเดตล่าสุด :03 มิ.ย. 69 | 02:31 น.

กางโรดแมป 5 ปี BCH สยายปีกโรงพยาบาลครบ 20 แห่ง ปักหมุดทำเลนิคมฯ ขยายฐานลูกค้าประกันสังคมพร้อมแตกไลน์ธุรกิจความงาม-อาหารเสริม ชูแบรนด์ WMC นำนวัตกรรมหุ่นยนต์ AI รับเทรนด์สุขภาพยุคใหม่

KEY

POINTS

  • BCH วางแผนขยายโรงพยาบาลให้ครบ 20 แห่งใน 3-5 ปี โดยใช้กลยุทธ์ multi-branding แบ่งแบรนด์ "เกษมราษฎร์" เจาะกลุ่มประกันสังคม และ "World Medical" สำหรับลูกค้าระดับบนและชาวต่างชาติ
  • ทุ่มลงทุนด้านนวัตกรรม เปิดตัวศูนย์ฟื้นฟูด้วยหุ่นยนต์อัจฉริยะ "NextStep Robotics Rehab Center" ที่โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) เพื่อยกระดับการรักษาและรองรับสังคมผู้สูงวัย
  • ขยายธุรกิจใหม่เพื่อรองรับเทรนด์สุขภาพ อาทิ ธุรกิจศัลยกรรมความงาม (KPS) อาหารเสริม และพัฒนาแผนก Wellness and Longevity เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็น Medical Hub

นายกันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการ กรรมการบริหาร และรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันเครือธุรกิจโรงพยาบาลของ BCH มีอยู่ 16 แห่ง แบ่งเป็นโรงพยาบาล 15 แห่ง และศูนย์มะเร็ง 1 แห่ง โดยมีโรงพยาบาล 1 แห่ง อยู่ใน สปป.ลาว คือ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์

เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ในระยะ 3-5 ปี BCH จะขยายจำนวนโรงพยาบาลเพิ่มให้ครบ 20 แห่ง ล่าสุดอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ สมุทรปราการ, ระยอง และพัทยา เน้นพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมหนาแน่น ที่มีคู่แข่งโรงพยาบาลเอกชนน้อย เพื่อดึงฐานลูกค้าประกันสังคมที่เป็นจุดแข็งสำคัญ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการแห่งแรกได้ในช่วงปลายปี 2570- 2571

โดยพอร์ตรายได้และกลุ่มเป้าหมายของ BCH มาจากคนไข้เงินสดประมาณ 60% คนไข้ประกันสังคม 30-35% ที่เหลือคนกลุ่มคนไข้จากต่างชาติ โดยอันดับ 1 คือ กลุ่มอาหรับ รองลงมา ได้แก่ เมียนมาสลับกับจีน, บังกลาเทศ ที่มีการเติบโตสูง ขณะที่กัมพูชาที่เคยโดดเด่นกลับเริ่มลดลงตามสถานการณ์

“เราใช้กลยุทธ์ multi-branding ใช้แบรนด์เกษมราษฎร์เน้นรับลูกค้ากลุ่มประกันสังคมและคนไข้เงินสดทั่วไป โดยมีแผนปรับปรุงอาคารสม่ำเสมอทุก 5 ปี เพื่อรักษามาตรฐานความพึงพอใจให้ผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันก็ใช้แบรนด์ World Medical (WMC) วางตำแหน่งเป็นโรงพยาบาลระดับบน (High-end) และคนไข้ต่างชาติ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้กลุ่มเงินสด มุ่งเน้นกลุ่มตะวันออกกลาง (อาหรับ), เมียนมา บังกลาเทศ และอื่น ๆ”

แตกไลน์ธุรกิจดันไทยสู่ Medical Hub

นายกันตพร กล่าวอีกว่า BCH มีธุรกิจที่แตกไลน์ขยายตัวจากธุรกิจโรงพยาบาลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจศัลยกรรมและความงาม (KPS) “ศูนย์เกษมราษฎร์ พลาสติก เซอร์เจอร์รี่” เน้นหัตถการขนาดใหญ่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น ดึงหน้า, ดูดไขมัน โดยมีจุดต่างจากคลินิกทั่วไป นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอาหารเสริม (Supplements) ลงทุนใน บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNPS ที่จะเริ่มเห็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดในช่วงกลางปี 2569 โดยตั้งเป้าเข้าถือหุ้นในอนาคต 15% เพื่อควบคุมการผลิตและมาตรฐานต่อไป

เจาะยุทธศาสตร์ BCH ทุ่มพัฒนานวัตกรรม สยายปีกรับเทรนด์สุขภาพ

นอกจากนี้จะพัฒนาแผนก Wellness และ Longevity ภายในโรงพยาบาลเดิมแทนการสร้างแบบ Stand-alone เพื่อใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ ตามเทรนด์ศาสตร์แห่งความยืดอายุ (Longevity) พร้อมผลักดันธุรกิจให้สอดคล้องตามนโยบาย Medical Hub

“ปัจจุบันประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างมากในด้าน Medical Tourism สามารถผลักดันไปสู่ Medical Hub ได้ แต่ความสำเร็จส่วนใหญ่เกิดจากความพยายามของภาคเอกชนที่ทำกันเอง ขณะที่รัฐไม่ควรเป็นผู้ให้บริการเพียงอย่างเดียว แต่ควรเป็นผู้สนับสนุนทำหน้าที่อำนวยความสะดวกเพื่อให้ภาคเอกชนทำงานได้ง่ายขึ้น ควรมีนโยบายการกระตุ้นและทำให้ขั้นตอนการเดินทางของชาวต่างชาติ ที่ต้องการเข้ามาใช้บริการด้านการแพทย์ในไทยให้ง่ายและราบรื่นที่สุด”

ยกตัวอย่างสิ่งที่รัฐบาลควรเข้ามาช่วยจัดการคือ การอำนวยความสะดวกด้านการเข้าเมือง (Visa) สำหรับคนไข้ชาวต่างชาติ เช่น กรณีจากประเทศลิเบีย ซึ่งรัฐบาลลิเบียสนับสนุนให้ทหารที่บาดเจ็บจากสงครามมารักษาตัวหรือทำเด็กหลอดแก้ว (เนื่องจากภาวะอัมพาตจากบาดแผลการรบ) แต่คนกลุ่มนี้มักขอวีซ่าเข้าไทยไม่ผ่าน, ยังมีเรื่องให้สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับบุคลากร ภาษี หรือการสร้างช่องทางพิเศษ (Special Track) เพื่อจูงใจและอำนวยความสะดวกให้กลุ่มคนไข้เฉพาะทางเข้ามารักษาในไทยให้ง่ายขึ้นด้วย

ไตรมาส 2 เศรษฐกิจฟื้นตัว

นายกันตพร กล่าวว่า ปีนี้มีวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นคล้ายกับช่วงปีแรกของการเกิดโควิด-19 ตอนที่ยังไม่ระบาดหนักแต่เริ่มมีสัญญาณ ซึ่งทำให้บรรยากาศทุกอย่างซึม ผู้คนรู้สึกว่าต้องออมเงินหรือชะลอการใช้จ่าย ไม่กล้าจับจ่าย 100% สิ่งที่กระทบโดยตรงอย่างเห็นได้ชัดคือ ราคาค่าน้ำมันที่สูงขึ้นจนกระทบส่วนอื่น แม้สินค้าอุปโภคบริโภคจะไม่ได้ประกาศขึ้นราคาอย่างชัดเจนก็ตาม

ดังนั้น กลยุทธ์การบริหารสำหรับ BCH ในปีนี้คือการบริหารจัดการต้นทุนสินค้า ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นให้เป็นหัวใจหลัก ไม่โฟกัสรายรายได้ แต่โฟกัสการลด Cost เพื่อให้ธุรกิจเติบโต โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการต้นทุน เพื่อให้สามารถทำกำไรได้แม้ในสาขาที่มีจำนวนผู้รับบริการน้อยกว่าคู่แข่ง

นายกันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการ กรรมการบริหาร และรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุภาพรวมของผลการดำเนินงานของ BCH ในไตรมาสที่ 1/2569 บริษัทและโรงพยาบาลในเครือมีรายได้รวมจำนวน 2,928.8 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1/2568 มีรายได้รวม 2,929.27 ล้านบาท) กำไรสุทธิ 267.6 ล้านบาท ลดลง 16.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สาเหตุที่รายได้รวมใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เกิดจากผลกระทบการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา การปรับปรุงพื้นที่ให้บริการบางส่วนของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย ทั้งยังได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ความผันผวนของต้นทุนด้านพลังงาน รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้หลายประเทศปิดน่านฟ้า ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินงานและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ประเมินไตรมาสที่ 2/2569 ที่เป็นช่วงวันหยุดยาวจากเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ลูกค้าผู้รับบริการของ BCH ยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายเพื่อสุขภาพส่งผลให้ผู้รับบริการที่ชำระเงินเองมีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่ไม่เร่งด่วน แต่แนวโน้มคนไข้ต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางยังเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีรายได้จากกลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมเป็นฐานรายได้สำคัญที่มีความสม่ำเสมอ และช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

เปิดตัวโครงการหุ่นยนต์ ดันแบรนด์ WMC

ด้าน ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า BCH ผลักดันให้ รพ.เวิลด์เมดิคอล เป็นโรงพยาบาลยุคใหม่ที่ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี AI และการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม โดยเปิดตัวโครงการ “ReWalk ลุกขึ้นอีกครั้ง เพื่อกลับไปใช้ชีวิต” พร้อมเปิดศูนย์ฟื้นฟูด้วยหุ่นยนต์อัจฉริยะ “NextStep Robotics Rehab Center” ดึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยเดิน “Angel Robot” หุ่นยนต์ที่สามารถเดินในพื้นต่างระดับ การก้าวขึ้น–ลงบันได หรือการเดินในพื้นที่ที่มีความซับซ้อน เข้ามาผสาน AI ยกระดับการรักษาไทย

ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) สำหรับทิศทางการพัฒนาโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ในเครือ BCH เพื่อรองรับแนวโน้มสังคมผู้สูงวัยและผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาศูนย์การรักษาเฉพาะทางที่ตอบโจทย์อนาคตของระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในยุคที่จำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวเพิ่มสูงขึ้น

“เราวางเป็น Smart Step Rehab Center ที่ผสานการทำงานร่วมกันของแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและสมอง แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ เพื่อดูแลผู้ป่วยแบบบูรณาการทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมมุ่งสู่การเป็น Center of Excellence ด้านการฟื้นฟูด้วยหุ่นยนต์และระบบ AI ในอนาคต รวมถึงเป็นศูนย์กลางรับส่งต่อผู้ป่วยในเครือเกษมราษฎร์ และโรงพยาบาลในพื้นที่นนทบุรีและใกล้เคียง ซึ่งในปี 2569 ถือเป็นช่วงเวลาที่วงการแพทย์ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Smart Healthcare 5.0 อย่างเต็มรูปแบบ”